ลัทธิโยเรคืออะไร

    

ตอนนี้ที่หมู่บ้านมีการนับถือลัทธิโยเรมากจากแต่ก่อนไม่กี่คนตอนนี้ญาติพี่น้องเริ่มเข้าลัทธิกันมากขึ้นโดยการรักษาจากฝ่ามือที่มีแสงไม่ต้องไปหาหมอ มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มขึ้นรถทัวร์เป็นคันรถไปที่สำนัก ป้าไปเข้าลัทธิไม่นานกลับมา ท่านมีความเชื่ออย่างมาก ห่างจากญาติพี่คนอื่นเข้าแต่กับกลุ่มที่นับถือเหมือนกัน แม้เจ็บป่วยก็รักษากันภายในกลุ่ม อยากให้ท่านผู้มีความรู้เรื่องนี้ช่วยอธิบายหน่อยคะ




โยเร เป็นความเชื่่อชนิดหนึ่ง เข้ามาในประเทศไทยประมาณ มี พ.ศ. 2512 โดยชาวญี่ปุ่น
เป็นความเชื่่อ ในเรื่องของการบำบัด และรักษา อาการเจ็บป่วย โดยใช้พลัง โยเร ซึ่งเขาเชื่อว่า มีอยู่ในกายคนเรา
โยเร จะมีความเชื่อว่า พลังโยเรนั้น สามารถพุ่งออกมาจากฝ่ามือ เพื่อรักษาหรือบำบัดอาการป่วยได้ ซึ่่งในทางกฏหมายถือว่า หลอกลวง และได้มีการสั่งห้ามมิให้ลัทธิโยเรนี้ เผยแพร่ หรือกระทำการอีก เมื่อประมาณ 5 ถึง 10 ปีทีล่วงมาแล้ว



สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการแอบอ้างว่าเป็นพุทธศาสนา.....ทำให้ชาวพุทธที่ขาดการศึกษาเกิดการไขว้เขว.....เพราะมีการสร้างแรงจูงใจด้วยกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาชีพเรื่องการทำมาหากิน


โยเร ไม่ใช่การรักษาโรคนะครับ
แต่เป็นการรักษาจิตใจต่างหาก
เมื่อจิตใจดีขึ้นเราก็สามารถที่จะต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้ในกรณีที่เป็นโรค
บางคนเข้ามาอาจจะเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้ายเหมือนอาจารย์ที่อุบล
หมอให้เวลาท่านไม่ถึง 3 เดือน
แต่ตอนนี้ท่านอยู่มาได้ประมาณ 11 ปีแล้ว
โดยที่หน้าตาผ่องใสไม่เหมือนคนเป็นมะเร็ง
สามารถพิสูจน์ได้ที่อุบลราชธานีเคียวไค
นี่เป็นเพียงตัวอย่างเดียว
แต่ประสบการณืต่าง ๆนั้นมีมากเกินที่จะบรรยาย
ผมไม่ได้ให้ท่านเชื่อ แต่ถ้าใครอยากพิสูจน์
เชิญได้ที่ 24 สาขาทั่วประเทศ
หรือที่เซจิสระบุรี

โยเรไม่ใช่พุทธศาสนา
แต่โยเรนำข้อดีของทุกศาสนามารวมกัน
เมื่อเราใส่บาตรในกรณีที่เราเป็นพุทธศานา
เราจะอธิษฐานว่าขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วปวงมา ขอให้พบพระศรีอาริย์ฯ
นี่แหละครับยุคพระศรีอาริยเมตไตรย
เป็นยุคแห่งแสงสว่าง ยุคที่คนชั่วจะถูกเปิดเผย
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ยุคพระพุทธศานาจะมีอายุ 5,000 ปี
จริงอยู่ แต่ปัจจุบันนี้โลกของเราเปลี่ยนเร็วมาก คนทำชั่วเยอะ
เพราะฉะนั้นยุคพระรีอาริย์จึงกำเนิดขึ้น
ปัจจุบันสมาชิกชาวไทยทั่วประเท ประมาณ 660,000 กว่าคน
ถ้าเป็นลัทธิที่ต้มตุ่น คงไม่สามารถจะอยู่ได้เท่าทุกวันนี้นะครับ
แท่บอกว่าไปหลอกชาวพุทธที่ไม่มีการศึกษา
ไม่จริงครับ
เพราะสมาชิกเรามีทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ
ส่วนใหญ่ทุกคนมีการึกษาทั้งนั้น
แล้วกฎหมายฉบับไหนหรอครับที่บอกว่าโยเรหลอกลวง
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกผู้อ่านทุกท่านประสบแต่ความสุข
ผมหวังว่าข้อความนี้คงเป็นประโยชน์กับทุกท่าน
ที่ต้องการศึกษาไม่มากก็น้อย
ผมเชื่อว่าทุกท่านคงไม่เป็นคนหูเบา
ถ้าทุกท่านอยากรู้ก็ให้พิสูจน์ด้วยตัวของท่านเอง
10 ปากว่า ไม่เท่าตาเห็น
ใครทำกรรมใดไว้กรรมนั้นย่อมสนอง
ยุคปัจจุบันนี้ทำกรรมใดไว้เห็นทันตานะครับไม่ต้องรอชาติหน้า
กรรม + ดอกเบี้ย


ทุก ๆ การอธิบาย ล้วนเกิดจากความเข้าใจของแต่ละบุคคลครับ
การกระทำ สำคัญกว่าคำพูดเสมอ...ทุกวันนี้ โลกเราเปลี่ยนไปเยอะ
สติกับปัญญา ต้องไม่ลืมติดตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะเผลอเมื่อไหร่
มีสิ่งที่มาทำให้ไขว่เขว่อยู่เสมอ . . . คนในไม่อยากออก คนนอกไม่อยากเข้า
เป็นเรื่องธรรมดา...คนเราไม่เข้าวัดเข้าวา เพราะเป็นซะอย่างนี้ กรรมใครก็รับผิดชอบกันเองครับ
หว่านเมล็ดข้าวโพด ก็คงได้ข้าวโพด จะได้มะละกอได้อย่างไร



ผมว่านะ ที่จริงหลักการปฏิบัติ อาจจะมีดีจริง ๆ ก็ได้ แต่ภาพพจน์จะออกมายังไง ขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติ และผู้เผยแพร่คำสอนต่างหาก สิ่งต่าง ๆ จะเป็นอย่างที่เราเป็น . . . จะสอนอะไรก็สอนเถอะครับ ขอแค่สอนแล้วมนุษย์เป็นคนดีเยอะขึ้น
ส่วนผม ขอนั่งงงก่อนว่า สรุปแล้ว จะไปทางไหนดี แล้วมันจริงหรือเปล่า น่าเสียดาย ที่กรรมบางอย่าง เห็นผลช้าไป แต่มันต้องเกิดแน่นอน


ทุกสิ่งอย่างย่อมเป็นของไม่เที่ยงแท้แน่นอน แต่ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจว่านั่นไม่จริงแต่ก็บอกว่าจริงนั่นว่าใช่แต่ก็บอกว่าำไม่ใช่จริงไหม โยเรคืออะไร.. ผมก็ได้สัมผัสมาพอสมควรครับ ถ้าถามว่าจริงดีไหมตอบว่าครับใช่ดีจริง...เหมือนกับว่าอาหารจานนี้อร่อยไหม อยู่ที่คนกินนะครับ จะอร่อยเท่าทุกคนไม่ได้ เพราะรสชาดการกินแตกต่างกัน การนับถือหรือการปฏิบัติหรือความเชื่อถือหรือความอยากรู้จริงเท็จประการใดไม่แตกต่างจากการเรียนรู้จริงหรอกครับ เพียงแต่ว่าเราอยากรู้ด้วยความจริงใจหรือไม่ เหมือนเราเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งให้ชัดเจน ย่อมรู้แจ้งแน่นอน ทุกสิ่งอย่างเริ่มจากใจก่อนครับตามด้วยความจรงใจเข้าไป คุณที่อยากรู้จริงย่อมหายสงสัยแน่ๆๆๆ โยเรผมว่าดีมากๆๆๆๆๆๆๆครับทุกสิ่งเกิดขึ้นกับผมและทุกสิ่งทุกอย่างทำให้ผมเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้นทุกวันนี้


..ในฐานะที่ได้พิสูจน์ด้วยการปฏิบัติโยเรมาสิบกว่าปี และเป็นข้าราชการระดับบริหาร ความรู้ ปริญญาโท ไม่มีใครจะสามารถมาหลอกได้ เพราะไม่เคยเชื่ออะไรง่ายๆ จะเชื่อก็ต่อเมื่อรู้แจ้งเห็นจริงโดยประสบการณ์ตนเองเท่านั้น
...ปี 2540 ประสบปัญหามากมายทั้งครอบครัวและหน้าที่การงาน หนี้สินอิรุงตุงนัง สูบบุหรี่วันละ 2 ซอง ดื่มสุรากับลูกน้องและเพื่อนประจำ โมโหง่ายใจร้อน เป็นคนก้าวร้าวไม่ยอมใคร ทะเลาะกับผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงานประจำ ลูกน้องก็โคตรดื้อเกเรปกครองยาก งานเสียหายบ่อยๆ ถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิประจำ 2 ขั้นก็ไม่ค่อยจะได้เหมือนเขา ลูกๆก็หนีโรงเรียนติดเกมส์ติดเพื่อน ครอบครัวทะเลาะกันประจำแทบจะฆ่ากันตาย ตนเองป่วยเป็นโรคกระเพาะเรื้อรังปวดแสบท้อง กินยาตลอด ปวดหัวกินยาพาราวันละ 4 เวลา ปวดหลังนอนไม่ได้ต้องนั่งหลับอยู่ประจำ ทรมานมาก แม่บ้านป่วยหืดหอบเข้ารพ.ประจำ ลูกๆเป็นภูมิแพ้ ไอจามตลอด เอาพ่ออายุ 80 ปีมาอยู่ด้วยก็ติดสุราและก่อปัญหาปวดหัวอยู่เสมอและทะเลาะกับภรรยาและเกิดแต่อุบัติเหตุบ่อยๆทั้งตนเองและลูกๆ เงินทองก็หมุนไม่ทัน กู้ทุกอย่างที่ขวางหน้า เวลาหมุนไม่ทันต้องคอยหลบๆซ่อนๆเจ้าหนี้ เพราะรำคาญการทวงหนี้ สภาพหมือนตกนรกทั้งเป็น อยากฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ก็สงสารลูกเมียและพ่อชราที่ต้องเลี้ยงดู
...ต้นปี2542 ได้ทดลองรับโยเรครั้งแรกกับคนที่เป็นสมาชิกใกล้ๆบ้าน รู้สึกร้อนวูบๆวาบๆที่หน้าผากและกลางหลังอย่างไม่น่าเชื่อทั้งที่เป็นแค่การยกมือเฉยๆ ทำวันละครั้งๆละประมาณ 10 นาที ราว 5 วัน หายปวดหลังและปวดแสบท้องอย่างน่าอัศจรรย์ จึงตัดสินใจขอพิสูจน์ความจริงด้วยการเดินทางไปเข้าพิธีรับพระเพื่อเป็นสมาชิกในปลายเดือนนั้น ได้เรียนรู้สำนึกถึงภาระหน้าที่ที่พระศรีอาริยเมตไตรยท่านแบ่งส่วนวิญญาณให้มาเกิดเพื่อช่วยเหลือชาวโลกที่มีความทุกข์ให้มีความสุขและสร้างโลกให้เป็นสวรรค์เปี่ยมไปด้วยความจริงความดีความงาม แต่มนุษย์ลืมภาระหน้าที่ดังกล่าวมุ่งหาแต่ความสุขใส่ตัว จึงพบแต่ความทุกข์ทรมาน การจะพบความสุขที่แท้จริงต้องทำให้ผู้อื่นมีความสุขเสียก่อนตามหลักทำดีย่อมได้ดีและหลักของคิวเซเคียวทีว่า ช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์ตนย่อมเป็นสุข การช่วยเหลือของคิวเซเคียวก็คือการมาเรียนรู้ ปฏิบัติจนตนเองและครอบครัวพบความสุขดีขึ้นแล้วไปช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการโยเรและเอาคำสอนท่านเมชุซามะที่ตนเองปฏิบัติแล้วพบความสุขนั้นไปแนะนำคนอื่นให้มาปฏิบัติและพบความสุขเช่นกัน
..การโยเรมิใช่แค่ยกมือเฉยๆ แต่เป็นความรักความเมตตาจากพระศรีอาริยเมตไตรยส่งผ่านแสงทิพย์ผ่านผู้ให้้ไปช่วยเหลือผู้รับให้มีความสุข คนที่มีสมาธิดีจะสัมผัสแสงทิพย์ได้ว่ามีความร้อนๆอยู่ จากการรับโยเรและให้โยเรผู้อื่นบ่อยๆ ได้พบปาฏิหาริย์มากมาย อันดับแรก เลิกบุหรี่ได้ภายในวันแรกที่เข้าพิธีโดยการอธิษฐาน ไม่รู้สึกทรมานและไม่อยากอีกเลยกระทั่งปัจจุบันเพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์และทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน รำคาญ ตนเองก็อาจป่วยและปากเหม็น ต่อมาอธิษฐานขอเลิกเหล้าได้ในเวลา 1 ปีเพราะต้องการให้ร่างกายตนเองซึ่งมอบให้พระได้สะอาดขึ้นเวลาถ่ายทอดพลังแสงทิพย์จะมีพลังมากกว่าร่างกายที่สกปรกแม้จิตใจจะดีก็ตาม ที่สำคัญเลิกเป็นหนี้นอกระบบร้อยละ 5 ร้อยละ 10 ที่เป็นมาเรื้อรังได้ภายใน 2 ปีเพราะรู้จักใช้แต่สิ่งจำเป็นและดำรงชีวิตแบบพอเพียง ทำเกษตรธรรมชาติแบบคิวเซปลูกผักปลอดสารพิษไว้กินเอง ปัจจุบันมีแค่หนี้ในระบบ เลิกหายโกรธหายโมโหใจร้อนภายใน 3 ปี รู้จักยอมคนให้อภัยคนเป็น อ่อนน้อมถ่อมตนเป็น ถือว่าทุกอย่างคือลีลาของคุณพระ ไม่ว่าดีหรือไม่ดี ให้เราได้รู้จักและแก้ไข /ต่อมาภรรยาเห็นสามีดีขึ้นก็มาเป็นสมาชิกและปฏิบัติตาม ภรรยาก็หายขาดจากโรคหืดหอบและโรคขี้ป่นจู้จี้จุกจิกแบบผู้หญิง เลิกจับผิดสามีว่าคิดนอกใจ หน้าตาสดใส พูดไพเราะขึ้นทุกวัน เคยแบ่งเงินให้ใช้จ่ายในครอบครัวเดือนละ 2-3,000 บาท บ่นว่าให้น้อยจะพอจ่ายอย่างไร ปัจจุบันขนาดควักให้ 500 บาทก็ยังยกมือไหว้ ขอบคุณคะ/ลูกที่ดิ้อเกเรเห็นพ่อแม่สุขภาพดี การเงินดีและจิตใจดีขึ้นและให้โยเรลูกด้วยความรักประจำ ไม่ดุด่าลูกเหมือนเมื่อก่อน ก็ได้เข้ามาเป็นสมาชิกปฏิบัติเป็นเยาวชนที่ดี ห่างจากเพื่อนชั่วร้ายหันมาคบกับเพื่อนที่ดี ตั้งใจเรียน จนจบป.ตรีมีงานทำทุกคน มีความอดทนสูงเวลาถูกเจ้านายดุด่าถือว่าคุณพระส่งผ่านมาสอนให้อดทนเข้มแข็ง ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง จิตใจดีมีแต่รอยยิ้มและความรักความเมตตาผู้อื่น ครอบครัวมีความสุขอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ทานข้าวด้วยกัน ไม่มีการทะเลาะวิวาท เพราะผู้ที่ได้มาปฏิบัติแล้วจะเกลียดการทะเลาะวิวาทและต่อมาได้มีโอกาสยกระดับความศรัทธาสูงส่งขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันเป็นฟูเคียวอิน หัวหน้ากลุ่มทั้งสามีภรรยา หน้าที่การงานก็ก้าวหน้ามั่นคง ลูกน้องให้ความร่วมมือเคารพเชื่อฟัง เจ้านายให้ความเมตตา ครอบครัวมีความอบอุ่นเอื้ออาทรดูแลกันเหมือนสวรรค์มีจิตใจรักต่อผู้อื่นได้อย่างแท้จริงแม้ไม่ใช่ญาติ ใกล้ไกลแค่ไหน เวลาที่มีก็ไปเยี่ยมไปโยเรได้ตลอด
...ผู้ที่ปฏิบัติเท่านั้นจึงจะรู้ว่าองค์สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยมีจริง ช่วยผู้คนได้จริง และเป็นพระวิญญาณเสด็จลงมาประทับที่แท่นของสถานสักการะคิวเซเคียว เพื่อส่งพลังแสงทิพย์โดยการโยเรของสมาชิกไปช่วยเหลือผู้อื่นให้มีความสุขได้ ไม่ใช่เรื่องงมงาย หากปล่อยให้สิ้นยุคพระพุทธเจ้าสมณะโคดมเสียก่อน ยังเหลืออีกตั้งสองพันกว่าปี โลกคงสิ้นสลายเสียก่อนเพราะทุกวันนี้ผู้คนมีแต่เห็นแก่ตัว ทะเลาะวิวาททำร้ายกัน แก่งแย่งผลประโยชน์ ทุจริตคอรัปชั่นเอาเปรียบซึ่งกันและกันและเต็มไปด้วยความป่าเถื่อน ไม่เคารพกฎหมายและโรคภัยไข้เจ็บสารพัด โรงพยาบาลไหนก็แน่นไปหมด สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยท่านจึงลงมาเตรียมการสร้างโลกเหลื่อมศาสนากันกับยุคพระโคดม เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่มีสายใยวิญญาณกับพระองค์ให้ก้าวผ่านพ้นกลียุคดังกล่าวและไปช่วยเหลือผู้คนที่ยังทุกข์ทรมาน ขอยืนยันว่าการโยเรมิใช่การรักษาโรคแต่เป็นการลดเมฆหมอกความขุ่นมัวต่างๆในร่างกายและวิญญาณ ด้านวิญญาณก็คือการลดหนี้บาปต่างๆส่วนด้านร่างกายเป้นการฟอกเลือดให้บริสุทธิ์ขึ้น ตามหลักจิตนำกาย เมื่อจิตใจดีจะสะท้อนให้เลือดลมดีขึ้น (ใครโกรธ โมโหหรือด่าคนอื่นบ่อยๆ เลือดจะเสียและเจ็บป่วยบ่อยๆ) เมื่อได้รับโยเรบ่อยๆ จิตใจท่านจะดีขึ้นเลิกเห็นแก่ตัว อยากทำแต่ความดีเลิกชั่ว หากป่วยมากๆก็ต้องพึ่งทางแพทย์ควบคู่ไปกับการโยเร ไม่ใช่ห้ามไปหาแพทย์อย่างที่บางคนเข้าใจ เพราะเห็นรับโยเรบ่อยๆสุขภาพจิตดี กินอาหารมีประโยชน์ ไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ไม่ทานชูรส กินอาหารปลอดสารพิษ สุขภาพร่างกายก็ดีขึ้นและแข็งแรงจึงไม่ค่อยได้ไปโรงพยาบาลเหมือนคนทั่วไป เลยเข้าใจผิดว่าโยเรห้ามไปหาหมอ ถือว่าเข้าใจไม่ถูกต้อง อย่างน้อยก้ต้องไปตรวจสภาพปีละครั้งสองครั้ง เหมือนเอารถไปตรวจสภาพ
...ทุกวันนี้มีทั้งข้าราชการ ทหารตำรวจ และประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ หันเข้ามาปฏิบัติโยเรมากมาย การยกมือโยเรไม่ใช่สิ่งที่น่าอายเพราะเป็นการทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความรักความเมตตาไม่หวังสิ่งตอบแทน ดีกว่าไปยกแก้วเหล้าชนกัน เอาบุหรี่ให้กันดูดหรือนินทาผู้อื่น ชี้หน้าด่ากันทะเลาะกัน น่าจะอายมากกว่า หากโยเรไม่ดีจริง คงไม่มีสมาชิกแพร่ไปทั่วโลกขณะนี้มีถึง 76 ประเทศทีี่มีสมาชิกปฏิบัติ ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ ยิ่งทางบราซิล แองโกล่า ยิ่งปฎิบัติเข้มแข็งมาก ประเทศไทยปัจจุบันมีเกือบ 100 สาขาทั่วประเทศ สมาชิก เกือบ 9 แสนคน /เข้ามาในประเทศไทย ปี 2511 โดยศาสนาจารย์คาซูโอะ วาคุกามิ ปัจจุบันท่านล่วงลับไปแล้ว มีศาสนาจารย์ ไพเราะ วีระชารี คนไทยที่เคยป่วยเป็นโรคกระดูกผุจนแพทย์รักษาไม่ได้แล้วและได้รับโยเรจากอาจารย์คาซุโอะกับอาจารย์ผู้หญิงดีขึ้นจนสุขภาพแข็งแรง เกิดศรัทธาปฏิบัติด้วยความเข้มแข็งมา 40 กว่าปีจนเลื่อนความศรัทธาตามลำดับจนเป็นศาสนาจารย์และปัจจุบันได้เป็นผู้นำประเทศไทย(โฮมบุโจ) เมื่อ 1 ก.พ. 2557
..ท่านที่อยากพิสูจน์ เชิญไปทดลองสักการะและรับโยเรที่มูลนิธิบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้วยกิจกรรมทางศาสนาที่สาขาต่างๆ มีทั่วประเทศเกือบทุกจังหวัด ที่ขอนแก่นและนครราชสีมามีจังหวัดละ 4 สาขา(จุดโยเร)แล้ว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นเว้นแต่ท่านอยากทำบุญตามศรัทธา ไม่ทำก็ไม่มีใครบังคับ ที่นั่นจะมีแต่รอยยิ้มและให้คำแนะนำด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาไพเราะสุภาพอ่อนหวานของสมาชิกที่เป็นอาสาสมัครเสียสละมาบำเพ็ญประโยชน์สร้างสมบุญกุศลช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น แต่พระศรีอาริยเมตตไตรยจะเป็นผู้พิจารณาให้ความคุ้มครองต่างๆกับพวกเขาเอง
...คิวเซเคียว เป็นศาสนาพุทธ นิกายมหายาน ความเชื่อและการปฏิบัติจึงแตกต่างจากศานาพุทธนิกายหินยานบ้าง เพราะคิวเซเคียวมุ่งให้โลกเกิดสันติสุข ผู้คนผ่านพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ ความยากจนและการทะเลาะวิวาทบาดหมาง มีแต่ความรักเอื้ออาทรช่วยเหลือกันและกันดุจญาติ เป็นลูกพระที่แท้จริงด้วยกัน มุ่งสร้างความเจริญทั้งด้านจิตใจและวัตถุไปด้วยกัน เป็นอารยธรรมที่แท้จริง ไม่ใช่เจริญแต่วัตถุหรือจิตใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ที่มาปฏิบัติคิวเซเคียวยังคงมีครอบครัวหน้าที่การงานและสังคมตามปกติ เพียงแต่ใช้เวลาในวันหยุดหรือเวลาว่างแต่ละวันมาปฏิบัติ ไม่เข้มงวดเหมือนนิกายหินยาน ที่ต้องเลิกจากอาชีพอื่นออกมาจากครอบครัว โกนหัวอยู่วัด ปฏิบัติเคร่งครัดเพื่อตัดกิเลส ตัณหาทุกอย่าง มุ่งสู่ความหลุดพ้น ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก แต่สมาชิกคิวเซเคียวยังมีกิเลสอยู่แต่เบาบาง เป้นกิเลสที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นและเวียนว่ายตายเกิดบนโลกที่เปี่ยมไปด้วยความสันติสุข จนกว่าวิญญาณจะได้ไปสถิตย์อยู่สวรรค์ชั้นดุสิตกับพระศรีอาริยเมตไตรย
...ไม่ว่าศาสนาหรือลัทธิความเชื่อใดก็ตาม ถ้ามาปฏิบัติแล้วเห็นผล ใครก็ห้ามความศรัทธาไม่ได้ ถ้าสิงนั้นหลอกลวงปฏิบัติแล้วไม่ดีขึ้นไม่เห็นผล ก็จะมีแต่ความเสื่อม ใครก็มาบังคับให้ศรัทธาไม่ได้


ความเชื่อคงบอกได้ยาก คุณต้องหลุดพ้นจากที่นั้นๆ จึงมองเห็น แต่ลิทธิทั้งหลาย เปรียบเสมือนเซลมะเร็งตอนแรกก็ดูเหมือนเลื่อมใสศาสนานั้นๆ เช่น บางลัทธิ ไหว้พระ แต่จะมีข้อปฎิบัติที่ไม่เหมือนนักอาจแตกต่างกันไป โดยใช้ฐานของคนที่นับถือศาสนานั้นๆ ในการ เพิ่ม สมาชิก ลิทธิ ใหม่ๆล้วน เป็น MLM ทั้งสิ้น ใช้ความเชื่อเป็นตัวสินค้า เงินทุนที่ได้รับทำให้เซลมะเร็งเหล่านี้ โตได้ไว ผมทำนายไว้เลย ถ้าได้สมาชิกมากขึ้น เรื่อย ในอนาคต ลัทธิ พวกนี้ จะเป็นผู้ ทำลายศาสนาเสียเอง และ ทำไม ผม คิดว่า ลิทธิ เป็น MLM ตัวอย่าง
1.มีตัวสินค้าความเชื่อ มีอภินิหาร
2.สร้างสำนักงานที่ใหญ่โต น่าเชื่อถือ
3.มีการแชร์ ประสบการณ์
4.มีการชักชวนสมาชิก และมีค่าแรกเข้า ค่าสมาชิก
5.มีการตำแหน่ง สาขา ดาวไลน์ อัพไลน์
คนเราไปเชื่อว่าเมื่อเข้า ลัทธิ แล้วตัวเองดีขึ้นแต่ก็ยังต้องทำงานใช่มั้ยครับ ไม่ใช่เข้าลัทธิ นอนรอให้ดีขึ้น มนุษย์เป็นคนรู้จักปรับตัว ผมมีหนี้สิน หลายสิบล้านเพราะโดนโกงเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ผมทำงานที่ไม่ให้เค้าโกงได้อีก ทุกวันนี้เหลืออยู่ ไม่ถึง 3 ล้าน ผมไม่เห็นต้องเข้าลัทธิ เลย ก็อยู่แยกแยะให้ถูกเงินไหนใช้ เงินไหนต้องใช้หนี้ เกิดจากตัวเราทั้งสิ้น ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนครับ



 เปิดอ่านหน้านี้  30407 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย