ขอถามหน่อยครับ

 ราคะจริต   

ที่เว็บนี้ แนะนำให้ทำความเพียรแบบไหนครับ สมถ หรือ วิปัสนา หรือ สติปัฏฐาน4 หรือ ตามดูจิตครับ หรือ ได้ทุกอย่างแบบเป็นกลาง เพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ครับ




ลองดูหลายๆแนวครับ เปิดใจลองหลายๆอย่าง
หาที่ถูกจริตตัวเอง

หลักการเดียวกัน ให้ผลอย่างเดียวกัน
ถ้าทำถูก ลงท้ายจะได้ผลเหมือนๆกันหมด


มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านพูดเรื่องการปฏิบัติไว้ดีมากครับ ลองพิจารณาดุ

ปฏิบัติเพื่ออะไร...ชยสาโรภิกขุ
ชยสาโร ภิกขุ

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=18147


คุณลองทำทีละแบบ ยึดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน ( คนเราไม่สามารถขึ้นบันใดหลายทางในเวลาเดียวกันได้ )
วิธีไหนนำไปสู่ความสบายใจ เรื่องที่ควรจะโกรธแต่ไม่โกรธ เรื่องที่ควรเสียใจแต่ไม่เสียใจ ลองแล้วนำไปสู่ความไม่้คิดมาก เมื่อใดเกิดอาการแบบนี้ แล้วจะรู้ว่าควรเลือก สายในการฝึกแบบไหน
เจริญๆครับ



ก็ตนเองนั้นกำลังหาอะไรอยู่เล่าจ๊ะ?
เม่ือตอบตนเองได้ก่อนว่าอยากหาอะไรจึงจะสามารถหาส่ิงนั้นถูก...

ขออภัยไม่ได้กวนครับ.. ในเว็บน้ีมีท้ังกัลยาณมิตรที่มีอัธยาศัยและความรู้้หลากหลาย ้ท่านเหล่านั้นมีจิตคิดเกื้อกูลผู้อื่นจึงเข้ามาตอบปัญหา หรือให้คำแนะนำ ท่านได้เข้ามาแล้วก็พึงเลือกเอาอรรถและธรรมตามแนวท่ีท่านสนใจหรือถนัดเถิด ...
เหล่ากัลยาณมิตร เมื่อไม่ทราบแน่ชัดว่าท่านแสวงหาอะไรอยู่ จึงได้แต่คาดเดาและสุ่มแนะนำไปเท่าท่ีคิดว่า
น่าจะมีประโยชน์แก่ท่าน หากท่านชี้ชัดสิ่งประสงค์ ก็จะได้รับคำแนะนำท่ีตรงขึ้นนะครับ

ขออนุโมทนาท่าน Kamin และท่านปลาหัวหิน ด้วยขอรับ


จริงๆแล้วผมก็แสวงหากัลยาณมิตรอยู่อยากรู้จักเยอะๆผู้ที่ประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่ เผื่อมีคำถามจากการปฏิบัติจะได้มาถามครับ แต่ที่ถามเพราะจะได้ไม่ไปผิดกับหลักของเว็บครับไม่มีเจตนาอื่นใด เพราะบางที่วิธีไม่เหมือนกันไม่เหมือนฉันก็ไม่รับอะไรประมาณนี่อะครับ จึงถามเพื่อให้แน่ใจ แต่ผมชอบแบบเป็นกลางๆ ถึงแม้ว่าแบบวิธีจะไม่เหมือนกัน แต่เป้าหมายเดียวกันคือฝั่งพระนิพพาน ขอขอบคุณทุกคำตอบนะครับและขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไป


ผมขอแนะนำให้คุณดูตัวอย่างผู้ให้กำเนิดความรู้แจ้งโลก
พระพุทธเจ้า ฝึกแบบไหน ฝึกแบบเบา แบบกลาง แบบหนัก แล้วท่านได้อะไรในการฝึกท่านได้สาระมากน้อยแค่ไหน แล้วการฝึกแบบไหนนำมาซึ่งการขาดจากตัณหา เมื่อคุณชอบทางนั้นไม่ต้องสงสัยมากลองทำเลย ถ้าไม่เข้าใจ ทำแล้ว ฟุ้งมาก คิดมาก ก็นำความสงสัยนั้นมาถาม --การจะเป็นคนดี พูดดี ทำดี ให้แต่สิ่งดีๆ คิดแต่สิ่งที่เป็นกุศล-- ไม่ใช่ของง่ายๆ ทุกอย่างต้องฝึก ฝึกจนตาย ตามที่อาจารย์ผมสอนมา
สิ่งทีผมชอบแนะนำมากที่สุดเวลาทำความเพียร หรือที่ผมเรียกว่าพระกรรมฐาน ผมตั้งใจมาก มากแค่ไหนก็แค่นั่งชั่วโมงก็ต้องให้ได้ชั่วโมง เดินชั่วโมงก็ต้องให้ได้ชั่วโมง สำนักที่ผมไปเรียนมาเขาสอน สติปัฏฐาน4 แล้วนำคติของนักกรรมฐานมาควบคุมคือ ( กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย ทำความเพียรให้มาก )
ขอให้คุณพบเส้นทางที่เหมาะสมครับ



ขอตอบ จขกท.หน่อย

อยากพ้นทุกข์ ก็เดินตามทางสายกลาง ซึ่งก็คือ มรรค 8 ครับ


สังวรสูตร
[๑๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเพียร ๔ ประการนี้ ๔ ประการนี้เป็นไฉน
คือ สังวรปธาน ๑ ปหานปธาน ๑ ภาวนาปธาน ๑ อนุรักขนาปธาน ๑ ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย ก็สังวรปธานเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว
ไม่ถือโดยนิมิต ไม่ถือโดยอนุพยัญชนะ ย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมจักขุนทรีย์ ที่เมื่อ
ไม่สำรวมแล้ว พึงเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก คือ อภิชฌาและโทมนัส
ครอบงำได้ ย่อมรักษาจักขุนทรีย์ ถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์ ฟังเสียงด้วยหู...
ดูดกลิ่นด้วยจมูก ... ลิ้มรสด้วยลิ้น ...ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย... รู้ธรรมารมณ์
ด้วยใจแล้ว ไม่ถือโดยนิมิต ไม่ถือโดยอนุพยัญชนะ ย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวม
มนินทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว พึงเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก คือ อภิชฌา
และโทมนัสครอบงำได้ ย่อมรักษามนินทรีย์ ถึงความสำรวมในมนินทรีย์ นี้เรา
เรียกว่าสังวรปธาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ปหานปธานเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมครอบงำ ย่อมละ ย่อมบรรเทา ย่อมทำให้พินาศ ย่อมให้ถึงความไม่มี
ซึ่งกามวิตกที่เกิดขึ้นแล้ว ... ซึ่งพยาบาทวิตกเกิดขึ้นแล้ว ... ซึ่งวิหิงสาวิตก
เกิดขึ้นแล้ว ... ซึ่งอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว นี้เราเรียกว่าปหานปธาน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภาวนาปธานเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติ-
*สัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในความสละ
ย่อมเจริญธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญวิริยสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญ
ปีติสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญสมาธิสัมโพช-
*ฌงค์ ... ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัย
นิโรธ น้อมไปในความสละ นี้เราเรียกว่าภาวนาปธาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็
อนุรักขนาปธานเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมตามรักษาสมาธินิมิตอันเจริญ
ที่เกิดขึ้นแล้ว คือ อัฏฐิกสัญญา ปุฬวกสัญญา วินีลกสัญญา วิปุพพกสัญญา
วิจฉิทกสัญญา อุทธุมาตกสัญญา นี้เราเรียกว่าอนุรักขนาปธาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ความเพียร ๔ ประการนี้แล ฯ
ปธาน ๔ ประการนี้ คือ สังวรปธาน ๑ ปหานปธาน ๑
ภาวนาปธาน ๑ อนุรักขนาปธาน ๑ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็น
เผ่าพันธุ์ พระอาทิตย์ ทรงแสดงแล้ว ซึ่งเป็นเครื่องให้ภิกษุ
ในธรรมวินัยนี้ ผู้มีความเพียรพึงถึงความสิ้นทุกข์ได้ ฯ



ต้องลองฝึกหลายๆ แบบดูค่ะ แล้วจะรู้ว่าแบบไหนเข้ากับจริตของเรามากที่สุด ถ้าได้วิธีที่ถูกกับจริตของเราแล้ว ก็มุ่งมั่นฝึกฝน ตนเองให้ได้ดวงตาเห็นธรรม และพ้นทุกข์ อยากจะขอแนะนำวิธีปฏิบัติแนวใหม่ ที่ต้องบอกว่าเป็นวิธีที่เห็นผลเร็ว สามารถทำจิตใจให้สงบได้ในที่วุ่นวาย ถ้าปฏิบัติได้แล้ว สภาวธรรมจะก้าวหน้าเร็วมาก และยังสามารถเข้าฌาณได้เร็ว สำหรับคนที่ปฏิบัติธรรมแล้วไม่ก้าวหน้าขอเชิญทดลองการปฏิบัติธรรมแนวอายตนะวิปัสสนากัมมัฏฐานดู แล้วท่านจะพบกับสิ่งที่เหลือเชื่อ

รับชมรายละเอียดได้ที่ http://www.plarnkhoi.com


ผมว่า สติปัฏฐาน 4 ครับ เน้นดูจิต แต่อย่างอื่นอย่าทิ้ง ทำทุกอย่าง ในกาย ในใจ เรา อะไรเด่นชัดดูสิ่งนั้น เจริญอยู่บ่อยๆ ทุกอย่างก็จะชัดขึ้นมาเอง


 เปิดอ่านหน้านี้  3154 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย