นั่งสมาธิแล้วนอนหลับไม่สนิท จะแก้ยังไงครับ

    

เมื่อก่อนก็นอนหลับสนิท แต่พอนั่งสมาธิ พอนอนแล้วเหมือนสติมันตื่นตัว ทั้งคิดทั้งฝัน ทำให้หลับๆ ตื่นๆ ควรจะแก้ด้วยวิธีใด ขอคำแนะนำด้วยครับ




นอนทำสมาธิไปเลย (จับลมหายใจ เข้า-ออก)

ไม่ต้องไปสงสัยมัน ว่าตัวเรากำลังหลับหรือว่าตื่น เดี๋ยวจะกลายเป็นนิวรณ์

ในเมื่อไม่อย่างนอนหลับ ก็นอนจับลมหายใจ ทำสมาธิเข้าฌานไปเลย (ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก)

จิตขณะทรงฌาน เป็นการพักผ่อนหรือสงบกว่าจิตที่นอนปรกติด้วยซ้ำ

สังเกตุดูได้ ตอนตื้นจะสดชื่นกระปี๋กระเปร่า กว่าการนอนปรกติ

คนที่นอนหลับ ตื่นขึ้นมายังไม่สดชื่นกระปี้กระเปร่าเท่ากับจิตหลังจากการทรงฌานเลย


การนอนหลับ เหมือนกับการทำ Defrag

ซึ้งการทำ Defrag สมอง จะต้องนอนหลับสนิทอย่างน้อย 8 ชั่วโมง (หลับสนิท ไม่ใช่หลับๆตื่นๆ)

แต่การทำ Defrag สมอง ด้วยวิธีทำสมาธิโดยให้จิตเข้าถึงฌาน ใช้เวลา 45 นาที(จิตเข้าถึงฌาน) แค่นั้น ก็เท่ากับ การนอนหลับสนิทถึง 8 ชั่วโมงแล้ว

* พระธุดงค์จึงพักผ่อนด้วยการเข้าฌาน แทนการนอนหลับ


ขอบคุณที่แนะนำครับ
ตอนนอนผมก็นอนจับลมหายใจครับ แต่มันค่อนข้างฟุ้งซ่าน ความคิดมันออกมามาก แต่ก็ไม่เพลีย ไม่ง่วง ขอบคุณนะครับ


เหมือนกันเลย..จิตใจฟุ้งซ่าน นอนไม่ค่อยหลับเลย..ช่วยตอบด้วยครับ


ผมก้อเป็นเหมือนกันคิดฟุ้งซ่านมาก ไม่รู้จะแก้ยังไง และผมก็ลองใช้วิธีนอนจับลมหายใจเข้า-ออก หายใจเข้าออก ยาว ๆ แต่ไม่ต้องเกร็งที่หน้าท้องนะ ส่วนมันจะคิดก็ปล่อยให้มันคิดไป แค่เราจับลมหายใจ ไว้เป็นพอ แต่ต้องหายใจยาว ๆ นะ ถ้าหายใจสั้นมันจะยิ่งคิดมาก (ไม่รู้เป็นเหมือนกันหรือเปล่า) ซึ่งความรู้สึกตอนนั้นมันเหมือนจะหลับแต่ก็ไม่หลับจะรู้สึกตัวอยู่ตลอดพอตอนเช้าก็ตื่นปรกติ ไม่มีปัญหาอะไร

อันนี้เป็นวิธีที่ผมใช้นะครับไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือเปล่า รบกวนผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยนะครับ



" ถ้าหายใจสั้นมันจะยิ่งคิดมาก (ไม่รู้เป็นเหมือนกันหรือเปล่า) "

ผู้เริ่มฝึก - 125.27.70.153

...........................................

นี่เป็นธรรมชาติ คนที่เครียดหรือคิดมาก ลมหายใจจะสั้น

คนที่ไม่เครียด ลมหายใจจะยาว

ท่าน ไม่ได้ใช้แค่สติ กับสัมปชัญญะในการจับลมหายใจ

แต่ท่านใจ สติ กับ ปัญญา (วิปัสสนา) ในการจับลมหายใจ

ดีมาก แต่ระวังจะกลายเป็นวิปัสสนึก(นิวรณ์) รู้แล้วก็ปล่อยทิ้งไป อย่าไปยึดติด

............................................

พระพุทธเจ้าจึงให้ หายใจยาวๆ แล้วไม่ต้องคิด แค่เอาสติ สัมปชัญญะ ไปจดจ่ออยู่กับลมหายใจ(อานาปณสติ)


เรียน ท่านต้น ท่านเด็กดี ท่านผู้เริ่มฝึก

ที่ท่านเป็นอยู่ เรียกว่า ฌาน ๑

จะสังเกตุดูได้จาก จิตท่านจับ อยู่กับลมหายใจได้ตลอดเวลาโดยไม่ว็อกแว็ก หูจะไม่สนใจเสียงรบกวนจากข้างนอก

การที่จิตอยู่กับลมหายใจได้ตลอดแบบนี้ เรียกว่า วิตก กับ วิจารณ์

.......................................................

ฝึกให้คล้องๆ คือ ให้จิตเข้าสู่สภาวแบบนี้ให้เร็ว

นี่แหละ ฌานสมาบัติ (แต่เป็นฌาน ๑ อยู่)


ตอนนอนผมก็นอนจับลมหายใจครับ แต่มันค่อนข้างฟุ้งซ่าน ความคิดมันออกมามาก

......................................

ที่ฌาน ๑ ยังไม่ลึกพอ จิตอาจจะถอยกลับไปได้ง่าย(ออกจากฌาน) เมื่อเกิดความสงสัย
(นิวรณ์เข้าแทรก) พอมีสติ ก็จะกลับมาจับลมหายใจใหม่

ดังนั้น พอจิตนิ่งอยู่ที่ฌาน ๑ สักพักก็ควรจะ เคลื่อนไปสู่ฌาน ๒

โดยการ

คือละ วิตก วิจารณ์ ทำอย่างไร

ที่ฌาน ๑ มี วิตก วิจารณ์ ปีติ สุข เอกัคคตา

สุข กับ เอกัคคตา ยังไม่ต้องสนใจว่าเป็นอย่างไร เดี๋ยวจะสงสัย กลายเป็นนิวรณ์

เอา ปีติ ก่อน

ในขณะที่จิต จับอยู่กับ ลมหายใจเข้าออกได้ตลอดเวลา

จะรู้สึกว่า หายใจโล่ง ไม่มีอะไรมาติดขัด ไม่ว่าส่วนใด ไม่ว่าที่จมูก หรือ หลอดลม หายใจโล่งไปหมด

ให้สังเกตุดูว่า ท่านจะรู้สึกวูบๆวาบๆ จากหัวจรดเท้า นี่แหละผรณาปีติ เป็นปีติที่เกิดจากสมาธิ

ให้จับปีติ ให้จับ ความรู้สึกวูบวาบตรงนี้

ไม่ต้องไปจับลมหายใจเข้าออกอีกแล้ว ตัดลมหายใจ ตัดวิตก วิจารณ์ มาจับตรงปีติแทน

แล้วท่านจะนอนแบบ สบายๆ แบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน


ของจาไม่เปนนะ นอนปุ๊บหลับปั๊บ
เหอๆๆ
ถ้าเกิดว่าไม่ทำยังไงก็ไม่หลับซะทีก็ให้นอนหายใจเข้าว่าพอง หายใจออกว่ายุบสิ
รับรองหลับสนิทตลอดคืนแน่นอน (ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน ปวดหนักปวดเบา ฯลฯ)

แต่ว่านะ จะยังไงก็เหอะ ลงว่าได้นั่งสมาธิก่อนนอนแล้วอ่า
พอหัวถึงหมอนนะ ไม่เหลือ หลับยาวเลย แล้วก็ไม่ฝันร้ายด้วย


ต้องเล่ารายละเอียดที่เกิดระหว่างสมาธิให้ฟังด้วย
หลังจาการทำสมาธิแล้วนอนไม่หลับ หรือ หลับๆตื่นๆ
อาจจะเป็นสภาวะของปฐมฌานสลับกับความฟุ่งซ่าน
เพราะในปฐมฌานมีองค์ธรรมคือ วิตก วิจารณ์อยู่
อยู่ที่ตื่นมาแล้ว สดชื่นกระปี้กระเปร่าไหม
ถ้าสดชื่นฯ ก็ถือว่าก้าวหน้า เป็นการมีสติอยู่ทุกเมื่อ

รักษาไว้ ฝึกบ่อยๆ จนคล่องแล้วพิจารณาอริยสัจ๔ หรือไตรลักษณ์ไป
พร้อมกันเลย แทนการฟุ่งซ่าน

ในระหว่างวัน ให้ทรงฌานด้วยการ หายใจแรงๆลึก(กว่าปกติเล็กน้อย)
อย่าฟุ่งซ่าน เป็นการทรงฌาน

ถ้า นอนไม่หลับ แต่จิตฟุ่งซ่านในข้อธรรมอยู่ ก็ยังดีกว่า ฟุ่งซ่านเรื่องโลกธรรม8




...........เนื่องจากการเจริญสมาธิเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่งถ้าได้สมาธิจริงๆ.......และหลังจากออกจากสมาธิจะรู้สดชื่นขึ้นเพราะจิตได้พักผ่อนแล้วมาระยะหนึ่ง........เพราะฉนั้นเวลานอนหลังจากออกจากสมาธิใหม่ๆจะนอนไม่หลับ

...........ในเรื่องของความฟุ้งสร้านทั้งๆที่กำลังเจริญความเพียร........อาจเนื่องมาจากการปรับอินทรีย์ไม่เหมาะสมต้องศึกษาเรื่องการปรับอินทรีย์ใน "อัปปนาโกสล10" จาก คัมภีร์วิสุทธิมรรค ครับ (http://larndham.net/index.php?showtopic=24373&st=2) การที่ฟุ้งสร้านอาจเนื่องมาจากปรับอินทรีย์ไม่เหมาะสมคือมีความเพียรมากเกินไป




ขอบคุณทุกท่านมากนะครับ
อนุโมธนาสาธุ
จะลองทำตามแล้วหาวิธีที่เหมาะสมครับ


๑๓. สมาธิสังยุต

๑. สมาธิสมาปัตติสูตร

ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นและฉลาดในการเข้าสมาธิ นับเป็นผู้เลิศ

[๕๘๕] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็นไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้
เป็นผู้ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑.
บางคนฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ ๑.
บางคนไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑.
บางคนฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และฉลาดในการเข้าในสมาธิ ๑.

ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และฉลาดในการเข้าในสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธานสูงสุดและดีกว่า. ผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น
เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด
เนยข้นเกิดจากนมส้ม เนยใสเกิดจากเนยข้น หัวเนยใสเกิดจากเนยใส ในจำนวนนั้น หัวเนยใสเขากล่าวว่าเป็นเลิศ ฉันใด ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และฉลาดในการเข้าในสมาธิ. ก็นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่า
ผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น ฉันนั้นเหมือนกัน.

จบ สูตรที่ ๑.

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙
สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=17&A=6727&Z=6741



ขอบคุณทุกท่านมากครับ สำหรับคำแนะนำ และจะลองนำไปปฎิบัติดูครับ


หลังจากที่นั่งสมาธิ จิตใจจะชุ่มชื่นเบิกบาน ดังนั้นถ้าคุณเอนตัวลงนอนทันทีก็อาจมีผลไม่หลับได้ค่ะ ให้กำหนดรู้ในอิริยาบทที่จะล้มตัวลงนอนและเมื่อนอนหลับตา ก็กำหนดรู้ว่าหายใจเข้าท้องพอง หายใจอออกท้องยุบ โดยหายใจเข้ายาว หายใจออกให้ยาวไปเรื่อย ๆ ก็จะหลับได้สนิทค่ะ แต่ถ้าไม่หลับอีก เพราะจิตมันสว่าง ดิฉันก็จะนำหนังสือเช่นหนังสือธรรมะมาอ่านสักพัก แล้วนอนก็นอนโดยการกำหนดก็จะหลับสนิทค่ะ ลองปฏิบัติดูนะคะ


 เปิดอ่านหน้านี้  3291 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย