พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก หัวข้อธรรม การปฏิบัติธรรม ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทำเนียบวัดไทย พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
หน้าแรก เว็บบอร์ดธรรมะไทย
Share |
เรื่องราวของพระเจ้าพาราณสี,,และม้าปัณฑวะ
ม้าขากะเผลก

พระเจ้าพาราณสีทรงมีม้ามงคลตัวหนึ่งชื่อ ปัณฑวะ ทรงให้เลี้ยงอย่างดีที่โรงม้าหลวง ตอนเช้าคนเลี้ยงจะจูงม้าปัณฑวะไปวิ่งออกกำลังทุกวัน แต่เผอิญว่าคนเลี้ยงม้าเป็นคนขากะเผลก เขาทำหน้าที่จูงม้าไปออกกำลังตามปกติ ม้าเห็นคนจูงเดินขากะเผลกนำหน้าไปทุกเช้า ก็คิดว่าเขากำลังฝึกตนให้เดินเช่นนั้น นับแต่นั้นมาม้าก็เริ่มเดินผิดปกติคือ เดินขากะเผลกเป็นม้าพิการ

วันหนึ่งพระเจ้าพาราณสีเสด็จไปทรงม้าปัณฑวะ ทรงเห็นความผิดปกติในม้าทรงคือ วิ่งไม่ตรงและไม่เรียบเหมือนอย่างเคย ทรงพิจารณาเห็นว่าม้าขากะเผลกไป ถามใครก็ไม่รู้เรื่อง จึงเสด็จเข้าไปในวังแล้วมีรับสั่งให้หมอหลวงไปดูอาการ หมอหลวงไปตรวจดูแล้วก็ไม่พบโรคอะไรในตัวม้าจึงกลับมากราบบังคมทูลให้ทรงทราบ

พระราชาจึงทรงรับสั่งให้หาอำมาตย์ที่ปรึกษาผู้เป็นราชบัณฑิตประจำราชสำนักเข้ามาเฝ้าแล้วตรัสสั่งว่า

“เออนี่ ท่านอำมาตย์ ช่วยไปดูทีว่าทำไมม้าปัณฑวะจึงเดินขากะเผลก หมอหลวงไปตรวจดูแล้วก็หาสาเหตุไม่พบ”

อำมาตย์จึงไปที่โรงม้าหลวงคอยสังเกตดูอาการของม้าอยู่ ๒-๓ วัน ก็ทราบสาเหตุแห่งความผิดปกติของม้า จึงเข้าเฝ้ากราบบังคมทูลให้ทรงทราบ

“พระพุทธเจ้าข้า เหตุทั้งปวงเกิดจากคนจูงม้าไปออกกำลังกายเป็นคนขากะเผลก ม้าได้เห็นอย่างเช่นนั้นจึงได้ทำตามบ้าง หากเปลี่ยนคนจูงม้าเป็นคนเดินปกติเสีย ม้าก็จะเดินเป็นปกติเหมือนเดิม พระพุทธเจ้าข้า”

พระเจ้าพาราพาราณสีทรงรับสั่งให้เปลี่ยนคนจูงม้าใหม่ ไม่ช้าม้าปัณฑวะก็กลับเดินเรียบเหมือนเดิม



เรื่องนี้สื่อความให้เห็นว่า

ไม่ว่าคนหรือสัตว์ย่อมมีปกติเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือชอบทำตามผู้นำ โดยเฉพาะเด็กๆ เขาจะมองผู้ใหญ่แล้วทำตาม ลำพังแค่สอนให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้เขาจะอิดออดและไม่อยากทำ แต่ถ้าคนที่เขาใกล้ชิด เช่นพ่อแม่ พี่ๆ ปู่ย่าตายาย ครู อาจารย์ ตลอดจนพี่เลี้ยงทำอะไรให้เขาเห็น ไม่ว่าดีหรือไม่ดี ถูกหรือไม่ถูก เขาชอบจะทำตามทุกอย่าง ตามปกติอันเป็นข้อเท็จจริงนี้ย่อมเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใหญ่ที่ฉลาดที่ต้องการฝึกฝนอบรมลูกหลานของตนให้เป็นคนดีโดยไม่ต้องปากเปียกปากแฉะสอนลูกหลานให้มากความ เพียงทำตัวเองให้เป็นตัวอย่างให้ลูกหลานเห็นทุกวันเท่านั้น เขาก็จะทำตามจนติดเป็นนิสัย ต้องการให้ลูกหลานเป็นอย่างไร ก็ทำอย่างนั้นให้ลูกเห็นเป็นใช้ได้ ดังคำที่ว่า “ต้องการให้ลูกดี ต้องทำดีให้ลูกดู”



ที่มา : เครดิต : กิร ดังได้สดับมา เล่ม ๑" ส่งเสริมคุณธรรม พัฒนาชีวิต นึกถึงธรรมะ คิดถึง พุทธะดอทคอม www.พุทธะ.com


ท่านสมาชิกฯ ยังไม่ได้ Login ครับ !  คลิกที่นี่ ล็อกอิน ก่อนโพสต์ครับ 

หน้าหลัก จำนวนคนอ่าน 617 คน  ปิดหน้านี้


DT012622

lc-kukko

29 มิ.ย. 2555 เวลา 18:04 น.

โพสต์: 34
อนุโมทนา: 0
ได้รับอนุโมทนา: 6






Dhammathai.org on Mobile
Mobile/Tablet

หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย