' หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก' สร้างพระแก้วมรกต และ วิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    

 เชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมสร้างองค์พระแก้วมรกต และวิหารใหญ่ที่สุดในโลก โดย หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก พระอริยสงฆ์ผู้บรรลุแล้วซึ่งแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา แห่งวัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ....
สามารถโอนเข้าบัญชีได้ที่ พระวิรพล ฉัตติโก ธ.กรุงเทพ สาขา พระราม9 เลขบัญชี 215-0-61617-1 หรือ เข้า www.luangpunenkham.com
อานิสงค์จากการสร้างนี้ จิตใจของมนุษยชนทั้งหลายจะเข้าถึงพระธรรมคำสอนขององค์พระศาสดามากยิ่งขึ้นจะส่งผลให้ทุกท่านมีใจอันผ่องแผ้ว มีกุศลถึงพร้อม บารมีจากการสร้างย่อมประจักษ์เด่นชัด อย่างมหาศาลทั้งในโลกนี้ และโลกหน้าอันเป็นสุคติภูมิ จักถึงซึ่งพระนิพพานในอนาคตกาล และหากยังไม่ถึงพระนิพพาน ก็จักไปเกิดในภพภูมิที่ดี หรือเกิดเป็นมนุษย์ในตระกูลสัมมาทิฐิ ที่เจริญใน อายุ วรรณะ สุขะ พละ และเจริญในลาภ ยศ สุข สรรเสริญทุกชาติไป.....







เชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมสร้างองค์พระแก้วมรกต และวิหารใหญ่ที่สุดในโลกโดย หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก พระอริยสงฆ์ผู้บรรลุแล้วซึ่งแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา แห่งวัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ....
สามารถโอนเข้าบัญชีได้ที่ พระวิรพล ฉัตติโก ธ.กรุงเทพ สาขา พระราม9 เลขบัญชี 215-0-61617-1 หรือ เข้า www.luangpunenkham.com .....



โดย : นฤพาน [58.8.7.54] 27 เม.ย. 2551 20:21 น.



แปลกดีนะ ยกย่องว่า....
...หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก พระอริยสงฆ์ผู้บรรลุแล้วซึ่งแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ...

แต่ไฉนยังสร้างเหตุให้เกิดทุกข์อยู่อีกเล่า...???

พระอริยเจ้าในศาสนานี้คือผู้ดับเหตุให้เกิดทุกข์เจ้าค่ะ

พระนิกายธรรมยุตินี่เขาเคร่งไม่จับเงินกันนี่เจ้าคะ ..???


เยธัมมา เหตุปปะภะวา
เตสัง เหตุง ตถาคโต
เตสะญะจะ โย นิโรโธจะ
เอวัง วาที มหาสมโณ

ธรรมเหล่าใดมีเหตุเป็นแดนเกิด
พระตถาคตเจ้าตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น
และความดับแห่งธรรมเหล่านั้นด้วย
พระมหาสมณเจ้ามีปกติตรัสอย่างนี้



เจริญในธรรมเจ้าค่ะ



วิธีสังเกตุอริยะบุคคล ง่ายนิดเดียว = พระดี(อริยสงฆ์) สร้างคนด้วยการ สอน

พระนอกรีด โฆษณาตน ด้วยการ เสก


ขอบคุณทุกความเห็นในกระทู้นี้...และขอเชิญทุกท่านเข้าชมwww.luangpunenkham.comเพื่อศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ โดยขอรับcdmp3 ที่ท่านเทศน์ก่อน เพราะสิ่งที่ทุกท่านสงสัย ท่านจะบอกไว้ในนั้นทั้งหมด รวมถึงการปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นด้วย แล้วแสดงความคิดเห็นก็ยังไม่สายค่ะ



ดูมาแล้วทราบมาแล้วจึงได้แสดงความคิดเห็นมาตามคำตอบที่ 1
และยืนยันหนักแน่นยิ่งกว่าเดิมเดิมเจ้าค่ะว่าพระองค์นี้ยังทำเหตุให้เกิดทุกข์อยู่เจ้าค่ะ


ลักษณะของพระอรหันต์ขีณาสพ
1.จะต้องเป็นผู้น้อมเข้าไปแล้วในการบรรพชาอุปสมบท
2.น้อมเข้าไปในที่สงัด
3.น้อมเข้าไปในความสำรวมไม่เบียดเบียน....ท่านยังบอกบุญชาวบ้านอยู่เบียดเบียนโยมไหม ?
4.น้อมเข้าไปในความสิ้นความยึดมั่น....ยังยึดมั่นในบุญคือรูปสัญญาอยู่สักกายทิฏฐิท่านละได้แล้วจริงหรือ ?
5.น้อมเข้าไปในความสิ้นความอยาก...ยังบอกบุญอยู่ท่านสิ้นความอยากแล้วจริงหรือ ?
6.น้อมเข้าไปในความไม่หลง....พระที่ไม่หลงนั้นควรตั้งอยู่ในอรหัตตผลสมาบัติ หรือฌานสมาบัติ หรือสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติใช่ไหม ? แล้วในแต่ละวันพระองค์นี้ตั้งอยู่ในสมาบัติอะไร ?


หวังว่าคุณนฤพาน - 58.8.211.100 [30 เม.ย. 2551 20:00 น.] คำตอบที่ 5 จะได้หูตาสว่างบ้างนะเจ้าค่ะ จะได้ไม่สายไม่เสียเวลาเพราะหลงงมงายเจ้าค่ะ

เจริญในธรรมเจ้าค่ะ





" ภิกษุพึงเป็นผู้สำรวมจักษุ
ไม่พึงเป็นผู้โลเลเพราะเท้า
พึงเป็นผู้ขวนขวายในฌาน
พึงเป็นผู้ตื่นอยู่มาก
พึงเป็นผู้ปรารภอุเบกขามีจิตตั้งมั่น
และพึงเข้าไปตัดความตรึก
ตลอดจนธรรมที่อาศัยอยู่แห่งความตรึกและความรำคาญ


กิเลสเครื่องกังวลใดมีอยู่ในกาลก่อน
เธอจงยังกิเลสเครื่องกังวลนั้นให้เหือดแห้งหายไป
กิเลสเครื่องกังวลจงอย่ามีแก่เธอในภายหลัง
ถ้าเธอจักไม่ยึดถือขันธ์ในท่ามกลาง
จักเป็นผู้สงบระงับแล้วเที่ยวไป "



ขอให้กำลังใจคุณนฤพาน เป็นผู้บอกบุญให้ผู้อื่นได้ทำบุญได้สละ ละวางซึ่งความโลภ ส่วนโกรธและหลงก็ค่อยๆ วางกันไป ปฏิบัติกันได้แล้วก็จักมีปัญญาพิจารณาในทุกสิ่งอย่างเป็นกลาง โดยไม่ปรุงแต่งอันใด จะมีความระมัดระวังสำรวมในอายตนทั้งหมด

จะทำบุญด้วยหรือไม่ก็มิเป็นไรดอกเจ้าค่ะ มีน้อย หรือไม่มีขัดสนอันใดก็มิต้องลำบากเบียดเบียนตน แต่คนที่เข้าถึงธรรมแล้วจักเห็นว่า ช่องทางใดที่จะสละ ที่จะให้ ที่จะทำได้ในทุกสิ่งทุกอย่าง โดยมิหวังผลตอบแทน เขาจักหาทางทำทุกเมื่อ ประกอบกับการเจริญปัญญาไปด้วย หากเรายังไม่ทราบอะไรแน่ชัดกว่านี้ เราใช้มาตรฐานจิตใจของเรากับข้อมูลเล็กน้อยที่เรารู้ ยังมิเพียงพอในการตัดสินว่าผู้อื่นทำเหมาะสมเพียงใด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพระอริยะบุคคลผู้ประเสริฐเยี่ยงนี้ ยิ่งมิบังควรมากที่สุด เพราะโทษกรรมของผู้หมิ่นประมาทพระสงฆ์องค์เจ้า ยิ่งเป็นพระผู้เลิศแล้วด้วยประการทั้งปวงเยี่ยงนี้ ยิ่งหนักน่ากลัวหนักหนาสาหัส อย่าลองเลยนะเจ้าคะ

ฉะนั้น เราจะเห็นด้วยหรือไม่กับท่านใด ก็วางจิตในที่อันควรเถิด หากเราท่านได้ศึกษาแลรู้จักหลวงปู่เณรคำดีพอแม้เพียงครึ่ง ประกอบกับปฏิบัติธรรม สำรวมในศีล 5 เท่านี้ก็จะพอจักทราบได้ว่า ควรมีความเห็นเยี่ยงใดจึงจะเหมาะสม เรามาอนุโมทนากุศลกับท่านทั้งหลายที่ได้มีโอกาสไปสร้างพระพุทธรูปนี้เถิดนะเจ้าคะ เพียงแค่การอนุโมทนาก็มีส่วนในบุญนี้แล้ว แม้นเราท่านมิได้มีโอกาสได้ทำร่วมสร้างด้วยเหตุอันใดก็ตาม

เพราะการสร้างพระพุทธรูปก็มีอานิสงส์สูงมากเช่นกัน ขอทุกท่านจงเจริญในธรรมถ้วนหน้ากันเถิด....สาธุ

ปล.
กำลังจะไปวัดป่าขันติธรรมเร็วๆ นี้เช่นกันเจ้าค่ะ
จะรีบขวนขวายสร้างบุญกุศลทุกทาง ก่อนที่จะไม่มีโอกาสเจ้าค่ะ

ด้วยความเคารพอย่างสูง



" อานิสงส์ของการบำเพ็ญกุศล "



ต้องการให้ท่านผู้อ่านทุก ๆ ท่านได้เข้าใจเรื่องอานิสงส์ของการบำเพ็ญกุศลที่ถูกต้องและเป็นจริงนะครับ


ถ้าท่านมีทรัพย์ที่ประสงค์จะถวายทานบำเพ็ญกุศล ไปซื้ออาหารประกอบด้วยข้าว กับข้าว ขนม และผลไม้ นำใส่ปิ่นโต 4 เถา

อาหาร 1 ปิ่นโตนี้ถ้าให้ทานแก่สัตว์เดรฉาน หวังผลได้ 100 เท่า
อาหาร 1 ปิ่นโตนี้ถ้าให้ทานแก่โจร หรือ ขอทาน หวังผลได้ 1,000 เท่า
อาหาร 1 ปิ่นโตนี้ถ้าให้ทานแก่คนธรรมดาผู้สมาทานศีล 5 หวังผลได้ 100,000 เท่า
อาหาร 1 ปิ่นโตนี้ถ้าให้ทานแก่ผู้บรรลุปฐมฌานสมาบัติ หวังผลได้ไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ
ถวายแด่ผู้บรรลุฌานสมาบัติแปด 100 คน มีอานิสงส์ไม่เท่าถวายพระโสดาบัน 1 องค์
ถวายพระโสดาบัน 100 องค์ มีอานิสงส์ไม่เท่าถวายพระสกทาคามี 1 องค์
ถวายพระสกทาคามี 100 องค์ มีอานิสงส์ไม่เท่าถวายพระอนาคามี 1 องค์
ถวายพระอนาคามี 100 องค์ มีอานิสงส์ไม่เท่าถวายพระอรหันต์ 1 องค์
ถวายพระอรหันต์ 100 องค์ มีอานิสงส์ไม่เท่าถวายพระปัจเจกพุทธเจ้า 1 องค์
ถวายพระปัจเจกพุทธเจ้า 100 องค์ มีอานิสงส์ไม่เท่าถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 1 องค์
ถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าถวายอาหาร 1 ปิ่นโตนี้เป็นสังฆทานมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข
ทรัพย์ที่ซื้ออาหาร 1 ปิ่นโตนี้มาถวายสังฆทาน ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าสมทบทุนไปสร้างกุฏิ ศาลา โบสถ์ ห้องน้ำ ถนนในวัด ฯลฯ


ในบรรดา “อามิสทาน” คือให้ทานด้วยทรัพย์ สังฆทาน และวิหารทานเป็นยอดทานยอดแห่งกุศลครับ


แต่สังฆทานและวิหารทาน ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าบุคคลมีจิตเลื่อมใสศรัทธาถึงไตรสรณคมณ์ตลอดชีวิต

ถึงไตรสรณคมณ์ตลอดชีวิต ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าถึงไตรสรณคมณ์ตลอดชีวิตแล้วสมาทานศีล 5 ด้วย

ถึงไตรสรณคมณ์ตลอดชีวิตแล้วสมาทานศีล 5 ด้วย ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการเจริญเมตตาจิตแม้เพียงการสูดลมหายใจเข้าเท่านั้น

การเจริญเมตตาจิตแม้เพียงการสูดลมหายใจเข้าเท่านั้น ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการเจริญอนิจสัญญาแม้เพียงขยับนิ้วมือ

การเจริญอนิจสัญญาแม้เพียงขยับนิ้วมือ ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการบรรลุปฐมฌาน 1 ขณะจิต เพราะมีอายุขัยชาติละ 1 กัป

การบรรลุปฐมฌาน 1 ขณะจิต ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการบรรลุทุติยฌาน 1 ขณะจิตเพราะมีอายุขัยชาติละ 8 กัป

การบรรลุทุติยฌาน 1 ขณะจิต ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการบรรลุตติยฌาน 1 ขณะจิต เพราะมีอายุขัยชาติละ 64 กัป

การบรรลุตติยฌาน 1 ขณะจิต ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการบรรลุจตุตถฌาน 1 ขณะจิต เพราะมีอายุขัยชาติละ 500กัป

การบรรลุจตุตถฌาน 1 ขณะจิต ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการบรรลุอากาสานัญจายตนะฌาน 1 ขณะจิต เพราะมีอายุขัยชาติละ 20,000 กัป

การบรรลุอากาสานัญจายตนะฌาน 1 ขณะจิต ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการบรรลุวิญญานัญจายตนะฌาน 1 ขณะจิต เพราะมีอายุขัยชาติละ 40,000 กัป

การบรรลุวิญญานัญจายตนะฌาน 1 ขณะจิต ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการบรรลุอากิญจัญญายตนะฌาน 1 ขณะจิต เพราะมีอายุขัยชาติละ 60,000 กัป

การบรรลุอากิญจัญญายตนะฌาน 1 ขณะจิต ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการบรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนะฌาน 1 ขณะจิต เพราะมีอายุขัยชาติละ 84,000 กัป

การบรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนะฌาน 1 ขณะจิต ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการบรรลุโสดาปัตติผล 1 ขณะจิต เพราะเวียนตายเวียนเกิดมาเป็นมนุษย์อีกไม่เกิน 7 ชาติ

การบรรลุโสดาปัตติผล 1 ขณะจิต ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการบรรลุสกทาคามีผล 1 ขณะจิต เพราะเวียนตายเวียนเกิดมาเป็นมนุษย์อีกเพียงชาติเดียวเท่านั้น

การบรรลุสกทาคามีผล 1 ขณะจิต ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการบรรลุอนาคามีผล 1 ขณะจิต เพราะไม่เวียนตายเวียนเกิดมาเป็นมนุษย์อีกเลย ไปสู่พรหมโลกชั้นสุทธาวาสแล้วดับขันธ์ปรินิพพานในพรหมโลกนั้น

การบรรลุอนาคามีผล 1 ขณะจิต ยังมีอานิสงส์ไม่เท่าการบรรลุอรหัตตผล 1 ขณะจิต เพราะจะดับขันธ์ปรินิพพานในชาตินี้ แล้วไม่มีการเกิดอีกต่อไป การไม่เกิดอีกคือพระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่งครับ


" นิพฺพานํ ปรมํ สุขขํ .... พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง "


แก่นไม้ [DT02103] [ 7 เม.ย. 2550 เวลา 20:19 น. ] [ 4 ]



การที่คุณน้ำเค็มมาบอกเล่า ไม่ได้เป็นการประหัตประหารและทำลายซึ่งศรัทธาแต่อย่างใด อยากให้ทุกท่านมองให้ลึกถึงความปรารถนาดีที่คุณน้ำเค็มมีให้ และอยากให้ลองอ่านกาลามสูตรดู การมองของคุณน้ำเค็ม เป็นการกระทำอย่างหนึ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นกัลยาณมิตร กัลยาณธรรม มองให้เห็น อย่าเพิงตัดสินอะไรลงไป คุณน้ำเค็ม ชี้ช่องให้มองเห็นแล้ว ลองมองดูตามนั้นสิครับ จะได้พิสูจน์ความเชื่อของเราด้วย และ เป็นการพิสูจน์ธรรมแท้อีกประการหนึ่ง

อนุโมทนาบุญกับทุกท่าน
อนุโมทนาบุญกับคุณน้ำเค็ม สัมมาทิฏฐิของคุณน้ำเค็ม มีแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย


เพิ่งโอนเงินไปทำบุญค่ะ ทำแล้วจิตใจผ่องใสอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกปิติมากค่ะ

ขอบคุณที่บอกบุญนะคะ

ปล การจาบจวงพระอริยเจ้านั้น บาปหนักมากนะคะ อะไรที่เราไม่แน่ใจ ให้เป็นเพียงมโนกรรม อย่าถึงขั้น วจีกรรม กายกรรมเลยนะคะ

หลายๆครั้งอ่านเจอว่า พระปัจเจกพุทธเจ้า รับบิณบาตร เพียงเพื่อสงเคราะห์ญาติโยม เพราะท่านสามารถอิ่มทิพย์ได้ นี่น่าจะเป็นการสร้างเนื้อนาบุญของท่านหลวงปู่มากกว่านะคะ เมื่อทำแล้ว ก็อธิษฐานว่า ขอให้บุญนี้ให้ผลสู่นิพพานค่ะ




สาธุ สาธุ สาธุ


,,จะกี่รู้ รู้รอบครบ จบแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์,,
,, รู้นั้น ๆ มิอาจเทียบ หนึ่งสัมผัสรู้พระอรหันต์,,
ไม่ใช่ที่ตาเห็น.....ไม่ใช่ที่คนเห็น.....ไม่ใช่การศึกษาธรรมแล้วเห็น



ดิฉันเอง แค่ศิลป์ 5 ตั้งใจว่าจะถือให้ครบก็ยังทำได้บ้างไม่ได้บ้าง นั่งสมาธิแค่ชั่วโมงเดียวก็ยังรู้สึกว่าเมื่อย พระไตรปิฎกก็ไม่เคยอ่าน สำหรับท่าน....ถือศิลป์มากกว่าเราเท่าไร ปฎิบัติผ่านความลำบากมานับไม่ถ้วน เทศน์สอนคนได้พบทางสว่างก็มาก ดิฉันคิดว่าเพียงเท่านี้ท่านก็ควรค่าแก่การสักการะแล้ว
สาธุ



สงสารคุณน้ำเค็มจัง..

บัวเหล่าที่ห้า..มานะจัด..

คงไม่ได้เกิดในพุทธศาสนาอีกนานแสนนาน.น..น.น.....

พระโสดาบันไม่อิ่มในการให้ทาน..

ขอโมทนาสาธุกับผู้คิดดีทำดีพูดดีทุกท่าน..



ปัญญาคนมีหยาบ-ละเอียดต่างกัน ฉะนั้นพระพุทธองค์จึงสั่งสอน เริ่มจาก ทาน ไป ศีล แล้วจึง ภาวนา

จิตใครทำได้แค่ไหนก็ดีทั้งนั้น..หากไม่ตกนรกไปซะก่อน..



หลวงปู่ไม่ได้อวดอ้างเพียงแต่ที่ท่านนำประสบการณ์มาบอกเพียงให้เราได้เข้าใจว่า สวรรค์ นรก พระพุทธเจ้ามีจริงไม่ใช่สิ่งสมมติ อย่าประมาทในการใช้ชีวิต พระนิพพานมีจริง ท่านเป็นเด็กชาวบ้านธรรมดาก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องมุ่งมั่นตั้งใจทำอย่างจริงจังมีจิตใจมุ่งเน้นเข้าถึงการหลุดพ้น ที่ท่านไม่เก็บตัวอยู่ในป่าเมื่อท่านบรรลุแล้วถือได้ว่าประเสริฐยิ่งนักที่ท่านมาโปรดเรา เป็นพระกรรมฐานที่ไม่ได้สอนจากตำรา แต่สอนจากการปฏิบัติจริงที่ท่านทำแล้วทำได้ตั้งแต่เป็นเณร ลูกศรัทธาท่านมากค่ะ และจะช่วยร่วมสร้างพระแก้ว ซึ่งสร้างเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้คนมาร่วมกรรมฐานรวมกันที่นี่ ที่สร้างยิ่งใหญ่เพราะเป็นสิ่งที่แสดงว่าเราทุกคนยังมีศัทธาในศาสนาในพระพุทธเจ้า=พระนิพพาน มีความสามัคคีร่วมใจกัน และสละความโลภ(บริจาคเป็นทาน)เพื่อสร้างให้ผู้อื่นได้มาสักการะพระธรรมคำสั่งสอน มีหลวงปู่ถ่ายทอดธรรม ลองดูเทปหลวงปู่แล้วฝึกนักวิปัสนาตามที่หลวงปู่ชี้แนะ ทำให้จิตใจสงบขึ้น ซึ่งลูกค้า คุณสมนึก และคุณสำลี พรหมชาติ (ประธานงานผ้าป่า) ได้นำเทปและผ้าป่ามาให้ลองดูแล้วอยากบวชเลยค่ะ คุณสมนึกเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิ ได้เล่าประวัติหลวงปู่ให้ฟังก็ยิ่งศรัทธา ชาตินี้ถ้าลูกมีบารมีถึง ขอให้ลูกได้ทำบุญและร่วมวิปัสนากับหลวงปู่ด้วยเทอญ หรือท่านใดที่อยากรู้จักหลวงปู่ขอเทปจากดิฉันได้ค่ะ ยินดีส่งให้ เพื่อเป็นธรรมทาน หรือเข้าไปดูเวปไซด์หลวงปู่ที่คนที่ศรัทธาท่านจัดทำให้ได้ค่ะ
วรางษณา 086-3110494


 เปิดอ่านหน้านี้  3147 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย