ผู้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติเป็นบาปหรือเปล่าครับ

 wakeup   1 เม.ย. 2554

ขอเรียนถามครับว่าผู้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติเป็นบาปหรือเปล่าครับ
ผมยังเลยไปนึกถึงพระแม่ธรณีผู้เป็นพยานหนึ่งเดียวให้กับพระพุทธเจ้าตอนตรัสรู้ เมื่อมารมาถามพระพุทธเจ้าว่าใครจะเป็นพยานให้ได้ แต่ทุกวันนี้บางกลุ่มบางพวกก็ทั้งเจาะ ทั้งขุด ทั้งระเบิด ฯลฯ พื้นผิวดินนี้ ลงไปถึงใต้ดินอีก รบกวนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ




บุญ คือ ความสบายใจ บาป คือ ความไม่สบายใจ สิ่งใดที่ทำลงไปแล้วรู้สึกดี รู้สึกสบายใจ อิ่มใจก็ถือว่าเป็นบุญ สิ่งใดที่ทำลงไปแล้วรู้สึกไม่ดี ไม่สบายใจก็ถือว่าทำบาปครับ อันนี้ก็ต้องดูเจตนาของคนทำครับ ว่าทำเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือเปล่า และทำลายเกินความพอดีหรือไม่ ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของทุกคนใช้ร่วมกัน การรักษาทรัพยากรธรรมชาติจึงเป็นหน้าที่ของทุกๆคนครับ


พวกนายทุน นักธุรกิจ/อุตสาหกรรม ความคิดเขาก็จะอ้างว่า เอามาสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่างๆนาๆ ซึ่งจริงๆส่วนสำคัญคือเงิน ความมั่งคั่ง ของพวกเขาทั้งหลาย สนองกิเลส มิจฉาทิฐิของเขาทั้งหลาย ตามความเชื่อของลัทธิวัตถุนิยมนั่นเอง จนทุกวันนี้มันกำลังทำลายโลกเราอยู่แล้ว อย่างที่เห็นๆอยู่ ภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น แต่พวกท่านเหล่านั้นก็ไม่ได้หยุดทำลายโลกเราเลย


ฮิ ฮิ คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นบุญหรือเป็นบาปถ้ามีเจตนาแบบนั้น มิจฉาทิฎฐิก็บาปซิครับ
ขนาดพระพระศาสดายังรับสั่งห้ามไม่ให้พรากของเขียว ไม่ให้ขุดดิน และ มีการเข้าพรรษาในฤดูฝนเลย ใช้บาตร(เป็นอัฐบริขารแปด) ผมว่าพุทธศาสนาก็รักษ์โลกแบบสุดๆนะครับ

ปล.พระวินัยเกี่ยวกับเรื่องบาตรก็ยังมีอีกหลายข้อเลยครับ ที่คลับคล้ายคลับคลาก็คือถ้ามีตำหนิไม่ถึงห้าแห่งไม่พึงเปลี่ยน


นั่นมันเป็นศิลของพระนะครับ พวกนายทุน/นักอุตสาหกรรม เขาก็จะอ้างว่าเขาเป็นฆราวาส ถือแค่ศิล5 เขาก็ยังคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำบาปอะไร ธรรมขาติ ก้อน หิน ดิน ทราย แม่น้ำ ลำธาร อากาศ มันไม่มีชีวิต ทำมัน มันจะบาปเหรอ?

ขอบคุณครับที่ช่วยแสดงความคิดเห็น เพราะพวกคนกลุ่มนี้กำลังทำลายโลกจนจะพังอยู่แล้ว คนจะอยู่ไม่ได้ แต่ก็ยังทำอยู่ทุกวี่วัน แต่ก็ยังออกหน้าทำมาเป็นทำบุญหลายคนก็ชื่นชมคนมีตังพวกนี้ซะเหลือเกิน แต่จริงๆมันเทียบไม่ได้กับสิ่งเลวร้ายที่เขาทำกับโลกในนี้ของเราทุกคน


สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ ขอสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุข *-*


ทั้งหมดที่ยกมาเป็นศีลของพระจริงๆแหละครับ ในส่วนของเรื่องบาตรและเรื่องของการเข้าพรรษาปฐมบทบัญญัติของข้อควรงดเว้นเหล่านี้ต้องขอไม่นำมากล่าวนะครับ คิดว่าคุณคงทราบอยู่แล้วด้วย(เรื่องบาตรหาในกูเกิ้ลน่าจะมีนะครับ) แต่เรื่องพรากของเขียวและขุดดินก็เพื่อเป็นการไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตเล็กๆอ่ะครับ

การทำบุญด้วยเงินพวกนี้มีอานิสงค์เหมือนกันนะครับ แต่เนื่องจากเป็นไปด้วยอำนาจของโมหะไม่ใช่ด้วยปัญญา เวลากุศลส่งผลก็อาจจะเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตในอบายภูมิที่เพียบพร้อมกว่าชีวิตอื่นๆเช่น คุณทองแดง อ่ะครับ ผมเคยฟังมา

ผมคิดเหมือนคุณอยู่อย่างนึงคือ วัตถุกาม(เงิน)นั้นเอามาวัดคนไม่ได้เลย บางคนจนแต่ซื่อสัตย์สุจริตถือศีล5อย่างเคร่งครัดก็จะถูกดูถูกว่าจนและคนมีเงินก็ได้รับการชื่นชม เชิดชู ตามระเบียบซึ่งก็ไม่มีใครมาแสดงนิสัยเห็นแก่ได้ต่อหน้าสาธารณะชน ทุกคนในนี้ก็รู้หมดแหละผมว่า แต่พวกเราก็ต้องอยู่ในวังวนนี้ทั้งนั้น(คนที่ไม่รู้ก็ไม่พ้นเช่นกัน) สมัยนี้เขาเชิดชู "ทุนนิยม" กันน่าดู


เคยอ่านข้อความในพุทธทำนายในมหาสุบินชาดกจากหนังสือเล่มหนึ่งจำชื่อผู้แต่งไม่ได้ขออภัยด้วยครับ copyข้อความ(หาเอาในเน็ตนี่แหละ) มาให้คุณ หนึ่งประเด็น(จาก16ประเด็น) ในเรื่องที่เกี่ยวกับเทวดาผมไม่สามารถทราบได้แต่ประเด็นที่เกี่ยวกับโลกมนุษย์ถูกทั้งหมดครับ(สังเกตมานานแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ) แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีในพุทธทำนายกึ่งพุทธกาลเลยคือ "โลกจะแตก" มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ อย่าพูดเข้าเรื่องการเมืองนะครับเดี๋ยวผิดที่ผิดทาง

โคสีดอกอัญชัญ
(ข้าวยากหมากแพง)
พระเจ้าปเสนทิโกศลฝันว่า

โคใหญ่มีกำลังตัวสีดังดอกอัญชัน
วิ่งมาจะชนกันจากสี่ทิศภาพติดตา
ทั้งสี่ดูเกรี้ยวกราดแค้นอาฆาตจะเข่นฆ่า
โกรธกันพันปีมาหมองในใจไม่ยอมกัน
ชาวเมื่องออกมาดูด้วยอยากรู้สี่ตัวนั่น
ต่างฝ่ายต่างดุดันเมื่อชนกันเป็นอย่างไร
แต่แล้วต่างถอยฉากทั้งสี่จากออกไปไกล
ลับหายเกินหายใจชาวพาราว่าเสียดาย

"ความหมาย"
โคสีดอกอัญชัน ๔ ตัว คำรามลั่น วิ่งมาจากทิศทั้ง ๔ เหมือนจะชนกัน พอเข้าใกล้ทั้ง๔ตัวก็ถอยกลับหายไปในทิศที่วิ่งมา

"พระพุทธเจ้าทรงทำนายว่า"
*ความหมายได้ชัดว่า มีบรรดามวลเมฆฝน
ลอยมามิดเบื้องบน แต่แล้วคลายหายลับไปฯ
*ไพร่ฟ้าประชาชน ต้องทุกข์ทนเป็นการใหญ่
ด้วยฝนไม่เป็นใจ ที่นาแล้งข้าวแห้งรอฯ
*พืชผักที่ปลูกไว้ ต้องเฉาตายให้ทุกข์ท้อ
ข้าวยากหมากไม่พอ ที่มีอยู่ก็ยิ่งแพงฯ
*ผู้คนทนทุกข์ยาก ต้องลำบากทุกหนแห่ง
ธรรมชาติรุกรานแรง และคนชั่วมีทั่วไปฯ
*ตัดไม้ทำลายป่า นำไปค้าทำกำไร
ป่าหมดเหมือนหมดใจ สำนึกได้ก็สายเกินฯ

"ความหมาย"
ในอนาคตเมื่อมนุษย์ขาดศีลธรรม และโลกเข้าสู่ยุคเสื่อม จะเกิดภัยธรรมชาติ ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดความแห้งแล้ง เพราะมีคนเห็นแก่ตัวโลภมาก พากันลักลอบตัดไม้ทำลายป่าจนหมด
เมื่อไม่มีต้นไม้ใหญ่ ป่าก็ขาดความชุ่มชื้น ฝนจึงไม่ตกต้องตามฤดู ทำให้ข้าวกล้าในนาและพืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆพากันยืนต้นแห้งตาย มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายก็จะพากันทุกข์เข็ญ บ้างก็อดอยากปากแห้งล้มตายไปก็มี
มิหนำช้ำพวกมนตรีผู้โง่เขลาเบาปัญญา เข้ามาบริหารบ้านเมืองก็ยังคบคิดแต่อามิสใส่ตัวใส่พวกพ้องจนประเทศชาติยากจน ผู้คนต้องทุกข์ยาก...

ใจความเต็มทั้ง 16 ประเด็น ก็คือที่พระองค์ทำนายไว้ในมหาสุบินชาดกน่ะครับถ้าอยากทราบลองค้นดูนะครับมีผู้นำไปแต่งเป็นกาพย์กลอนไว้หลายเวอร์ชั่นเหมือนกัน คงสรุปได้ว่า พระศาสดาทราบมาตั้งสองพันห้าร้อยกว่าปีแล้วว่าจะเป็นเช่นนี้ครับ มีกลอนอีก2วรรคที่ขอยกมาคือ

ด้วยกรรมแรงแห่งสัตว์วิบัติเป็น
ไม่เคยเห็นก็จะเห็นเป็นถ้วนถี่

พิมพ์แค่นี้พอก่อนนะครับเพราะหลายประเด็นมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับข้าราชการและนักการเมืองเยอะมากเลย ไม่ใช่ไม่กล้าพิมพ์หรอกครับ แต่การเมืองไทยทั้งผมทั้งคุณทั้งสมาชิกและไม่ใช่สมาชิกธรรมะไทยล้วนเป็นลูกไทยหลานไทยรู้ดีกันอยู่แล้ว

ว่าไปแล้วคำว่า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ตัวใครตัวมัน เห็นแก่ตัว หาได้ง่ายมากเลยในยุค
"ทุนนิยม" "วัตถุนิยม" ถ้าเราพยายามทำตัวดีทำตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าสอน บางทีถูกมองแปลกๆด้วยซ้ำ แต่ยอมทำตัวแปลกแยกจากพวกนี้ เชื่อพระไว้ก่อนดีกว่า จะได้ไม่ต้องไปเจอพวกนี้อีกในอนาคตชาติ ไม่ใช่ผมจะบอกว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นนะครับ พยายามคิดหากเราพิจารณาแล้วว่าสิ่งที่เราทำนั้นพระสอนแล้วมีคนมามองแปลกๆ
จริงๆอยากดี แต่ไม่อยากดีกว่าคนอื่น ไม่อยากแข่ง ไม่ชอบมีการเปรียบเทียบน่ะครับ

ขอแถมนิดนึง ตอนนี้ฝนตกเกิดอุทกภัยคุณอาจไม่เห็นภาพแห่งความแห้งแล้งขอยกตรงนี้ในพุทธทำนายมาแทนครับ

ประเพณีปีเดือนจะเปื้อนปน
ฤดูฝนหนาวร้อนจะผ่อนไป

และ

ฝูงราษฎร์จะอาพาธเจ็บป่วยไข้
เกิดมรณภัยทุกแห่งหน

คิดว่าทุกอย่างคงเป็นไปตามกรรมตามวาระอ่ะครับ มาเคร่งครัดในศีล เชิดชูบูชาพระรัตนตรัยกันดีกว่า ถึงเวลาเราอาจได้รับเลือกให้รอดก็ได้ ส่วนคนแบบที่คุณว่าเขาก็คงต้องเป็นไปตามกรรม


ใครทราบไหมว่าผู้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติจนทำให้โลกเกิดภัยภิบัติ ผู้คนเดือดร้อนล้มตายมากมายจะได้รับผลกรรมเช่นไร
มันคงยากที่จะรู้เพราะถ้าย้อนเวลากลับไปจนถึงไหนๆ จนถึงกำเนิดโลกใบนี้เลยก็ได้มั๊ง ไม่มียุคใดสมัยใดที่มนุษย์เราจะทำได้ขนาดนี้ พื้นแผ่นดิน บ้านของตัวเองแท้ๆ ทำเข้าไปได้แล้วก็ยังทำกันอยู่ทุกวี่ทุกวัน
ผมไม่เคยได้ยินว่าจะรับผลกรรมเช่นไร ถ้าทำชั่วแบบอื่นเราก็อาจเคยได้ยินว่า ตายไปจะโดนอย่างโน้นอย่างนี้ เพราะบางคนสามารถไปนรก/เห็นนรกได้ แล้วก็เอามาเตือนกัน
พวกนายทุนนักอุตสาหกรรมก็อย่าพึ่งดีใจไป เพราะกรรมเวรนั้นมีจริง


ครับเวรกรรมนั้นมีจริง ถึงทรัพยากรธรรมชาติมันจะพูดไม่ได้ แต่มันก็แสดงออกได้อย่างชัดเจนทีเดียวใช่ไหม?

หลายๆท่านก็คงมีโอกาสส่งกำลังใจ ส่งสะตังไปช่วยประเทศญี่ปุ่นกันแล้ว ในฐานะชาวพุทธเราก็น่าจะลองมองพิจารณาด้วยว่า มันคือวิบากกรรมอะไรหนอที่ต้องทำให้เขาเหล่านั้นเผชิญความทุกข์ ลำบากสาหัสเช่นนี้? นึกถึงในพระไตรปิฏกจะมีอยู่ไม่มากก็น้อย พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงเล่าที่มาที่ไปในอดีตชาติที่ทำให้เกิดผลลัพธ์แบบนั้นๆในชาตินี้ ผมก็ไม่มีญาณวิเศษอะไรหรอก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดขึ้นว่า ก็ญี่ปุ่นนี้ก็จัดเป็นตัวพ่อได้เลยนะของการทำลายทรัพยากร/ทำลายโลก เพราะเขาคือเจ้าพ่อของวงการ อุตสาหกรรมมีมากมายกระจายไปทั่วโลกเพื่อทำลายผืนดินและ/หรือผืน น้ำ/อากาศ/ท้องฟ้านี้ รวมทั้งอเมริกาซึ่งก็เป็นอีกตัวพ่อนึง เห็นข่าวโดนพายุทอร์นาโดถล่มในหลายๆเมือง ทั้งหิมะ ทั้งน้ำท่วมเยอะแยะไปหมด ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ครับ พวกท่านนักธุรกิจอุสาหกรรมที่คิดว่าตัวเองเก่งเสียเต็มประดา ทำเป็นวางตัว ภูมิอกภูมิใจเหลือเกิน ภายใต้มิจฉาทิฐิที่มีอยู่เต็มสมอง ที่่ในความเป็นจริงกำลังนำพาโลกสู่หายนะ?


อย่างไรก็ช่วยพยายามเตือนนายทุนเลวๆพวกนี้เยอะๆหน่อย ไม่ใช่เห็นแก่เงินที่พวกนี้มาถวายเลยไม่กล้าพูดอะไร


 เปิดอ่านหน้านี้  2963 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย