เนรคุณไหมขอถามผู้รู้หน่อย

    

กำลังกลุ้มใจมาก ๆ เลย อยากถามว่า "กรณีที่เราไม่ช่วยพ่อเพราะว่า เราแถบไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อเลย แต่เมื่อทางครอบครัวใหม่พ่อมีปัญหาเราช่วยเลี้ยงเสมอ แต่ครั้งนี้แม่เลี้ยงโทรมาบอกว่าพ่อสร้างปัญหาทางการเงิน จำเป็นต้องนำเงินไปแก้ปัญหาเป็นจำนวนครึ่งแสน แต่เรากำลังคิดว่าเวลาเค้าใช้เงินด้วยกันเม่เคยได้รับรู้และได้รับเงินเหล่านั้นเลย เค้าเลี้ยงลูกใหม่สองคนอย่างดีส่งเสียให้เล่าเรียนสูงๆ แต่เรามีแต่ตา ยาย และญาติ รวมทั้งตัวเราทำงานพิเศษเพื่อเรียน จนมีหน้าที่การงานหาเลี้ยงตัวเองได้ทุกวันนี้โดยไม่เคยรบกวนอะไรพวกเค้าเลย แล้วถ้าเราไม่ช่วยเค้าเราจะเป็นคนเนรคุณพ่อหรือไม่ แต่คิดอีกอย่างพ่ออาจเครียดและตัดสินปัญหาโดยการฆ่าตัวตาย (สมมติ) ถ้าเป็นเช่นนั้น หนึ่งเราคิดว่าก็ดีนะพ่อคงเหนื่อยมากแล้วละ สอง ไม่อยากทำให้พ่อทำอย่างนั้น ส่วนตัวเราเคยคิดนะว่าถ้าตา กับแม่ เสียก่อนเรา เราอาจจะฆ่าตัวตายตามก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องมารับรู้ปัญหาของคนอื่น คุณอ่านแล้วคิดว่าดีไหม ทุกวันนี้อยู่เพราะตากับแม่เท่านั้นนะ ไม่อย่างนั้นฆ่าตัวตายไปนานแล้วละ
ตอบเราหน่อยสิว่าเราเนรคุณพ่อไปไหม แต่เราเหนื่อย และเบื่อกับปัญหาคนอื่นจังเลย...




เรื่องมันยาวมากนะ ... จะช่วยแนะนำตอนนี้ก็คงไม่ดีแน่

ขอให้คุณช่วยให้เวลากับตัวเองหน่อยนะคะพยายามศึกษาเรื่องธรรมให้มาก เพราะการได้เกิดมาเป็นมนุษย์สามารถพัฒนาศักยภาพได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าคุณเปิดใจยอมรับเรื่อง "กฎแห่งธรรมชาติ" คุณรู้ไว้ได้เลยคะว่า ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมเก่าสร้างกรรมดี...ถ้าจะให้สารยายเรื่องเศร้าๆ ของดิฉันอาจยิ่งร้ายแรงมากว่าคุณ แต่คุณเชื่อไหมคะว่าใครอีกล้านๆ คน ก็มีเรื่องเศร้ามากกว่าตัวดิฉัน..มันเป็นเรื่องของทางโลกที่ไม่มีวันจบสิ้น ดิฉันขอให้กำลังใจกับคุณ ขอให้คุณมีดวงตาเห็นธรรม แล้วคุณจะสามารถแก้ไขปัญหานี้อย่างดี แต่ดิฉันขออนุญาตตอบคำตอบพอคร่าวๆ ดังนี้
1. ใจลึกๆ ของคุณเองมีความทรงจำที่เจ็บปวดกับคุณพ่อ อยากให้คุณให้อภัยเขา ถึงคุณพ่อจะประพฤติต่อคุณอย่างไร พ่อและแม่ คือผู้ปูทางสู่ความเป็นมนุษย์ให้แก่คุณ
2. ถ้าเป็นหนี้มาก อยากให้ใช้ปัญหาแก้ไขปัญหา เป็นหนี้มาจากสาเหตุอะไร คุณสามารถไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ให้คุณพ่อได้ไหม ประนอมหนี้นะคะ เจ้าหนี้เขาคงไม่อยากให้เราตายจริงๆ หรอก เพราะเขาก็เสียประโยชน์เหมือนกัน ลองตกลงกันก่อนดีไหม คุยให้เคลียร์คุณและคุณพ่อจะได้สบายใจ แบ่งสัดส่วนช่วยกันเพราะถ้าเราเอาแต่ปวดหัวคิดฟุ้งซ่านจะไม่มีประโยชน์นะคะ ลองคุยกันก่อนนะคะ
3. เมื่อช่วยกันให้พ้นอุปสรรคเรื่องนี้ไปได้ คุณต้องเปิดใจอย่างมาก ที่จะช่วยคุณพ่อที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ คือ การให้ปัญหาที่ถูกต้อง แรกๆ เขาจะไม่ฟังเราหรอกเพราะเราเป็นลูก อย่างไรเขาจะถือว่าเขาอาบน้ำร้อนมาก่อนคุณ แต่ถ้าคุณดีและจริงใจให้พ่อเห็น เอาความดีชนะความไม่รู้จริง ความดีย่อมเป็นผลลัพธ์ที่ดีเสมอๆ
4. การตายก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมา เราตายเพื่อหนี้กรรมที่เป็นอยู่ไม่ได้ ถึงตายไปแล้วเกิดใหม่ก็ใช่ว่าจะดีกว่าหนี้ คุณลองศึกษาเรื่อง 31 ภพภูมิ ดูสิคะ คุณจะหวงแหนความเป็นมนุษย์ที่เป็นภพประเสริฐ ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอาภัพ ยาก ดี มี จน อย่างไร มนุษย์ย่อมดีกว่าสัตว์เดรัจฉานเป็นไหนๆ คุณอย่าคิดนะคะว่าคนจะเกิดใหม่เป็นสัตว์เดรัจฉานไม่ได้ หรือถ้าคุณรู้ชีวิตระหว่างจะตายเป็นอย่างไร คุณจะรักชีวิตที่มีอยู่ของคุณมาก
คุณคะดิฉันให้คำตอบแก่คุณด้วยความจริงใจเช่นเดียว ทุกอย่างที่คุณเผชิญอยู่ ดิฉันเป็นมาก่อนคุณหมดแล้วคะ แม้ปัจจุบันยังไม่ดีขึ้นมากมายอะไรสำคัญปัจจัยที่เป็นเหตุภายนอกก็ตาม แต่ใจของดิฉันก็สงบสุขและเยือกเย็น...คุณกำลังร้อนใจ ก็ต้องให้เวลากับตัวเอง ชีวิตของคุณควรอยู่ได้เพราะตัวคุณเอง ไม่ว่าคุณแม่คุณตา ของคุณจะรักและทำให้คุณรู้สึกมีค่าสำหรับการดำรงชีวิตนี้อยู่เพียงใดก็ตาม คุณค่าที่แท้จริงนั้นคุณควรยอมรับด้วยตัวของคุณเอง ปัญหามีทางออกเสมอช่วยกันคิดช่วยกันแก้ไข เพียงขอร้องคุณอย่าได้ทำร้ายตัวเอง หรือนิ่งดูดายในสิ่งที่พอจะช่วยคนที่เขากำลังเดือดร้อนได้

คุณค่าของการดีชีวิตอยู่คือการทำความดีอย่างฉานฉลาด หากไม่มีที่พักพิงอยู่ คุณลองศึกษาธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างถ่องแท้ดูนะคะ อาจไม่เห็นผลในวันสองคน แต่ระยะยาวจะทำให้คุณมีความสุขกับตัวของคุณเองโดยไม่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอก ....



คุยตรงกับพ่อครับอย่าคุยผ่านแม่เลี้ยง


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"...คุณเชื่อเรื่องนี้แค่ไหนค่ะ...
กรรมแปลว่า..การกระทำ บวกกับ ดี ก็เป็น กรรมดี แปลว่า ทำดี บวกกับไม่ดี ก็เป็น กรรมไม่ดี
แปลว่า ทำไม่ดี...
ทำดีย่อมส่งผลให้มีความสุข ทำไม่ดีย่อมส่งผลให้ไม่มีความสุข..
พ่อแม่เป็นผู้มีพระคุณสูงสุด แม้ท่านจะไม่เคยเลี้ยงดู ไม่เคยส่งเสีย แต่ท่านก็ให้ชีวิตเรามาเราก็มีหน้าที่
ตอบแทนคุณท่าน ตอบแทนอย่างไรก็คงขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะทำได้แค่ไหน อันนี้เป็นความเห็นส้่วนตัวนะคะ
คิดว่าทำให้เต็มกำลัง ทำให้ดีที่สุด สำคัญต้องไม่ทุกข์กับสิ่งที่ทำ ตนเองก็ไม่มีพ่อ พ่อตายแต่เกิดได้วันเดียว
แม่ก็ไม่สามารถเลี้ยงได้อยู่กับย่ามาแต่จำความได้ย่าดุระเบิดด่าสามวันไม่ซ้ำคำเคยคิดอยากตากเหมือนกัน
ตอนประมาณ 10 ขวบแต่รู้ว่าท่านรัก ท่านห่วงและท่านเหนื่อย..รู้เพราะท่านตายจากไปแล้วตอนนี้ ตอนอยู่ก็รู้บ้าง ไม่รู้บ้างเพราะถูก ดุ ว่า ตลอดคุณเคยสอบได้ที่ 1 แล้วโดนดุมั๊ย โดนจนงง ไม่รู้จะทำตัวยังไงถูกแล้ว..
โตขึ้นได้มีโอกาสไปวัดเพราะย่าตาย พยายามทำทุกวิธีย่าก็ไม่รอด ใครให้ทำอะไรทำหมด สุดท้ายท่านก็ตาย
เลยเรียนรู้ว่าความตายไม่สามารถต่อรองได้ หลีกหนีได้
หลวงปู่ทองดี วัดใหม่ปลายห้วย จ.พิจิตร..
ท่านสอนว่า คนเราเกิดมามีสมบัติเป็นของตนเองทุกคน คือ ความตาย
แต่เรามักละเลยมัน ไม่ยอมรับมัน แล้วก็คิดว่ายังไม่ใช่เราหรอก ทั้งๆที่มีคนตายทุกนาที
จากวันนั้นมาก็เลยตระหนักว่า จะพยายามทำดีที่สุดเท่าที่ตนเองทำได้ แต่สำคัญต้องไม่กดดันตนเอง
ถ้าเราทำเต็มที่แล้ว เราก็ต้องปล่อยวางด้วยเพราะทุกคนมีกรรมเป็นของตนเอง เราก็เหมือนเค้า เค้าก็เหมือนเรา
เราช่วยเค้าได้ แต่เค้าก็ต้องช้วยตัวเองด้วย..
ลองให้กำลังใจตนเองดูนะคะ ลองชื่นชมในสิ่งที่คุณทำดีแล้ว อันไหนหนักเกินไปก็วางไว้ก่อน มีแรงค่อยเพิ่ม
กำลังทำใหม่ เหมือนนักวิ่งมาราธอน แรกอาจเริ่มจาก 5 กิโล แล้วก็ค่อยเพิ่มเป็น7-9-11 ว่าไป
ตอนนี้เหนื่อนนักก็พักก่อนแล้วก็ว่ากันใหม่ ไม่มีอะไรใหญ่เกินกรรมค่ะ
ขอแนะนำเวปธรรมะดีๆ อีกเวปนะคะhttp://www.watthummuangna.com/home.htm
ที่นั่นมีกำลังใจและเรื่องดีๆให้คุณได้ศึกษาเยอะเลยค่ะ..ลองดูนะคะ สู้ สู้ สู้ตายค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้น้า....



โมทนาในความเห็นคุณเบญค่ะ
คุณได้เกิดมา ก็เพราะมีพ่อคนนี้ที่เป็นมนุษย์ พอเกิดมาจึงได้เป็นมนุษย์ วิบากกรรม
ส่งผลมาให้เขาต้องพลัดพรากไปจากแม่และคุณ สิ่งสำคัญที่พ่อคุณให้มาคือความ
เป็นมนุษย์นะคะ
ถ้าคุณอ่านที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า การได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นยากขนาดไหน คุณจะ
อึ่งมากเลยค่ะ ว่า เราช่างมีบุญเหลือเกิน แต่บุญของมนุษย์ก็แตกต่างมีรายละเอียด
ที่ผิดแผกกันไปมากมาย บ้างก็พิการแต่เกิด บางก็เกิดมาไม่นานก็ตาย บ้างก็เกิดใน
ที่ถิ่นทุรกันดารที่กันดารมาก กันดารน้อย กันดารในประเทศไทย ยังประเสริฐกว่า
กันดารในซิมบักเว(อาฟริกา) อินเดีย ฯนะคะ
บ้างก็เกิดในบ้านเศรษฐีแต่ครอบครัวไม่มีความอบอุ่น สารพัดค่ะ นี้คือรายละเอียดที่แตกต่างของวิบากกรรมในแต่ละคน

สำหรับคุณหากเทียบกับความลำบาก ยากเข็ญของคนจำนวนเรือนแสนเรือนล้าน
คุณดีกว่าคนเหล่านี้มากเหลือเกินค่ะ

แต่คุณยังคับแค้น คับข้องใจ น้อยเนื้อต่ำใจ ในความประพฤติของพ่อ นั้นก็เพราะ
วิบากกรรมอีกนั้นแหระค่ะ ขอให้ยึดความเป็นมนุษย์ ภพชาติที่ไม่ต่ำกว่ามนุษย์
นั้นคือ มีศีล๕.. รู้ว่า คุณของพ่อ คุณของแม่ นั้นมีจริงๆ
ต้องมีความกตัญญูต่อท่านทั้งสอง

ในพระดำรัสของพระพุทธเจ้า ยังตรัสถึงการตอบแทนบุญคุณที่ถือว่าประเสริฐคือ
การให้พ่อแม่ เข้าสู่สัมมาทิฏฐิ คือมีความรู้ และปฏิบัติเข้าทางธรรมค่ะ แต่
ถ้าดูในปฏิบัติตอบแทนแบบนี้ดิฉันว่ายากที่สุด(แต่ประเสริฐสุด)
..ที่ง่ายๆที่สุดก็คือ การเลี้ยงดูคอยให้ความช่วยเหลือดูแลท่านตามอัตภาพค่ะ

ตามคำแนะของคุณเบญ เป็นการที่รอบคอบดีมากค่ะ ค่อยๆคิด อย่าเอาความ
คับแค้นใจมานำปัญญานะคะ ค่อยๆแก้ไขค่ะ ทุกปัญหาแก้ไขด้วยความสงบ
ทางใจก่อนคะ ความสงบทางใจหมายถึง ให้ตัดความโกรธ-พยาบาท- ความหวงแหน
ทรัพย์ ความหลงที่วนอยู่ในความคิดในอดีต
แก้เหตุเฉพาะหน้านี้ก่อนด้วยการเจรจาประนอมหนี้ จากนั้นก็มาแก้ที่ต้นเหตุ
คือ ขอให้คุณพ่อมีความรอบคอบในการดำเนินชีวิตของท่านให้พอเพียง

เอาใจช่วยอีกคนค่ะ




โดย : เนรคุณ [203.114.114.254] 9 ก.ค. 2551 13:16 น.



ท่านโปรดพินิจพิจารณาความคิดเห็นของน้ำเค็มดูดี ๆ นะเจ้าค่ะ

เพราะพ่อไม่ได้เลี้ยงดูท่าน แต่พ่อให้ท่านเป็นคนมีรูปกายสวยงาม ร่างกายที่ท่านมีมีราคาเท่าไหร่เจ้าคะ ?
เพราะพ่อไม่ได้เลี้ยงดูท่าน แต่พ่อให้ท่านเป็นคนมีดวงตาเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้งดงาม ดวงตาที่ท่านมีมีราคาเท่าไหร่เจ้าคะ ?
เพราะพ่อไม่ได้เลี้ยงดูท่าน แต่พ่อให้ท่านเป็นคนมีหูฟังเสียงอันไพเราะได้ ใบหูที่ท่านมีมีราคาเท่าไหร่เจ้าคะ ?
เพราะพ่อไม่ได้เลี้ยงดูท่าน แต่พ่อให้ท่านเป็นคนจมูกโด่งรับกับใบหน้าหายใจคล่อง จมูกที่ท่านมีมีราคาเท่าไหร่เจ้าคะ ?
เพราะพ่อไม่ได้เลี้ยงดูท่าน แต่พ่อให้ท่านเป็นคนมีลิ้นลิ้มรสอาหารได้อร่อย ลิ้นของท่านที่ท่านมีมีราคาเท่าไหร่เจ้าคะ ?
เพราะพ่อไม่ได้เลี้ยงดูท่าน แต่พ่อให้ท่านเป็นคนดีมีศีลสัจจ์ ความดีที่ท่านมีมีราคาเท่าไหร่เจ้าคะ ?
เพราะพ่อไม่ได้เลี้ยงดูท่าน แต่พ่อให้ท่านเป็นคนเข้มแข็งแข็งแรง ความเข้มแข็งแข็งแรงที่ท่านมีมีราคาเท่าไหร่เจ้าคะ ?
เพราะพ่อไม่ได้เลี้ยงดูท่าน แต่พ่อให้ท่านเป็นคนมีปัญญาเฉลียวฉลาดเรียนจบปริญญา ปัญญาที่ท่านมีมีราคาเท่าไหร่เจ้าคะ ?


รวมเบ็ดเสร็จในตัวท่านมีราคาเท่าไหร่เจ้าคะ ?
ถ้าน้ำเค็มขอซื้อตัวท่านมาเป็นทาส ขอต่อรองในราคาสองล้านบาทท่านจะยินยอมขายไหมเจ้าคะ ?


ถ้าท่านมีเงินมีรายได้ไม่ลำบากขัดสนนัก เศษเงินครึ่งแสนที่คุณพ่ออ้อนวอนขอจากท่าน เทียบกับสิ่งที่พ่อมอบให้คุณมันมากเกินไปหรือเจ้าคะ ?

พ่อของท่านกำลังเสวยอกุศลวิบากกรรมท่านทำบุญสุนทานมาน้อยให้ผลในมนุษย์ได้เพียงเท่านั้น มีปัญญาความสามารถเพียงเท่านั้น แล้วท่านจะเรียกร้องสิ่งใดจากพ่อผู้ทุกข์ยากด้อยความสามารถกันอีกเล่าเจ้าคะ ?


ตอบแทนพระคุณพ่อแม่เสียวันนี้ ตอนที่ท่านยังมีชีวิต ดีกว่าการทำบุญแล้วค่อยอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน ยามท่านตายจากเราไปมากมายเจ้าค่ะ
พ่อแม่ต้องการอะไร ถ้าคุณสามารถให้ท่านได้ จิตท่านเป็นกุศลย่อมให้ผลเป็นสุขแก่ท่าน
แต่ถ้าเราไม่ดูแลท่าน ทำให้ท่านจิตใจเศร้าหมอง ตายแล้วไปสู่ทุคติอบายภูมิ อย่างนี้ท่านจะภาคภูมิใจไหมเจ้าคะ ?


ด้วยความเป็นกัลยาณมิตรเจ้าค่ะ


เจริญในธรรมเจ้าค่ะ



ผู้ให้ย่อมเป็นสูข ไม่ให้ก็เป็นทุกข์


เนรคุณไหมขอถามผู้รู้หน่อย


กำลัง กลุ้มใจมาก ๆ เลย อยากถามว่า "กรณีที่เราไม่ช่วยพ่อเพราะว่า เราแถบไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อเลย แต่เมื่อทางครอบครัวใหม่พ่อมีปัญหาเราช่วยเลี้ยงเสมอ แต่ครั้งนี้แม่เลี้ยงโทรมาบอกว่าพ่อสร้างปัญหาทางการเงิน จำเป็นต้องนำเงินไปแก้ปัญหาเป็นจำนวนครึ่งแสน แต่เรากำลังคิดว่าเวลาเค้าใช้เงินด้วยกันเม่เคยได้รับรู้และได้รับเงินเหล่า นั้นเลย เค้าเลี้ยงลูกใหม่สองคนอย่างดีส่งเสียให้เล่าเรียนสูงๆ แต่เรามีแต่ตา ยาย และญาติ รวมทั้งตัวเราทำงานพิเศษเพื่อเรียน จนมีหน้าที่การงานหาเลี้ยงตัวเองได้ทุกวันนี้โดยไม่เคยรบกวนอะไรพวกเค้าเลย แล้วถ้าเราไม่ช่วยเค้าเราจะเป็นคนเนรคุณพ่อหรือไม่ แต่คิดอีกอย่างพ่ออาจเครียดและตัดสินปัญหาโดยการฆ่าตัวตาย (สมมติ) ถ้าเป็นเช่นนั้น หนึ่งเราคิดว่าก็ดีนะพ่อคงเหนื่อยมากแล้วละ สอง ไม่อยากทำให้พ่อทำอย่างนั้น ส่วนตัวเราเคยคิดนะว่าถ้าตา กับแม่ เสียก่อนเรา เราอาจจะฆ่าตัวตายตามก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องมารับรู้ปัญหาของคนอื่น คุณอ่านแล้วคิดว่าดีไหม ทุกวันนี้อยู่เพราะตากับแม่เท่านั้นนะ ไม่อย่างนั้นฆ่าตัวตายไปนานแล้วละ
ตอบเราหน่อยสิว่าเราเนรคุณพ่อไปไหม แต่เราเหนื่อย และเบื่อกับปัญหาคนอื่นจังเลย...

โดย : เนรคุณ [203.114.114.254] 9 ก.ค. 2551 13:16 น.

คำถามของคุณที่ถามมา ความจริงแล้ว เป็นเรื่องจิ๊บจ้อยมาก เพราะคำว่าเนรคุณบิดามารดานั้น ไม่ได้หมายความถึงการที่จะเราทดแทนคุณ ด้วยการเลี้ยงดูช่วยเหลือ แต่เพียงอย่างแทน การกตัญญูกตเวทีนั้น กระทำได้หลายรูปแบบ แต่ บิดามารดาให้กำเนิดเรามา เลี้ยงดุเรามา ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนเติบใหญ่ ก็สมควรที่เราจะกตัญญู กตเวที เลี้ยงดูท่าน ตามกำลังของเรา มีน้อยก็เลี้ยงน้อย มีมากก็เลี้ยงมาก
ช่วยเหลือ เกื้อกูลบิดามารดา ตามกำลังเท่าที่จะทำได้ อย่าทำจนตัวเองเดือดร้อน ขอ ห้าหมื่่น มีห้าร้อย ก็ให้ห้าร้อย เท่านี้จบ
แต่ถ้ามีแล้วไม่ให้ ไม่เลี้ยงเลย นั่นแหละเนรคุณ
ที่ตอบนี้ เป็นเพียงความคิดเห็นของข้าพเจัาเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการสอนใครขอรับ


..........เห็นด้วยและอนุโมทนากับทุกความเห็นครับ..........ลองคำนวณดูว่าคุณมีเวลาเหลือเท่าไรและพ่อของคุณมีเวลาเหลือเท่าไร.......ถ้จะทำอะไรดีๆเพื่อท่านก็รีบทำตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ดีกว่า.......ก่อนที่อะไรๆจะสายเกินไปดีกว่าไปทำตอนที่ท่านไม่รับรู้แล้ว......มิฉนั้นคุณอาจจะต้องตำหนิตนเองในภายหลังว่า.."รู้อย่างนี้........ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำอย่างนั้น.....ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำอย่านี้.......". ผมเห็นว่าคุณโชคดีกว่าลูกคนอื่นๆที่สามารถตอบแทนบุญคุณท่านได้ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่........แล้วสักวันหนึ่งคุณจะได้ความรักของพ่อคืนมา.......เอาใจช่วยครับ
........ส่วนเรื่องการฆ่าตัวตายนั้น....ไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่เป็นการหนีปัญหา.......และเป็นการสะสมนิสัยที่อ่อนแอไว้ในดวงจิต.....สมมุติว่าถ้าฆ่าตัวตายแล้วไปเกิดใหม่แล้วต้องมาเจอปัญหาเดิมๆเหมือนชาตินี้......คุณก็ต้องฆ่าตัวตายหนีปัญหาอีกไม่รู้จบเพราะได้สร้างนิสัยเอาไว้อย่างนั้น......บุคคลสำคัญที่ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายท่านผ่านความยากลำบากมากแสนสาหัสแต่ก็ไม่ยอมฆ่าตัวตายสู้ชีวิตจนประสบความสำเร็จทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า..........คงเคยเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์บางคนฆ่าตัวตายด้วยเหตุผลที่จิ๊บจ๊อยมากสำหรับเรา....นั่นก็เพราะเขาสั่งสมนิสัยที่อ่อนแอมาคุณอยากเป็นอย่างนั้นหรือมิเป็นการตีค่าหรือราคาชีวิตตนเองต่ำเกินไปหรือ.


การที่เป็นลูกแต่ไม่ได้ช่วยพ่อหรือแม่ยามมีปัญหาไม่ได้จัดว่าเป็นการเนรคุณเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะมีทางช่วยได้เสมอไปเพราะทุกคนมีกรรมเป็นของๆตนไม่ว่าจะเป็นกรรมชนิดไหนก็ตามหากเป็นกรรมของคนๆนั้นคุณหรือใครก็ช่วยไม่ได้แต่คุณหรือใครๆสามารถแนะนำหาหนทางไม่มากก็น้อยตามเหตุการถ้าคุณมีจิตใจเมตรตาให้กับผู้มีพระคุณไม่ว่าคุณจะช่วยอะไรคุณอาจจะท้อแท้ในใจแต่คุณจะไม่เหนื่อยใจที่จะช่วยต่อไปเพราะจิตเมตรตาในการช่วยการให้ทานเป็นกำลังใจให้คุณเป็นสุขและอิ่มกับบุญที่คุณกำลังทำหน้าที่ของความเป็นลูกที่ดีถึงพ่อจะไม่เคยส่งเสียคุณเลยทุกคนมีหน้าที่เป็นของๆตนพ่อไม่ทำหน้าที่ให้ดีกับลูกก็ไม่ได้หมายความว่าลูกไม่ทำหน้าที่ความเป็นลูกที่ดีให้กับพ่อและแม่หน้าที่ของลูกอะไรที่พอจะทำหรือช่วยท่านได้ก็น่าจะทำเพื่อความสุขความสบายใจแก่ท่านนะค่ะเพราะท่านมีพระคุณให้คุณได้เกิดมารับใช้เวรกรรมหากมาคิดตั้งแง่งอนกับผู้มีพระคุณบาบจะติดตัวท่านต่อไปแล้วเมื่อไหร่กรรมจะจบสิ้นถ้าคุณเชื่อเรื่องเวรกรรมคุณคงเข้าใจนะค่ะไม่มีทางไหนที่จะชดใช้บุญคุณกับผู้เป็นพ่อเป็นแม่ได้หมดนอกจากว่าคุณสามารถพาท่านเข้าวัดทำบุญทำทานรักษาศิลครบท้วนเอาเป็นว่าช่วยท่านเท่าที่พอจะช่วยได้อย่างจิตใจที่เมตรตาทำพอกำลังแต่ทำบ่อยๆทำให้ท่านตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ดีกว่ามาสำนึกได้ทีหลังตอนท่านจากไปนะค่ะ


แล้วถ้าจะบอกว่ากรรมที่พ่อเรากำลังเผชิญนั้นเกิดจากอบายมุขละ ทั้งพ่อและแม่เลี้ยงติดอยู่ในอยายมุข ชั่วชีวิตมีแต่เรื่องการพนัน และหนี้สินที่เกิดก็มาจากการพนัน ส่วนคนที่เลี้ยงเราอยากตา ยาย แม่เราเสียอีกที่เราให้เค้าน้อยเหลือเกิน สามคนที่เลี้ยงดูเราเค้าได้จากเราคือความภาคภูมิใจ สุขใจกับจากการเล่าเรียนจบปริญญา มีการงานทำ ส่งเสียพวกเค้าตามอัตภาพ โดยที่เค้าไม่เคยเรียกร้องให้เราต้องลำบาใจเลยไม่ว่าเรื่องอะไร ขณะที่พ่อกับแม่เลี้ยงซึ่งไม่ได้หาเลี้ยงเราเลย เค้ามีลูก 2 คน เสียเงินทองวิ่งเต้นหมดเงินเป็นแสน ๆ เพื่อให้ลูกเค้าได้ทำงาน แต่เราสิหามาด้วยตัวเอง แต่เราไม่เคยเรียกร้องกับเค้าเลย เรายังอยู่ตามสภาพของเรา พอเราบอกว่าแม่ (เราเรียกแม่เลี้ยงว่าแม่) ทำไมไม่ให้น้องช่วยละ เค้าทำงานแล้วทั้งคู่ เค้ากลับตอบเราว่า จะเอาอะไรกับน้อง... ถ้าเป็นคุณคุณจะคิดยังไง เราซึ่งล้มลุกคลุกคลานมาจนอายุจะ 40 แล้วเพิ่งตัดสินใจหาซื้อบ้านเพื่อรองรับอนาคตของแม่ เรา และน้องชายอีก 2 คน แต่ต้องมาเจอปัญหานี้อีก เงินที่คิดหาช่องทางเพื่อบ้าน ถ้าให้เขาไปแม่ เรา น้องอีก 2 คนจะทำยังไง
ขณะที่เมื่อพวกเค้าสร้างบ้านเราต้องไปร่วมกู้เพื่อให้เค้ามีบ้าน แต่บ้านของเค้า เค้าสร้างเพื่ออยู่กัน 4 คนแม่ลูก เราไปเยี่ยมที่นอนยังต้องนอนพื้น ห้องหับไม่มี เราจึงคิดสร้างเพื่อแม่ เรา และน้อง ๆ เพราะแม่เลี้ยงพูดเองว่า บ้านหลังนี้ของน้อง แล้วของเรากับน้องซึ่งเป็นลูกพ่ออยู่ตรงไหนละ
กู้ซื้อบ้านก็เอาเงินไปเล่นการพนัน ต้องติดหนี้แบงค์ เราก็โดนด้วย เรายอมเพื่อความสบายใจของพ่อ มีหมายศาลฟ้องร้องเราเราก็ยอมรับสภาพ ไม่เคยต่อว่าพ่อเลย ก้มหน้ารับทุกอย่าง เพราะคิดว่าสงสารพ่อ ลูกเค้าอีก 2 คน กำลังเรียน แต่ ณ เวลานี้ลูกเค้าจบหมดแล้ว ทำงานมา 5 -6 ปี แล้วทำไมเค้าจะคิดสบายโดยไม่คิดถึงพ่อแม่เค้าเลยเหรอ เราไม่เข้าใจ...
เราก็คิดไว้นะว่าเงินแค่นั้น แต่แค่นั้นสำหรับบางคนอาจเล็กน้อย แต่สำหรับเรา ซึ่งไม่เคยได้รับความจริงใจจากแม่เลี้ยงเลย...แล้วหากเราให้เค้าไป เราจะอยู่อย่างไร...ดอกเบี้ยร้อยละ 20 แล้วเราจะเอาอะไรกิน อะไรอยู่ บางทีการตายมันก็ดีที่สุดสำหรับชีวิตนะ...หมดการรับรู้ทุกสิ่ง...
เราเคยรู้จักคนๆ หนึ่งเค้าบอกว่า (ตอนนี้เค้าตายแล้วละ)... เค้าอธิฐานทุกครั้งว่า...ชาติหน้าขออย่าให้ได้เกิดมาเลย..เพราะเกิดมาแล้วมีแต่ทุกข์...มีแต่ความลำบาก...มันก็จริงของเค้านะ..
แต่การตายของเรานะบางที...ตา แม่ อาจจะแค่เสียใจ...ช่วงแรก...แล้วเค้าก็จะดำเนินชีวิตไปตามกาลเวลาต่อ...เพราะความจำเป็นที่จะต้องอยู่...แต่เราสิช่างเบื่อหน่ายชีวิตมากๆ ชีวิตที่เกิดมามีแต่การทำอะไรเพื่อคนอื่น...ชีวิตที่มีโลกส่วนตัวอยู่แค่ในความฝัน...โลกแห่งความจริงมันปวดร้าวเกินไป...


ณ วันนี้พ่อยังไม่เคยโทรหาเราเลย ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น พ่ออาจรู้ว่า กรรมนั้นที่พ่อก่อมันเกินกำลังของลูกคนนี้ ในฐานะของความเป็นพ่อ...การเงียบอาจคือการหาทางออกของพ่อ หรือพ่อกำลังคิด และรออะไร...เพราะเราก็ไม่โทรหาพ่อเช่นกัน...เพราะเราจะติดต่อกับพ่อเฉพาะวันเกิดพ่อ วันพ่อ วันปีใหม่ วันสงกรานต์ ที่เราได้กลับบ้าน แต่เราก็ให้น้องชายติดต่อพ่อนะ เพราะเราก็ห่วงพ่อเช่นกัน...แต่ที่ไม่โทรหาเพราะไม่อยากสร้างความอึดอัดใจให้กับพ่อ...มากกว่าไปนี้...
สำหรับคุณน้ำเค็ม...และคนอื่น ๆ ขอบคุณที่ให้แง่คิด...แต่จิตเรามันอาจจะต่ำอยู่ใต้ใบบัว...ใต้โคลนตม...แต่คิดว่าหากเวลานี้มีใครเอาเงินสักล้านมาซื้อเรา...เราจะขายนะเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ให้พ่อ..แบ่งให้แม่ ตา...เค้าอยู่อย่างสบาย...ส่วนเราจะขอไปเป็นทาส...และจบลงด้วยการตัดขาดจากสิ่งผูกใจใดๆ ทุกสิ่ง แล้วไปจากพวกเค้าเสีย...ภพใดๆ เวรกรรมใดๆ ที่ได้กระทำไว้...ขอไปชดใช้ตามวาระกรรมที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า...





เนรคุณ - 203.114.114.254 [10 ก.ค. 2551 10:34 น.] คำตอบที่ 10


เนรคุณ - 203.114.114.254 [10 ก.ค. 2551 10:48 น.] คำตอบที่ 11


อย่างนี้เขาไม่เรียกเนรคุณหรอกเจ้าค่ะ
เขาเรียกว่าไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้สินให้คุณพ่อคุณแม่เจ้าค่ะ
ท่านเป็นคนดีมีความเมตตากตัญญู ไม่ได้เนรคุณเจ้าค่ะ


แต่ปัญหาที่ท่านจะแก้ไขมันเกินปัญญาความสามารถของท่านที่จะแก้ไขให้คนอื่นเจ้าค่ะ
เรื่องนี้ให้รับสภาพหนี้ แล้วให้เจ้าหนี้ไปฟ้องศาลแล้วเราค่อย ๆ ผ่อนเอาดีกว่าเจ้า
ศาลท่านมีเมตตาต่อจำเลยเจ้าค่ะ


ขออนุโมทนาสาธุการในคุณงามความดีในตัวของท่านเจ้าค่ะ


เจริญในธรรมเจ้าค่ะ



คุณอย่าได้คิดคับแค้นใจในชะตาชีวิตของตัวเองเลยค่ะ มันยิ่งตอกย้ำความเศร้าโศก
รำพึงรำพัน เวียนทุกข์อยู่โดยไม่มีประโยชน์ต่อตัวเอง และคนรอบข้างเลยนะคะ

ด้วยความเห็นใจค่ะ ที่คุณเล่าพฤติกรรมของคุณพ่อและแม่เลี้ยง ก็แสดงให้เห็นว่า
คุณยังมีความน้อยเนื้อต่ำใจ ใจหนึ่งก็อดทนในการทำความดีด้วยความกตัญญู
อีกใจหนึ่งก็เกิดความโกรธ ซึ่งสิ่ง๒อย่างนี้ มันสลับความคิดไปมาจนคุณสับสน
และตัดสินใจอะไรไม่ได้ จึงพาลโทษตัวเอง แล้วอยากฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา

เชื่อเถอะค่ะ คุณเกิดใหม่ ก็ต้องมีเวรต่อไปอีก ต้องหนีปัญหาฆ่าตัวตายอีกไม่รู้
กี่ร้อยชาติ ..

คุณพ่อและแม่เลี้ยง เขาได้ก่อบาป ดำเนินชีวิตไปสู่ทางเสื่อมลงไปทุกวันๆ ก็เห็นๆ
ว่า บาปกรรมก็ตามเขาอยู่ในขณะนี้แล้ว เวร-กรรมนั้นมีจริง
คุณก็ได้ช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังอยู่แล้วขณะนี้ ก็ให้วางใจเถอะค่ะว่า
หนี้สินครั้งนี้ของพ่อคุณมันเกินกำลังจริงๆ คุณยังมีแม่และน้องๆที่ต้องดูแลอีก
ก็ให้ทำตรงนั้นให้ดีที่สุดเถิด

แต่อย่าโทษตัวเองด้วยความสับสนในขณะนี้เลยนะคะ คงต้องใช้ธรรมอุเบกขา
ในส่วนของเหตุการณ์ขณะนี้

เลิกโทษตัวเองแล้วนะคะ ให้เห็นทุกข์ เห็นโทษของความเสื่อมทั้งหลายล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

อโหสิกรรมให้คนที่นำเอาเรื่องทุกข์มาให้ ไม่ว่าจะเป็นพ่อ หรือแม่เลี้ยงคุณว่า
เราเคยก่อกรรมกับเขาทั้งสองมาก่อน ชาตินี้ก็จึงเกิดมาชดใช้หนี้กรรมกัน
แต่ถ้าคุณยังคับแค้นใจเขาทั้งสอง ทำอะไรเขาทั้งสองไม่ได้ ก็พาลจะทำตัวเองด้วย
โมหะหลงผิดคิดว่าจะหายกันไป ก็เข้าใจผิดอย่างมหันต์อย่างที่บอกไว้ตอนตน

สิ่งที่ทำให้คุณหลุดพ้นในวงจรที่จะต้องมาเจอและก่อกรรมกันแบบนี้อีก ก็ต่อเมื่อ
คุณทำจิตใจไม่โกรธท่าน ให้อภัย อโหสิกรรมท่านทั้งสอง ไม่ขอจองเวรต่อกันอีก
ส่งจิตเมตตาสงสารท่านว่า ท่านเป็นผู้มีธุลีที่หนาทึบบังปัญญาโดยแท้
ชีวิตก็เช่นนี้แล เป็นไปตามกรรม

ทุกครั้งที่ทำบุญอย่างไร หรือคิดถึงท่าน ก็ให้ระลึกแผ่ไปให้ท่านด้วยความเมตตา
เอาธรรมเมตตานี้หระดับความร้อนใจ ความคับแค้นใจขณะนี้ของคุณให้ได้นะคะ
คุณจะค่อยๆเบากาย เบาใจ และวางทุกข์นี้ได้เอง

ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจจากหลายๆคนที่เข้ามาช่วยให้ คห.นะคะ



นี่เป็นความคิดเห็นที่อยากให้คุณเนรคุณอ่านและทำความเข้าใจ ก่อนอื่นต้องขอแยกเรื่องที่คุณถามออกเป็นสองประเด็นที่คุณเนรคุณต้องจัดการให้ได้ก่อน

1 เรื่องใจและความรู้สึก เท่าที่ฟังดูคุณรักพ่อแต่ความคับแค้นใจมีมากกว่า มันจึงเป็นความกดดันและทำให้คุณรู้สึกไม่ดี อยากจะบอกว่าไม่ว่าจะเป็นพ่อ เป็นแม่ หรือใครก็ตามทุกคนมีสิทธิทำผิดได้ ทุกอย่างที่ทุกคนได้รับอยู่เป็นกรรมของแต่ละคน ตัวคุณเองจะพ้นจากความทุกข์ในเรื่องพ่อคุณได้ก็ต่อเมื่อคุณให้อภัยและยอมรับพ่อในสิ่งที่ท่านเป็น ไม่จำเป็นต้องไปสนใจว่าครอบครัวใหม่ของพ่อคุณเป็นยังไง อย่าเอาตัวเราเข้าไปพัวพัน เราสามารถแนะนำได้แต่อย่าเข้าไปใกล้จนทำให้เราต้องกลายเป็นผู้รับภาระทุกๆ อย่าง จริงอยู่พ่อคือผู้ให้กำเนิดแต่คุณกับคุณพ่ออาจมีกรรมติดพันกันมาทำให้เกิดเรื่องราวอย่างที่เป็นอยู่ สิ่งที่คุณควรทำที่สุดคือขอขมาท่านในสิ่งที่คุณเคยคิด เคยล่วงเกินไม่ว่าจะเป็นการกระทำ หรือกระทั่งความคิด การขอขมาอันนั้นต้องมาจากใจคุณจริงๆ เมื่อนั้นแหละคุณจะรู้สึกดีขึ้น นอกจากนั้นคุณจำเป็นจะต้องให้อภัยในทุกๆ อย่างที่ท่านทำให้คุณรู้สึกไม่ดี อย่าลืมว่าอย่างน้อยท่านก็มีส่วนทำให้คุณเกิดมา และท่านก็เลือกแม่ที่ดีให้แก่คุณ ทำให้คุณสามารถมีวันนี้ได้ จำไว้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเรานั้น มันมีเหตุ มีผลทั้งนั้น ถ้าคุณให้อภัยคุณพ่อได้ คุณจะสบายใจขึ้นและก้าวต่อๆ ไปของการกระทำของคุณนั้นจะมั่นคงขึ้น

2 เรื่องความช่วยเหลือด้านการเงิน พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงสั่งสอนให้เราเบียดเบียนตัวเองเพื่อช่วยคนอื่น ท่านทรงตรัสว่าให้เราทำให้เหมาะสม เพราะฉะนั้นคุณคือคนเดียวที่รู้ว่าความเหมาะสมอยู่ที่ไหน หากคุณมีกำลังพอที่จะช่วยท่านได้ โดยที่คุณและครอบครัวคุณแม่คุณไม่เดือดร้อน ก็ช่วยท่านไป แต่หากคุณต้องไปหยิบยืมใครโดยที่กำลังคุณเองก็ไม่มี ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจะทวีคูณเพราะมันจะสร้างปัญหากับผู้มีพระคุณคนอื่นๆ ของคุณเอง อย่าลืมว่าไม่มีใครรับประกันได้ว่า ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย มันอาจจะมีครั้งต่อๆ ไปอีก แล้วคุณจะทำยังไง การช่วยเหลือบางทีแค่กำลังใจ ความเข้าใจ อื่นๆ อีกมากที่สามารถทำได้ แต่เท่าที่ฟังดูมันเหมือนจะไม่ใช่ลักษณะอย่างนั้น ลองพิจารณาสิ่งที่ดิฉันบอกเผื่อว่ามันจะมีประโยชน์กับคุณบ้าง

เรื่องการเนรคุณนั้น ยังไงซะคุณก็เนรคุณอยู่แล้ว ถ้าคุณยังมีความคิด ความรู้สึกอย่างที่เป็นอยู่ เพราะมันคือความรู้สึกว่าเราถูกทำร้าย เราถูกเอาเปรียบ เราถูกทอดทิ้ง พ่อไม่รักเรา ตราบใดที่เรารู้สึกว่าเราเป็นฝ่ายเสียทุกอย่าง เราไม่มีทางจะคิดถึงพ่อในแง่ดีและนั่นคือสิ่งที่คุณต้องกลัวที่สุดเพราะมันจะเป็นสิ่งที่ติดอยู่กับตัวคุณไปตลอด ลองนึกถึงพ่อคุณในแง่ดีๆ บ้างอย่างน้อยก่อนที่ท่านจะแยกทางกับแม่คุณ ท่านเคยเอ็นดู ดูแลคุณยังไง ลองมองในแง่ดีแล้วคุณจะทำใจได้มากขึ้น อภัยให้ท่าน ขอขมาท่าน แนะนำท่าน บางทีคุณอาจแปลกใจว่าคุณสามารถเปลี่ยนโลกรอบๆ ตัวคุณได้มากแค่ไหน

หวังว่าจะช่วยคุณได้บ้างนะคะ


ทานบารมีครับ

เห็นมั้ยครับพระเวสสันดรพระองค์ให้ทานกับบุคคลอื่นพระองค์ทรงทานจนหมดเนื้อหมดตัว แม้ร่างกายธาตุขันธ์ของพระองค์ก็ทรงทานได้หากมีผู้มาขอ เห็นมั้ยชูชกเป็นคนเช่นไรทำไมพระองค์ทรงทานให้ได้พิจารณาซิครับ

แต่นี่บิดาผู้ให้กำเนิดหากไม่มีท่านก็ไม่มีเราครับ ถึงท่านจะไม่ได้เลี้ยงดู บุญคุณท่านก็เหลือล้นแล้วครับ

เปรียบเทียบกับบุญคุณท่านแล้ว ความไม่เหมาะสมของท่านเป็นเรื่องเล็กไปเลยครับ

นี่ล่ะครับการสร้างบารมีไม่ง่ายเลยใช่มั้ยครับ

คุณเป็นคนที่ดีมากครับ อย่าเพิ่งท้อครับ


แม้พระพุทธองค์ซึ่งเป็น พระอรหันต์พระองค์หนึ่ง คือพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณเหนือท่านผู้ทรงพระคุณทั้งหลาย ถึงกระนั้นพระพุทธองค์กล่าวว่า
บิดามารดา คือพระอรหันต์ของบุตร

เช่นนี้แล้ว หากท่านใดคิดว่าท่านไม่มีบุญคุณต่อบุตรธิดา จึงเป็นการทำบาปกรรมเป็นอย่างยิ่ง เพียงคิดเท่านั้นไม่ต้องพึงปฏิบัติต่อท่านสถานอื่น ก็เป็นบาปหนักหนาแล้ว

ยิ่งแสดงออกทางกายกรรมด้วยแล้ว
บาปกรรมนั้นพ้นประมาณ
ถ้าทำให้ท่านถึงกับเสียชีวิต
ก็เป็นอนันตริยกรรม


การพูดหรือการกระทำใด ๆ ก็ตามที่ไม่สมควรแก่มารดาบิดา ล้วนมาจากแนวความคิดที่ว่า มารดาบิดาไม่มีบุญคุณทั้งสิ้น ความคิดนั้นจึงเป็นบาป เป็นอกุศล ไม่ประกอบด้วยเหตุผล ไม่เป็นความจริง ไม่เที่ยงตรง เป็นความร้อน ความหว้าวุ่น

ท่านก็เป็นปุถุชน ย่อมมีเวลาที่ทำสิ่งที่อาจไม่ถูกต้อง พลาดไปบ้าง ไม่มากก็น้อย หากมีความคิดว่า ท่านไม่มีบุญคุณเพราะไม่ได้ตั้งใจให้เราเกิด เวลาท่านพลาดพลั้งไป บุตรธิดาก็จะมีปฏิกิริยาต่อท่านอย่างรุนแรง

แต่หากคิดว่าท่านมีพระคุณ จะน้อยใจเสียใจก็จะเป็นแบบธรรมดา ความรุนแรงอื่น ๆ จะไม่ตามมา เราผู้เป็นบุตรธิดา คือผู้เป็นหนี้พระคุณ ยิ่งปฏิเสธพระคุณเพียงใด หนี้พระคุณก็ยิ่งใหญ่โตขึ้นเพียงนั้น ผู้เป็นลูกหนี้เงินทองทั้งหลาย แม้ปฏิเสธการใช้คืนหนี้นั้น ก็มีโทษทัณฑ์ที่จะต้องทดแทน หนี้พระคุณก็ไม่แตกต่างกันเลย

การพยายามทดแทนหนี้พระคุณจึงเป็นสิ่งที่ คนดี มีปัญญา ไม่ปรารถนาหลีกเลี่ยง แต่ยินดีที่จะทดแทนชดใช้เต็มสติปัญญาความสามารถ คนกตัญญูกตเวทีคือ รู้พระคุณท่านที่ทำแล้วแก่ตน และตอบสนองพระคุณท่านนั้นหายาก

การได้ตอบแทนพระคุณ
จึงเป็นการบริหารจิตที่สำคัญยิ่ง
เป็นการยกจิตให้เป็น จิตของคนดีมีกตัญญูกตเวที
ที่แม้พระพุทธองค์ก็ทรงกล่าวยกย่องสรรเสริญว่า
เป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่ง


คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา
คุณบิดรดุจอา- กาศกว้าง
คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ
คุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาคร ฯ

เจริญธรรม




เนรคุณไหมขอถามผู้รู้หน่อย

คำตอบอยู่ที่...ความรู้สึก นึก คิด ของตัวเอง ใยต้องมาถามชาวบ้าน...อะ อะ อะ อะ


ทางข้างหน้ารางเลือนเหมือนว่างเปล่า
แดดจะเผาผิวผ่องเราหมองไหม้
ที่ตรงโน้นมีหุบเหวมีเปลวไฟ
ถ้าอ่อนแอจะก้าวไปอย่างไรกัน
////////////////////////////////
ขออนุโมทนาในจิตที่เป็นกุศลเพราะคุณอยากช่วยครอบครัวแต่ยังไม่พร้อม
ก่อนอื่นคงต้องมารักษาใจก่อน ตอนนี้คุณกำลังสับสนในความถูกและความผิด
กำลังคิดว่าทำแล้วจะดีไหม ทำแล้วได้อะไร แล้วทำแล้วพ่อจะเห็นหรือไม่
ขอให้คุณนั่งนิ่งๆมองคนเดินผ่านไปมาที่ป้ายรถเมล์สักหนึ่งชั่วโมง เชื่อเถอะค่ะว่า
ไม่มีใครทำอะไรได้ทุกอย่าง อย่างที่ใจต้องการ เมื่อคุณมีใจสงบแล้วการแก้ปัญหา
จะตามมา การที่คุณจะทำหรือไม่ไม่ใช่ทำให้คุณเนรคุณได้ แต่การที่คุณได้รับรู้ปัญหาเขาแล้วอยากช่วยแต่อาจยังช่วยไม่ได้ นั่นต่างหากที่ทำให้คุณเป็นคนที่มีจิตใจดี
๑๑๑๑๑๑ อย่าทุกข์เพราะตัวเองทำให้ตัวเองทุกข์
ท่านพุทธทาสบอกว่า ปัญหามีไว้ให้เห็น แต่ไม่ได้มีไว้ให้เป็น

ในกรณีนี้เพราะคุณยังไม่ได้คุยกับพ่อเลย แต่คุณอยากช่วยหรือเครียดกับคำพูดของแม่เลี้ยงไปก่อน ลองคุยกับพ่อก่อนว่าการแก้ปัญหาควรเริ่มที่ไหน เราสามารถทำได้แค่ไหน และชวนน้องต่างแม่มาช่วยรับรู้ปัญหาด้วย ถึงแม้แม่เลี้ยงบอกว่าอย่ากวนน้อง
แต่ปัญหาที่เกิดไม่ใช่เพราะเราเป็นคนสร้าง ในเมื่อเกิดจากปัจจัยรอบตัว ผลก็ต้องให้
ปัจจัยรอบตัวช่วยเหลือกันและกัน
อยากบอกคุณเหลือเกินกว่ายังมีคนอีกหลายคนที่วันนี้ไม่มีแม้ข้าวกิน
ขอให้คุณไปยื่นในที่โล่งแล้วแหงนมองฟ้า คุณจะรู้ว่าโลกกว้างใหญ่เหลือเกินแล้วปัญหาของเราจะเล็กลง

เป็นกำลังใจ้ให้นะคะ



ขอบคุณทุกความคิด แล้วสุดท้ายจนวันนี้พ่อก็ไม่ยอมคุยกับเรา สุดท้ายเราก็ตัดพ่อไม่ได้อยู่ดี เราได้แก้ปัญหาโดยการโอนเงินไปให้น้องสะใภ้ 2 หมื่นบาทและรับจะช่วยน้องสะใภ้ (น้องสะใภ้ก็เป็นเมียลูกติดเค้า ที่เค้าไม่เคยเลี้ยงเหมือนเรา แต่จิตใจเค้าประเสริฐกว่าเรานะ) จ่ายดอกเบี้ยเดือนละนิดหน่อยตามกำลังทรัพย์ โดยมีเงื่อนไขว่าจะพูดกับพ่อให้ว่าเมื่อเกษียณอายุราชการพ่อจะนำเงินเกษียณมาใช้หนี้เค้า ซึ่งน้องสะใภ้ต้องการให้ลูกๆ ทุกคนรับรู้หนี้สินครั้งนี้ แต่ลูกเค้าสองคนยืนยันว่าไม่มีเงินช่วยอะไรในครั้งนี้แต่ประการใด โดยมีแม่เลี้ยงคอยปกป้องว่าลูกเค้าจะเอาปัญญาที่ไหนมาหาเงิน กันลูกทั้งสองออก สุดท้ายน้องสะใภ้ก็บอกว่าขอให้ช่วยเรื่องดอกเบี้ยและมีเงินเมื่อไหร่ก็ให้ช่วยส่งบ้าง น้องสาวรับปากจะช่วยเดือนละ 1 พันบาท
แล้วน้องสะใภ้ก็บอกว่าเราจะโอนเงินเข้าบัญชีเค้า 2 หมื่น แม่เลี้ยงก็ถามว่าทำไมไม่โอนมาทางพ่อ น้องสะใภ้บอกว่าหนูขอพี่เค้าเอง แต่ความจริงคือเรากลัวว่าเมื่อเงินถึงพวกเค้าพวกเค้าจะไม่เอาไปใช้หนี้ กลัวเค้าจะเอาไปเล่นอีก เราบอกน้องสะใภ้เองเรื่องนี้ สุดท้ายเค้าบอกว่างั้นให้หาเงินให้เค้าเพิ่ม 8 หมื่น เราเลยถามน้องสะใภ้ว่าตกลงเค้าเป็นหนี้เท่าไหร่ น้องสะใภ้บอกว่า 8 หมื่น เราเลยบอกลูกชายแม่เลี้ยงว่า แม่เอ็งโกหกจะเอาเงินพี่ เพราะตอนโทรมาบอกว่าพ่อสร้างหนี้ 180,000 บาท
เราโทรหาพ่อเพื่อจะคุยเรื่องนี้พ่อไม่สายเรา เพราะพ่อคงละอายใจกับการกระทำที่ทำร้ายเราตั้งแต่เกิดจนทุกวันนี้ เมื่อเด็กๆ เราจำได้ สร้อยทองเส้นแค่สลึงเค้ายังถอดออกจากคอเราไปเล่นได้ เรายอมรับจิตใจเราชำระความรู้สึกไม่ได้หรอก เพราะสิ่งที่เราได้รับมันมีแต่เรื่องร้ายๆ เราเคยคิดให้อภัย ทำบุญก็จะอธิฐานให้เค้าทั้งคู่ให้อยู่เย็นเป็นสุข บุญกุศลใดที่เราพึงมีเราอธิฐานขอให้บุญกุศลนั้นของเราจงเกิดกับเค้าเถิดเสมอๆ
และพยายามอยู่ห่าง ๆ ครอบครัวเค้าเสมอ ยามมั่งมีเค้ามีรถ มีทองใส่ เราเห็นเราก็ดีใจกับพวกเค้าไม่เคยขอแบ่งปันอะไรเลย เราหาด้วยตัวเองทุกอย่าง "เราจึงคิดว่า ณ วันนี้เป็นต้นไป กรรมใดที่เคยล่วงเกินบุพการีคนนี้จงสิ้นสุดนะวันนี้ และเค้าจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเราอีกต่อไป ขออโหสิ และอโหสิกรรมให้แก่กันและกัน" การให้กำเนิดมิใช่บุญบารมีเสมอไป เพราะการให้กำเนิด คนที่ได้ชื่อว่าพ่อแม่ พึงสงเคราะห์บุตรจนหาไม่ เราคิดเช่นนี้
ต่อไปชีวิตข้างหน้าของเราคือ ตา แม่ ที่หาเลี้ยงเรามา และมอบแต่สิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตเราเสมอมา เราตัดสินใจได้เมื่อคืนจากความโกหก และการที่พ่อเราไม่เคยห้ามปราบการกระทำของแม่เลี้ยงแต่ประการใด
ต่อไปกรรมใดใครก่อ ขอผลกรรมนั้นจงเป็นของคน ๆ นั้น สาธุ


ผ่านเข้ามาเลยขอแชร์ความคิด อยากจะบอกว่ากรรมของใครก็ของคนนั้น อย่าไปแบกไว้ ช่วยได้แค่ไหนก็เอาเท่านั้น อย่าสร้างทุกข็ให้กับตัวเองโดยเอาทุกข์ของคนอื่นมาแบกไว้ บุญคุณหน่ะมี หนี้ก็ต้องชดใช้ บางทีก็ต้องแยกแยะระหว่างหนี้นำ้กาม กับหนี้บุญคุณ หากคิดว่าทำดีที่สุดแล้ว ที่ผ่านมาได้ทดแทนมามากพอแล้ว และเราก็รู้สึกทุกข์กับสิ่งที่เกิดขึ้นมามากแล้ว และไม่สามารถจะช่วยได้อีก ก็ไม่ต้องเอามาเป็นทุกข์ ส่ิงที่เค้าเคยทำกับเราก็ให้อภัยและอโหสิกรรมกันไป ไม่ต้องไปผูกเวรกับพวกเค้าอีก ปัญหาที่เค้าสร้างขึ้นบางครั้งก็ต้องให้เค้าแก้กันเอาเอง แต่ถ้าเราอยู่ในฐานะที่ไม่เดือดร้อนและพอจะช่วยได้โดยไม่เป็นทุกข์และถือว่าเป็นการทดแทนคุณที่เราได้มีโอกาสกระทำก็ควรจะทำ การที่เราไม่ได้ช่วยเพียงเรื่องเดียวคงไม่ถึงกับเรียกว่าเนรคุณ ขอให้มีใจที่สงบและมีสติ แก้ปัญหาด้วยปัญญา และเพียรกระทำดีต่อไป เป็นกำลังใจให้นะคะ



ไม่ต้องคิดถึงความตายเป็นการแก้ปัญหาเลยนะค่ะไม่ได้ว่าคุณหรือใครเพราะนั้นเป็นความคิดที่โง่เขาเบาปัญญาความคิดที่ไร้ขอบเขตเป็นสาเหตุแห่งความฟุ้งซ่านจงรักษาใจให้เป็นกลางที่อยู่ระหว่างความพอใจและไม่พอใจกรรมเป็นกรรมเนิดกรรมเป็นเผ่าพันธ์กรรมเป็นที่พึ่งอาศัยใครทำกรรมอันใดไว้ย่อมได้รับผลของๆกรรมนั้นในหนังสือสวดมนต์ก็บอกไว้แล้วทำบุญทำทานฝึกวิปัสสนากรรมฐานใช้สติสัมปชัญญะส่องนำทางกับการดำเนินชีวิตกับการทำงานอยู่ทุกขณะตื่นใช้บ่อยๆแล้วธรรมที่เรารักษาดีแล้วย่อมจะรักษาเราตามเหตุตามปัจจัยทุกคนมีกรรมกันทั้งนั้นสร้างความดีต้องมีอุปสรรคนะค่ะ
สวัสดดีค่ะ


 เปิดอ่านหน้านี้  3992 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย