เวลา

 เคลียร์   

หากทุกท่านรู้ตัวเองว่าตัวเราจักต้องตายอีกภายใน 3 เดือนนี้ เวลาที่เหลือนี้ ท่านจะทำไรบ้างเพื่อให้เกิดประโยชน์ที่สุด
ขอบคุณครับ




ยังอภิญญาให้เกิดครับ
ถ้าไม่ได้ก็จะทำใหดีที่สุดครับ
เพื่อสั่งสมอุปนิสัยไว้ในภพต่อๆไป

และวันสุดท้ายก่อนตาย
จะขอแสดงธรรมให้โยมพ่อโยมแม่ฟัง
แสดงให้ท่านเห็นว่าลูกท่านไปสบาย
และให้ท่านดำเนินตามทางนี้


ธมฺมปาโล สามเณโร


กราบอนุโมทนาขอรับท่านธมฺมปาโล สามเณโร ขอให้ท่านได้สมดังปรารถนาขอรับ
ส่วนกระผมคงแสวงหาสถานที่อันเป็นสัปปายะเพื่อการเจริญกุศลทั้งทาน ศีลและภาวนาให้ได้ครบในแต่ละวันจนกว่าจะหมดลมหายใจครับ













ผมรีบกลับไปหาผู้มีพระคุณอย่างสูง
1.พ่อ-แม่ แล้ว ดูแลท่าีืนอย่างดี ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ให้กำเนิดผม ( ถ้าพ่อแม่ตายไปแล้ว)
2.ญาติคนไหนที่ช่วยผม เลี้ยงดูผมมา จะตอบแทนให้เหมือนพ่อ-แม่เลย ( ถ้าญาติตายหมด )
3.ครูอาจารย์ที่สอนให้ได้ดี อยู่รับใช้ท่านเพราะว่าผมมองไม่เห็นใครแล้วที่จะตอบแทนได้อีก
เพราะว่าอะไรถึงเขียนแบบนี้ เพราะว่าท่านพวกนี้ท่านมีคุณมาก ตอบแทนได้อยากมากและที่สำคัญขนาดพระสารีบุตร ท่านทำเป็นแบบอย่า่งไว้แล้ว



ทำไม่ต้องรอเวลากันละครับ

ถึงเราจะรู้หรือไม่รู้เราก็ควรทำกิจที่ควรทำครับ
สาธุ



อภิณหปัจจเวกขณ์

ข้อที่พึงพิจารณาเนืองๆ ๕ ประการ


ชราธัมโมมหิ ชะรัง อะนะติโต


เรามีความแก่เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้

พะยาธิธัมโมมหิ พะยาธิง อะนะตีโต

เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้

มะระณะธัมโมมหิ มะระรัง อะนะตีโต

เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้

สัพเพหิ เม ปิเยหิ มะนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว

เราจักพลัดพรากจากของที่รัก ของชอบใจทั้งหลาย

กัททัสสะโกมหิ กัมมะทายาโท

เรามีกรรมเป็นของๆตน เราจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ

เรามีกรรมเป็นแดนเกิด เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธ์

กัมมะปะฏิสะระโน ยัง กัมมัง กะริสสามิ

เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมอันใดไว้

กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา

เป็นกรรมดีก็ตาม เป็นกรรมชั่วก็ตาม

ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามิ

เราจักต้องเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น

เอวัง อัมเหหิ อะภิณนัง ปัจจะเวกขิตัพพัง

เราทั้งหลายพึงพิจารณาเนืองๆอย่างนี้แล.


อภิณหปัจจเวกขณ์ ๕

(ขยายความ จากพจนานุกรมพุทธศาตร์ ฉบับประมวลธรรม โดย ท่านพระธรรมปิฏก)


ข้อที่สตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม คฤหัสถ์ก็ตาม บรรพชิตก็ตาม ควรพิจารณาเนืองๆ
1. ชราธัมมตา ควรพิจารณาเนืองๆ ว่า เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้
2. พยาธิธัมมตา ควรพิจารณาเนืองๆ ว่า เรามีความเจ็บป่วยเป็นธรรมดา ไมล่วงพ้นความเจ็บป่วยไปได้
3. มรณธัมมตา ควรพิจารณาเนืองๆ ว่า เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้
4. ปิยวินาภาวตา ควรพิจารณาเนืองๆ ว่า เราจักต้องมีความพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น
5. กัมมัสสกตา ควรพิจารณาเนืองๆ ว่า เรามีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมใด ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม จักต้องเป็นทายาท ของกรรมนั้น

ข้อที่ควรพิจารณาเนืองๆ 5 อย่างนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อละสาเหตุต่างๆ มี ความมัวเมา เป็นต้น ที่ทำให้สัตว์ทั้งหลายตกอยู่ในความประมาท และประพฤติทุจริตทางไตรทวาร กล่าวคือ :-
ข้อ 1 เป็นเหตุละหรือบรรเทาความเมาในความเป็นหนุ่มสาวหรือความเยาว์วัย
ข้อ 2 เป็นเหตุละหรือบรรเทาความเมาในความไม่มีโรค คือ ความแข็งแรงมีสุขภาพดี
ข้อ 3 เป็นเหตุละหรือบรรเทาความเมาในชีวิต
ข้อ 4 เป็นเหตุละหรือบรรเทาความยึดติดผูกพันในของรักทั้งหลาย
ข้อ 5 เป็นเหตุละหรือบรรเทาความทุจริตต่างๆ โดยตรง

เมื่อพิจารณาขยายวงออกไป เห็นว่ามิใช่ตนผู้เดียวที่ต้องเป็นอย่างนี้ แต่เป็นคติธรรมดาของสัตว์ทั้งปวงที่จะต้องเป็นไป เมื่อพิจารณาเห็นอย่างนี้เสมอๆ มรรคก็จะเกิดขึ้น เมื่อเจริญมรรคนั้นมากเข้า ก็จะละสังโยชน์ทั้งหลาย สิ้นอนุสัยได้.



---------------------------------------

พระคาถาดังกล่าว ควรพิจารณาอยู่เนืองๆ เพื่อให้เกิดนิพพิทา ไม่ใช่เฉพาะเวลาสวดมนต์แต่อย่างเดียว จึงจักบังเกิดผลยิ่ง

เรามีกรรมเป็นแดนเกิด เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธ์


หมายความว่า การกระทำต่างๆนั่นเอง ที่ยังให้เกิดผลสืบเนื่องขึ้น ดุจเดียวกับการสืบสายแห่งเผ่าพันธ์

เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมอันใดไว้


ดังนั้นเราทำกรรมใด เราก็ต้องรับผลของกรรมนั้น

เป็นกรรมดีก็ตาม เป็นกรรมชั่วก็ตาม


ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม

เราจักต้องเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น


ก็ต้องรับผลแห่งกรรมหรือการกระทำนั้นๆ

เป็นเครื่องรู้ เครื่องระลึก เครื่องเตือนสติ ให้ประกอบกรรมดี

และไม่ใช่เพื่อการพิรี้พิไรรำพัน ไปกังวลถึงกรรมในอดีตที่ผ่านไปแล้ว




สำหรับตัวของมายด์ ก็คงจะบอกรักคนที่เรารักทุกๆวัน
ให้พวกเขาได้รุ้ว่าเรารักเค้ามากแค่ไหน
เวลาไม่ใช่เรื่องสำคัญ การกระทำต่างหากที่สำคัญ
ที่ทำให้พวกเขารุ้ถึงสิ่งต่างๆที่เราอยากมอบให้
และก็จะทำในสิ่งดีๆที่ไม่มีโอกาสได้ทำ หรือไม่กล้าทำ
จะช่วยเหลือคนอื่นๆให้ได้มากที่สุด ทำให้ผู้อื่นได้มีความสุข
ตราบจนลมหายใจสุดท้ายที่มาถึง
เพราะหนูคิดว่าคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกสิ่งคือความดี
และที่สำคัญก็ต้อง ฟังธรรมมะ นั่งสมาธิเยอะๆ
เมื่อเวลานั้นมาถึงเราจะได้มีความพร้อม และยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น


เห้นด้วยกับคุณ *8q* ค่ะ ทำไมต้องรอเวลาทำกิจที่ควรทำ เมื่อดิฉันคิดฟุ้งซ่าน จะนึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ว่าเวลาล่วงไปแล้ว ขณะนี้ท่านทำอะไรอยู่ (ดิฉันจำคำสอนที่เป็นข้อความที่สมบูรณ์ไม่ได้จำได้แต่เนื้อความหากท่านผู้ใดทราบช่วยบอกด้วยนะค่ะ)


เรื่องของเวลานั้น ทุกคนมีเหมือนกันค่ะ เพียงแต่ว่าใครจะใช้ให้เกิดประโยชน์มากหรือน้อยเท่านั้นเอง การลาจากโลกนี้ไปไม่มีใครกำหนดได้แน่นอนเลยว่าวันไหน อย่ารอเวลาเลยค่ะเริ่มทำในสิ่งดีๆๆตั้งแต่วันนี้ดีกว่า เพราะอาจจะเป็นวันไหนก้อได้ที่เราจากโลกนี้ไป อาจจะเป็นเพราะอุบัติเหตุที่เราไม่ได้ตั้งตัวก่อน การทำวันนี้ให้ดีที่สุด เป็นสิ่งที่เราควรทำค่ะ ทำความดี รักษาศีลให้บริสุทธิ์ หมั่นภาวนา ให้ธรรมะเป็นเครื่องชี้แนะแนวทางดำเนินชีวิตค่ะ


ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด . . .จนนาทีสุดท้าย


หากผมมีชีวิตอยู่ได้อีก 3 เดือน
รู้สึกเสียดาย ที่ชีวิตเรา ทำไมมันสั้นเช่นนี้หนอ
อยากทำความดีให้มากกว่านี้อีก
แต่ทำไม่ได้แล้ว...

ต้องปลงสังขาร ทุกสิ่งไม่เที่ยงแท้ แน่นอน

ทำจิตให้สงบทุกวัน ที่เหลือ ทำสมาธิ
เลิกคิดฟุ้งซ่าน หยุดสิ่งรอบตัวทุกอย่าง
เพื่อให้จากไปอย่างสงบ เพื่อไม่ให้มีห่วง

เท่านี้แหละครับ


 เปิดอ่านหน้านี้  3161 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย