ค้นหาในเว็บไซต์ :
คติธรรม คำคม โดนใจ

ขอเชิญทุกท่านที่มีคติธรรม คำคม สอนใจ ได้เอื้อเฟื่อเผื่อแผ่แก่สาธารณชนทั่วไป เป็นข้อคิดสะกิดใจ ในการใช้ชีวิตประจำวันในสังคม



# เรื่อง ( 737 ) อ่าน
 จะเลือกเป็นอย่างไร ระหว่าง แก่ลายคราม กับ แก่กะโหลกกะลา
 เราเคยมีความรู้สึกว่าเราดีกว่าเขาสูงกว่าเขาไหม เราเคยดูถูกดูแคลนคนอื่นไหม ทำไมเราจึงรู้สึกอย่างนั้น และความรู้สึกประเภทนั้นยังมีอยู่หรือไม่
 การเมืองเป็นเรื่องของการจัดการบ้านเมืองให้เป็นอยู่ เป็นไปด้วยดีโดยธรรม...
 ความเป็นสิริมงคลนี้ต้องเริ่มต้นที่จิตใจก่อน จิตใจที่เบิกบานผ่องใสนั่นเองจะแสดงออกมาในชีวิตและกิจการงาน
 ชีวิตคู่ครองเจริญมั่นคง เมื่อมีคุณธรรมรองรับเป็นฐาน
 ถ้าอยู่แค่สิทธิ ก็แห้งแล้ง จะสุขสดใส เมื่อรักแท้ด้วยน้ำใจ
 คำว่าชีวิตแปลว่าไม่ตายหรือแปลว่าเป็นอยู่ ถ้าเป็นอยู่ต้องสดชื่น เหมือนใบไม้ที่เขียวสดเพราะมันมีความสดชื่น ...
 คนเห็นแก่ตัว โกรธง่ายและโกรธเร็ว แล้วก็ลืมยาก เลิกโกรธยาก...ความเห็นแก่ตัวยังมีอยู่เท่าไร มันก็โกรธอยู่เพียงนั้น โกรธอยู่เท่านั้น
 ตกน้ำตกทะเลธรรมดา นี่ยังไม่ร้ายเท่าตกทะเลตา หู จมูก ลิ้น กายใจ
 เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา
 ความสุขทั้งหลายนะ มันต้องมีทุกข์มาก่อนมันจึงจะมีสุข เราทำทุกสิ่งทำงานก่อนจึงจะได้เงินมาซื้อกินมิใช่หรือ ทำนาก่อนจึงจะได้กินข้าว มันต้องผ่านความทุกข์มาก่อนทุกอย่างนั้นแหละ
 พระพุทธองค์ชมว่า ผู้ที่เคยทำบาปกรรมในอดีต สำนึกผิดแล้ว เลิกทำแล้ว ตั้งอกตั้งใจพัฒนาชีวิตตามหลักคำสั่งสอนของพระองค์ ผู้นั้นย่อมดูงาม เขา “ส่องโลกนี้ให้สว่าง เหมือนพระจันทร์ที่พ้นจากเมฆ”
 เวลาคือระยะทางระหว่างความอยากและการตอบสนองความอยาก จิตที่ปราศจากความอยาก จึงเข้าถึงแดนเหนือเวลาได้
 สมาธิภาวนา...เป็นวิธีส่องไฟให้กายและจิตเพื่อศึกษาในสิ่งที่เราเห็น
 จิตใจที่โกรธมองไม่เห็นตามความเป็นจริง จิตใจที่ปราศจากกิเลสเท่านั้นที่มีคุณสมบัติรู้เห็นตามความเป็นจริง
  ต่อเมื่อเราพากเพียรปฏิบัติตามหลักอริยมรรคอย่างครบถ้วนรอบด้าน... เมื่อนั้นเราจึงจะเป็นชาวพุทธอย่างแท้จริง
 การโดนนินทาหรือใส่ร้ายเป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับการพิจารณาโทษในความยึดมั่นถือมั่นในอัตตา ศักดิ์ศรี และภาพพจน์
 ทุกครั้งที่เราทำความชั่ว เรากลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่ชั่ว ทุกครั้งที่เราทำความดี เรากลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่ดี ไม่มีใครสร้างโลกนี้ให้เรามาอยู่อาศัย เราสร้างกันเอง
 ปรุงแต่งสิ่งอื่นได้หลากหลาย ทำไมไม่ปรุงแต่งใจตัวเองให้เป็นสุข
 คนที่จะไปปลดปล่อยสังคมนั้น ก็ต้องไม่ประมาทที่จะปลดปล่อยตนเองให้พ้นจากการครอบงำของกิเลสข้างในตัวด้วย หรือทำตัวเองให้เป็นอิสระจากกิเลสที่เป็นเครื่องผูกพันตัวเองดังที่กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะจากตัณหา มานะ และทิฏฐิ มิฉะนั้นแล้วตัวเองจะถูกพันธนาการ ถูกผูกมัด และก็จะพลอยทำให้สังคมถูกผูกมัดไปด้วย

« 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 »


   

 ธรรมะไทย