ข้อสงสัยนิพพานมีจริงหรือ

    

ข้าน้อยมีข้อกังขาเกี่ยวกับเรื่องนิพพานว่า การนิพพานมีจริงหรือไม่ เพราะว่า ข้าน้อยได้ไปอ่านเจอในพระไตรปิฎกว่า มีภิกษุรูปหนึ่งทูลถามพระพุทธเจ้าว่า นิพพานแล้วไปไหน พระพุทธเจ้ามิทรงตอบเพราะเห็นว่ามิก่อเกิดประโยชน์ แล้วจะแน่ใจอย่างรัยว่ามีจริงพระอรรถกถาจารยืทั้งหลายได้นำมาอธิบายและรู้ได้อย่างไร ในเมื่อนิพพานแล้วไม่สามารถมาบอกได้และเมื่อมีชีวิตอยู่ก็ไม่เคยเห็น จะแน่ใจได้หรือ
มิได้ถามเพราะความลบหลู่แต่ถามเพราะความสงสัยจากใจจริง ขอความเมมตาผู้รู้ครูบาอาจารย์ทั้งหลายได้ตอบด้วย




ข้อสงสัยว่านิพพานมีจริงหรือไม่ เหตุที่ปัญหานี้พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบก็เพราะว่าไม่ทำให้ผู้ที่ยังไม่เข้าถึงภาวะเช่นนั้นจะสามารถทราบได้ว่านิพพานเป็นเช่นไร เปรียบได้กับปลาที่ไม่รู้ว่าบนบกมีความลึกหรือไม่


ข้าเจ้าเชื่อว่า...นิพพานมีจริงแน่นอน เพราะข้าพเจ้าเชื่อในความตรัสรู้โดยชอบด้วยพระองค์เองของพระพุทธเจ้า ....มีหลายที่ในพระไตรปิฏกที่เป็นพุทธพจน์ยืนยันการมีอยู่จริงของนิพพาน(ไม่ขอยกตัวอย่าง)
และมีหลายที่ซึ่งตรัสรับรองการเข้าถึงนิพานของพุทธสาวกทั้งที่เป็นกิเลสนิพพาน และธาตุนิพพาน(ไม่ขอยกตัวอย่าง)
ส่วนลักษณะของนิพพาน อีกทั้งคำอธิบายนิพานพึงค้นดูในพระอภิธรรมปิฏกเถิดครับ


ดูกรภิกษุทั้งหลาย...
อริยปริเยสนา การแสวงหาอย่างประเสริฐ ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน

คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ ตนเองเป็นผู้มีชราเป็นธรรมดา รู้โทษในสิ่งที่มีชรา
เป็นธรรมดาแล้ว ย่อมแสวงหานิพพานอันไม่มีชรา เป็นแดนเกษมจากโยคะ
อย่างเยี่ยม ๑

ตนเองเป็นผู้มีพยาธิเป็นธรรมดา รู้โทษในสิ่งที่มีพยาธิเป็นธรรมดา
แล้ว ย่อมแสวงหานิพพานอันไม่มีพยาธิ เป็นแดนเกษมจากโยคะชั้นเยี่ยม ๑


ตนเองเป็นผู้มีมรณะเป็นธรรมดา รู้โทษในสิ่งที่มีมรณะเป็นธรรมดาแล้ว ย่อม
แสวงหานิพพานอันไม่ตาย เป็นแดนเกษมจากโยคะชั้นเยี่ยม ๑

ตนเองเป็นผู้มีความเศร้าหมองเป็นธรรมดา รู้โทษในสิ่งที่มีความเศร้าหมองเป็นธรรมดาแล้วย่อมแสวงหานิพพานอันไม่เศร้าหมอง เป็นแดนเกษมจากโยคะชั้นเยี่ยม ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยปริเยสนา ๔ ประการนี้แล ฯ



ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ
----------------------------------
เป็นสิ่งที่พึงรู้ได้เฉพาะตน


หากการดับทุกข์และการหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดโดยสิ้นเชิงไม่มี พุทธศาสนาก็คงไม่มีเช่นกัน

เป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตนจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
เชื่อว่ามีจริงหรือไม่ ก็ไม่สำคัญอย่างที่สุด
เพราะหากเชื่อว่ามีจริง แต่ไม่เคยปฏิบัติต้องปฏิบัติให้ถึงที่สุด เชื่อว่ามีจริงเพียงเพราะบอกต่อๆกันมา เชื่อว่ามีจริงเพียงเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งวิเศษที่ไม่มีในศาสนาอื่น
เช่นนี้ก็ยังไม่เกิดประโยชน์

หากไม่เชื่อ แต่มีความเพียรพยายามที่จะพิสูจน์ให้เห็นจริง โดยปฏิบัติธรรมในทางที่ถูกต้องอย่างถึงที่สุดแล้ว ตนเองนั้นจะให้ตอบกับตนได้เอง และความเข้าใจอันนี้แม้จะสามารถเล่าให้ผู้อื่นฟังได้ แต่ก็ไม่สามารถทำใครเข้าใจอย่างที่เราเข้าใจจากการปฏิบัติธรรมได้

แต่ละคนต้องพากเพียรปฏิบัติให้รู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเองเท่านั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดยิ่งกว่าการเชื่อว่ามีจริงหรือไม่มีจริง



จูฬตัณหาสังขยสูตร

ท้าวสักกะ(พระอินทร์)ได้เข้าเฝ้า ทูลถามว่า

ภิกษุปฏิบัติอย่างไรจึงนับว่าประเสริฐกว่าเทวดา

ทรงตอบว่า

ภิกษุย่อมเสวยเวทนาทั้งทุกข์และสุข หรือไม่ทุกข์และสุข

โดยพิจารณาปล่อยวางเวทนาเหล่านั้น ไม่ยึดมั่น พิจารณาเห็นความดับ ความกำหนัด

ไม่สะดุ้ง ไม่ดิ้นรน เมื่อไม่สะดุ้งดิ้นรน ก็ดับเย็น(นิพพาน)

*****************************

นำมาให้พิจารณา


ข้าน้อยมีข้อกังขาเกี่ยวกับเรื่องนิพพานว่า การนิพพานมีจริงหรือไม่ เพราะว่า ข้าน้อยได้ไปอ่านเจอในพระไตรปิฎกว่า มีภิกษุรูปหนึ่งทูลถามพระพุทธเจ้าว่า นิพพานแล้วไปไหน พระพุทธเจ้ามิทรงตอบเพราะเห็นว่ามิก่อเกิดประโยชน์ แล้วจะแน่ใจอย่างรัยว่ามีจริงพระอรรถกถาจารยืทั้งหลายได้นำมาอธิบายและรู้ ได้อย่างไร ในเมื่อนิพพานแล้วไม่สามารถมาบอกได้และเมื่อมีชีวิตอยู่ก็ไม่เคยเห็น จะแน่ใจได้หรือ
มิได้ถามเพราะความลบหลู่แต่ถามเพราะความสงสัยจากใจจริง ขอความเมมตาผู้รู้ครูบาอาจารย์ทั้งหลายได้ตอบด้วย

โดย : อนุรักษ์ [118.172.30.90] 20 ก.ค. 2551 00:50 น.

คุณกำลังถูกกิเลสหลอกอยู่ครับ ปฏิบัติตามหลักของ ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา ไปก่อนครับ ความลังเลสงสัยจะค่อยจืดค่อยจางไปครับ

นั่งสมาธิ หรือ เดินจงกรมให้ได้อย่างน้อยซักวันละ ๕ นาที จะช่วยได้เยอะครับ แต่ต้องทำให้ได้ทุกวันนะครับ


ข้อสงสัยนิพพานมีจริงหรือ ?

...................................................

เมื่อวานมีจริงหรือ ?

พรุ่งนี้มีจริงหรือ ?

.....................................................

พิสูจน์ได้อย่างไรว่า เมื่อวานมีจริง

พิสูจน์ได้อย่างไรว่า พรุ่งนี้มีจริง

....................................................

อย่างไหนเรียกว่าเมื่อวาน

อย่างไหนเรียกว่าพรุ่งนี้

...................................................

อย่างนี่เรียกว่า นิพพาน

นิโรธ หรือ นิพพาน

.....................................................

รู้จักนิโรธ ก็ รู้จักนิพพาน

ไม่รู้จักนิโรธ ก็ ไม่รู้จักนิพพาน





ภาวะนั้นชื่อ " นิสสรณนิโรธ " ได้แก่อมตธาตุ คือ " นิพพาน "




อ่านเยอะๆ ครับ
อย่าเพียงอ่านเจอบางประโยคเช่นที่ตั้งคำถาม แล้วหยุดง่ายๆอย่างนั้น ต้องอ่านไปเรื่อยๆ ให้รู้ว่าทำไมพระพุทธองค์จึงไม่ตอบ ทำไม่ถึงตอบไปก็ไม่มีประโยชน์

ลองพิจาณาดูว่า หากไปบอกคนป่าที่อาศัยอยู่ไกลจากเทคโนโลยี(ไม่มีตู้เย็น)และอยู่ในป่าเขตร้อน ถึงลักษณะของ น้ำแข็ง นั้น ถึงจะอธิบายมากอย่างไร เขาก็คงไม่เข้าใจหรอกว่า น้ำ ทำไมจึงแข็งได้ ทำไม่จึงเย็นจัดได้ เพราะเขาเคยเห็นแต่น้ำที่เป็นของเหลว
จะต้องให้เขาได้ศึกษาเรียนรู้ ปูพื้นฐานไปก่อน เหมือนกับที่เราเข้าโรงเรียน เรียนตั้งแต่การอ่าน การเขียน เรียนวิทยาศาสตร์ เรียนคุณสมบัติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสะสาร จนรู้ว่าเมื่อน้ำมีอุณหภูมิลดลงจนถึงจุดเยือกแข็งก็จะกลายสถานะเป็นของแข็ง ดังนี้เป็นต้น

ฉะนั้นจะต้องค่อยๆ ศึกษาเรียนรู้ สั่งสมความรู้เป็นฐานเพื่อก้าวไปสู่การรับรู้ในสิ่งที่นอกเหนือจากประสบการณ์ของตนเองขึ้นไป ครับ


นิพพานมีจริงหรือ........อยากรู้ต้องค้นหาเองเพราะพระพุทธองค์และพระอริยเจ้าทั้งหลายทั้งในอดีต.....ในปัจจุบันหรือในอนาคตก็ไม่สามารถหยิบยกมาให้ใครดูได้.....เพราะธรรมนี้ผู้รู้พึงรู้ได้ด้วยตนเอง

พระพุทธองค์ทรงประธานแผนที่ไว้ให้แล้ว คือ พระธรรมวินัย บอกเส้นทาง คือ ให้เดินตาม อริยมรรคมีองค์ 8 ประการ และสัมภาระที่ต้องตระเตรียมในการเดินทาง ได้แก่ บุญกริยาวัตถุ 10 ,อริยทรัพย์ 7 ( ศรัทธา ศีล หิริ โอตัปปะ พาหุสัจจะ จาคะ และปัญญา)

นิพพาน...นี้จะว่าอยู่ไกลก็ไกล เพราะพระอริยเจ้าทั้งหลายต้องเดินทางกันข้ามภพข้ามชาตินับไม่ถ้วนกว่าจะถึง.......จะว่าอยู่ไกล้ก็ไกล้เพราะค้นภายในใจเรานี้เอง คือ ต้องรื้อค้นถากถางป่ารกชัฏคือกิเลส ต้องเดินทางทวนกระแสความอยาก คือตัณหา ฝ่าเมฆหมอกโมหคือความไม่รู้สภาวธรรมตามความเป็นจริง เมื่อแสงสว่างแห่งปัญญาบารมีถึงพร้อมก็จะรู้เองเห็นเอง

นิพพานมิอาจใช้สมมุติสัจอธิบายได้........ถ้าจะรอให้มีผู้อธิบายให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยไม่เริ่มลงมือประพฤติปฏิบัติเพื่อให้รู้ให้เห็นได้ด้วยตนเอง คงต้องตกค้างอยู่ในวัฏสงสารอีกนานโดยไม่รู้ว่าภพชาติจะสิ้นสุดเมื่อไร





ขอบคุณผู้ถาม และผู้ที่ตอบคำถามทุกท่านค่ะ คำถามนี้เราเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันค่ะ ได้ความรู้มาก ๆ เลยค่ะ เพิ่งเข้ามาดูเวปนี้เมื่อวานนี้เองค่ะ รู้สึกดีที่ได้อ่าน ได้เรียนรู้เพิ่มเติมค่ะ ขอบคุณค่ะ


 เปิดอ่านหน้านี้  3155 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย