การถวายน้ำและดอกไม้หรือมาลัย

 oy   

เวลาเราสวดมนต์ทุกวัน ต้องถวายน้ำและดอกไม้หรือมาลัยแด่พระพุทธรูป ไหมค่ะ

นับถือ




ถ้ามีดอกไม้ก็ถวายเป็นอามิสบูชา คือถวายด้วยสิ่งของ ไม่ผิดกฏิกาอันใดหากไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะพระพุทธเจ้าทั้งหลายพ้นจาก อาสวกิเลสทั้งมวลแล้ว จึงไม่ทรงเรียกร้องให้ใครเอาอะไรๆมาถวาย ที่บุคคลทำสักการะท่านด้วยวัตถุต่างๆ จะเป็นดอกไม้ ของหอมธูปเทียนหรืออาหารก็เพราะศรัทธาและสำนึกในพระมหากรุณาของท่าน แต่การทำเช่นนั้น ท่านก็ไม่สรรเสริญว่าเป็นการบูชาอันประเสริฐ

ส่วนการสวดมนตร์ จัดอยู่ในประเภทปฏิบัติบูชา อยู่ในกลุ่มภาวนาจิต เป็นสิ่งที่ระพุทธเจ้าสรรเสริญว่าเป็นไปเพื่อการพ้นทุกข์ มีอานิสงค์มากกว่าการบูชาด้วยดอกไม้ของหอม
วิธีสวดมนต์ที่ถูกต้อง

บทสวดมนต์หลายบทนั้นมีอานุภาพในตัวเองมากมายมหาศาล แต่ต้องขึ้นอยู่กับ "ผู้สวด" ด้วย
การสวดมนต์เพื่อให้ได้อานิสงส์สูงสุด
1.อย่าสักแต่ว่าสวดเป็นนกแก้วนกขุนทอง คือท่องๆ บ่ยๆ ไปตามอักขระที่อ่านหรือนึกได้
ข้อนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องให้รู้ความหมายด้วย ไม่จำเป็นขนาดนั้น เพราะการรู้ความหมาย
เป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น (แต่ถ้ารู้ความหมายด้วย ก็เป็นเรื่องดี)
จะรู้ความหมายหรือไม่รู้ความหมายก็ไม่สำคัญเท่ากับการสวดมนต์อย่างมีสมาธิ
2.ต้องสวดมนต์อย่างมีสมาธิ หมายความว่า เวลาที่จะสวดมนต์นั้น ต้องรู้ก่อนว่าสวดมนต์
บทไหน (จะรู้ความหมายหรือไม่รู้ก็ได้) แต่เวลาที่สวดมนต์นั้น ให้รู้ว่าอักขระหรือตัวหนังสือที่เรากำลังจะ
ท่องนั้น คือตัวอะไร
ฟังดูอาจจะเข้าใจยาก เอาอย่างนี้ เวลาที่จะสวดมนต์ เช่น นะโม ตัสสะ ฯลฯ ก็ต้องรู้ว่าตอนนี้
กำลังสวดคำว่า นะ คำว่า โม คำว่า ตัส คำว่า สะ
คือให้รู้ตัวทุกตัวอักขระว่ากำลังสวดคำไหน
ทำได้มั้ยครับ ถ้าทำได้..คือรู้ตัวว่าสวดอักขระตัวไหน เราก็จะมีสติใจจดจ่อกับคำสวดตามอักขระ
เมื่อมีสติเราก็จะมีสมาธิ
การมีสติ และมีสมาธิในเวลาสวดมนต์นั้น จะได้รับ "พลังงาน" ที่ดี
ทำให้ได้ แล้วจะได้รู้ว่า สวดมนต์เวลาที่มีสติและสมาธิ จะ "ดีกว่า" สวดมนต์แบบนกแก้วนก
ขุนทองอย่างมากมายมหาศาล

อนุโมทนาสาธุด้วยครับ


โดยปกติจะสวดประมาณห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง สวดตามหนังสือของหลวงพ่อจรัล ค่ะ


ดีมากครับ เมื่ิอสวดด้วยความมีสติ อานิสงค์ย่อมมากครับ ขออนุโมทนาด้วยครับ อ้อ ผมขอเพิ่มเติมอีกว่า ก่อนเริ่มสวดมนตร์ควรตั้งจิตสมาทานศีล 5 ว่า

"ข้าพเจ้าตั้งใจรักษาศีล 5 ตั้งแต่บัดนี้จนตลอดชีวิต คือ ละเว้นจากการการฆ่าสัตว์, ละเว้นจากการลักทรัพย์ ละเว้นจาก การประพฤติผิดในกาม , ละเว้นจากการพูดปด , ละเว้นจากการดื่มน้ำเมา รวมถึงของมึนเมาและสิ่งเสพติดทั้งหลาย


ทั้งนี้เพื่อเพิ่มอานิสงค์ที่จะได้รับอีกหลายเท่าตัวนะครับ เวลาปกติให้พยายามนึกถึงศีล5ไว้เสมอ ๆ จิตจะเป็นไปกับบุญครับ

เจริญธรรมครับ


ละเว้นจากการการฆ่าสัตว์ ข้อนี้ทำยากมาก เพราะชอบฆ่ามดและยุง เพราะต้องก่อนนอนต้องดูกรงของสุนัขก่อนนะค่ะว่ามียุงไหม มดตัวเล็กๆ ไหม ต้องฆ่านะค่ะ


ลองดูผลที่จะได้รับจากการฆ่านะครับ

ผลกรรมจากการฆ่าสัตว์ชนิดใด จะได้ผลกรรมอย่างไร

ผลกรรมจากการฆ่าสัตว์ชนิดใด จะได้ผลกรรมอย่างไร -

ฆ่ามด ฆ่าปลวก ฆ่าแมลงวัน มีผลกรรมทำให้ มีฝุ่นผงเข้าหน้าเข้าตา ร่างกายกระทบผงพิษทำให้ระคายเคือง ผิวหนังเกิดผื่นคัน

- ฆ่า เป็ด ไก่ นก ปลา มีผลกรรมทำให้ บาดเจ็บจากการถูกไม้ ถูกมีด ถูกของมีคมขีดข่วนเป็นแผล เดินสะดุดตอ นิ้วเท้าเจ็บ หกล้มเข่าถลอกปอกเปิก

- ฆ่า ม้า ลา วัว ควาย รวมทั้งสัตว์เลี้ยงที่ให้คุณด้านอื่นด้วย มีผลกรรมทำให้ มีบาดแผลฉกรรจ์ ไฟไหม้เนื้อตัวเป็นแผลพุพอง ถูกน้ำร้อนลวกแขนด่าง ประสบอุบัติเหตุรถล้ม รถคว่ำ รถชน แขนขาหัก หรือเจ็บป่วยต้องผ่าตัดช่วงท้อง หรืออวัยวะสำคัญ

- ฆ่าคนร้าย คนชั่ว คนพาล โดยที่ตนเองไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง มีผลกรรมทำให้เจ็บป่วย ร่างกายพิกลพิการ เช่น ต้องตัดแขนทิ้ง ต้องตัดขา หรือต้องผ่าตัดเอาอวัยวะสำคัญของร่างกายออกทิ้งไปบางส่วน

- ฆ่าคนดี คนดีของครอบครัว คนดีของสังคม มีผลกรรมทำให้ ถูกฆ่า ถูกยิง ถูกฟัน พลัดตกจากที่สูง ตายจากอุบัติเหตุรถชน รถพลิกคว่ำ

- ฆ่าคนที่มีบุณคุณต่อตนเอง ฆ่านักบวชที่ทรงคุณธรรม มีผลกรรมทำให้ชีวิตต้องประสบกับภาวะกลัดกลุ้มคลุ้มคลั่งไม่เป็นสุข ต้องเป็นบ้า เป็นโรคประสาท เป็นโรคเรื้อรัง ใช้ชีวิตอย่างทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส หรือมิฉะนั้นก็ฆ่าตัวตาย ทำลายชีวิต เพราะเห็นว่าความตายประเสริฐกว่าการมีชีวิตอยู่


http://main.watpartumtharam.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=10


เลื่อมใส่เลื่อมใสครับ


ทุกอย่างอยู่ที่เจตนาของเราเองนะคะ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรรักษาไว้คือประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของชาวพุทธเรา อย่ามุ่งปัญญาอย่างเดียว แต่สิ่งที่จะหล่อหลอมให้เกิดปัญญาได้ต้องมาจากความศรัทธาเป็นเบื้องต้นก่อนเสมอ ไม่อย่างนั้นความเพียรของเราจะไม่สามารถรักษาไว้ได้ แต่ศรัทธานั้นต้องประกอบด้วยปัญญาที่ถูกต้องตามหลักธรรมด้วย คือการเดินสายกลาง หรืออริยมรรคมีองค์แปดนั่นเอง ประกอบกับการใช้โยนิโสมนสิการบ่อยในข้อธรรมที่เราได้ศึกษามา จิตใจจะอ่อนโยน ควรแก่การงานทุกประเภทคะ การสวดมนต์ต้องใช้ทั้งศีล สมาธิ และปัญญา ควบคู่กันไปด้วย ถึงจะได้ประโยชน์ในการสวดมนต์ อานิสงส์ของการสวดมนต์บ่อยๆ จะเป็นคนไม่หลงลืมง่าย ถึงแม้อายุจะมากขึ้น แต่สติปัญญายังคงแจ่มใส นี้ละคะผลของการสวดมนต์คะ

ขอเจริญในธรรมคะ


อนุโมทนาครับคุณประภัสสร

ขออนุญาตเสริมความหมายของโยนิโสมนสิการ

ความหมาย จาก พจนานุกรมพุทธศาสตร์ โดยท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต)

โยนิโสโดยแยบคาย,โดยถ่องแท้, โดยวิธีที่ถูกต้อง, ตั้งแต่ต้นตลอดสาย, โดยตลอด

มนสิการ การทำในใจ,ใส่ใจ, พิจารณา

โยนิโสมนสิการ การทำในใจโดยแยบคาย, กระทำไว้ในใจโดยอุบายอันแยบคาย, การพิจารณาโดยแยบคายคือ พิจารณาเพื่อเข้าถึงความจริงโดยสืบค้นหาเหตุผลไปตามลำดับจนถึงต้นเหตุ แยกแยะองค์ประกอบจนมองเห็นตัวสภาวะและความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย หรือตริตรองให้รู้จักสิ่งที่ดีที่ชั่วยังกุศลธรรมให้เกิดขึ้นโดยอุบายที่ชอบ ซึ่งจะมิให้เกิดอวิชชาและตัณหา, ความรู้จักคิด, คิดถูกวิธี


การถวายน้ำ ดอกไม้ เป็นอามิสบูชา ก็ได้อานิสงส์

แต่การปฎิบัติบูชา ได้อานิสงส์มากกว่าหลายเท่า เทียบกันไม่ได้ คือการรักษาศีล และเจริญภาวนา (ปฎิบัติกรรมฐาน)

เช่น

การทำบุญให้คนที่ฆ่าตัวตาย ต้องรักษาศีล แล้วเจริญภาวนา (ปฎิบัติกรรมฐาน) แล้วอุทิศบุญกุศลให้นั้น ถึงจะได้รับบุญ การให้ทาน เช่นใส่บาตร ถวายสังฆทาน นั้นก็ดี แต่ไม่ได้อานิสงส์มากเท่าการถือศีลแล้วเจริญวิปัสสนากรรมฐาน คนที่ฆ่าตัวตายนั้น จัดเป็นกรรมหนักมาก ต้องเจริญภาวนา แล้วอุทิศให้เท่านั้น ไม่อย่างนั้นแล้ว ยากที่จะได้รับบุญ

การปฎิบัติธรรมโดยการรักษาศีลและเจริญกรรมฐาน สามารถทำได้ทั้งที่วัด และที่บ้าน (กรณีคนที่เคยฝึกกรรมฐานมาแล้ว) แต่แนะนำว่า ถ้ามีโอกาส ให้ไปปฎิบัตธรรม (ถือศีล+ปฎิบัติกรรมฐาน) ที่วัด จะดีมาก เพราะมีพระอาจารย์คอยแนะนำ และเวลาเราอยู่ในวัด เราจะสามารถ รักษาศีลได้บริสุทธิ์กว่า (อุโบสถศีล8) 1.ปาณาติปาตา 2.อทินนา 3.อพรมมจริยา 4.มุสาวาทา 5.สุรา 6.วิกาลโภชนา 7.ไม่ใช้เครืองหอม ตกแต่ง ดูหนัง ดูละคร ฟ้อนรำ 8.ไม่นั่งนอน ในที่นอนสูง สบาย เหล่านี้ ถ้าอยู่ที่วัดจะรักษาศีลได้ดีกว่าค่ะ

วัดทุกวัด ดีทุกที่ค่ะ แต่ที่เคยไปปฎิบัติที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่ รู้สึกว่าดีที่สุดค่ะ 1.ถ้ามาจากกรุงเทพ ขึ้นรถทัวร์ที่หมอชิต สายกรุงเทพ-จอมทอง รถทัวร์สุดสาย จอดหน้าวัดเลย ขากลับก็ซื้อตั๋ว ฝั่งตรงข้ามวัดเลย สะดวก 2.ปลอดภัย 3.สะอาด ร่มรื่น ทุกอย่างดีหมด เหมาะแก่การปฎิบัติธรรม 4.สอนกลุ่มเล็กๆ เหมาะกับผู้สนใจเรียนกรรมฐานจริงๆ ไม่แออัด ก่อนไปต้องโทรไปแจ้งทางวัดก่อนว่าจะมา 5.พักกุฎิแต่ละคน แยกกัน มีความสันโดษ สงบ เหมาะเป็นอย่างยิ่งในการปฎิบัติกรรมฐาน 6.เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ผู้มา จะได้มีโอกาสมากราบพระบรมสารีริกฐาตุด้วย 7.การเรียนกรรมฐาน จะมีการสอบอารมณ์ทุกวัน เพราะแต่ละคนจริงๆแล้ว ผ่านการปฎิบัติมาไม่เท่ากัน ไม่สามารถให้ทุกคนมาเดินจงกรมและนั่งสมาธิพร้อมๆกัน เช่นเดินนั่ง45นาที เหมือนกันหมดทุกคน เป็นไปไม่ได้ ที่นี่สอบอารมณ์ของแต่ละคน บางคนเดิน+นั่ง15นาที บางคน30นาที บางคน45นาที บางคนปฎิบัตินานหลายชั่วโมง เพราะพื้นฐานแต่ละคน ไม่เท่ากัน 8.สอนวิปัสสนากรรมฐานในแนวทางสติปัฎฐาน4 เป็นทางสายเอกสายเดียวที่เข้าถึงพระนิพพาน จัดว่ามาถูกทาง ผู้เขียนขอเชิญชวนท่านทั้งหลายมาปฎิบัติธรรม ผู้เขียนเคยปฎิบัติมาแล้ว รู้สึกว่าได้รับอานิสงส์มาก หากท่านต้องการสอบถามเส้นทาง สามารถโทรมา 086-8856237 ผู้เขียนยินดีบอกบุญให้ไปปฎิบัติธรรมค่ะ

วัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง เชียงใหม่ (ปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน แนวทางสติปัฎฐาน4)



 เปิดอ่านหน้านี้  19402 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย