พระพุทธศาสนา  พระพุทธเจ้า  พระไตรปิฎก  พระธรรม  ธรรมะปฏิบัติ  ศาสนพิธี  วันสำคัญทางศาสนา  ทำเนียบวัดไทย  พระพุทธศาสนาในประเทศไทย

อยากมีโชคลาภ

เป็นคนอาภัพโชคลาภมาก
อยากจะรู้ว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้เป็นคนมีโชคลาภค่ะ
ขอบคุณค่ะ


DT08435  ป๋วย 
 DT08435 
 30 พ.ย. 2551 14:36 น.
 


หมั่นทำความดีไว้ค่ะ ตอนนี้โชคลาภของคุณอาจจะยังไม่เข้ามาค่ะ อาจจะยังไม่ถึงเวลานะคะ สวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำค่ะ ทำจิตใจให้สบายค่ะ อย่าวิตกกังวลกับเรื่องดชคลาภมากเกินไปค่ะ แต่ยังไม่ทราบว่าโชคลาภที่คุณอยากจะได้นั้นเป็นโชคลาภประเภทไหนคะ หากเป็นประเภทซื้อหวยไม่ถูก นั้นก็อยากจะให้ปลงค่ะ ตนเป็นที่เพิ่งแห่งตนดีที่สุดค่ะ ขยันทำงานเก็บเงินดีกว่าค่ะ ยังไงเสียก็เป็นการพนันอย่างหนึ่ง อย่าน้อยใจในตัวเองเลยนะคะ ยังมีคนอีกมากมายในโลกนี้ที่มีความทุกข์ หากคุณยังดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขดี ก็เพียงพอแล้วค่ะ มีศีล ศีลก็รักษาเราค่ะ

ธรรมะรักษานะคะ


ความคิดเห็นที่ 1  / jeeyuri / 30 พ.ย. 2551 17:36 น. 


ให้ทำงานสาธารณะกุศล ที่เป็นประโยชน์แก่คนจำนวนมากๆ

ต้องมีจิตใจดี อารมณ์ดีอยู่เสมอ โชคลาภจึงจะมาหา



ความคิดเห็นที่ 2  / นาคราช / 1 ธ.ค. 2551 08:22 น. 




" ทรัพย์ทั้งหลาย ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์ประเสริฐสุด

ห้วงน้ำทั้งหลาย ฝนเป็นห้วงน้ำประเสริฐสุด

ทานทั้งหลาย ธรรมทานเป็นทานประเสริฐสุด

รสทั้งหลาย รสพระธรรมเป็นรสประเสริฐสุด

ความยินดีทั้งหลาย ความยินดีในธรรมเป็นความยินดีประเสริฐสุด

นาบุญทั้งหลาย ภิกษุสงฆ์เป็นนาบุญประเสริฐสุด

ในบรรดาสัตว์ทั้งหลาย ผู้มีศีลประเสริฐสุด

ในบรรดาสัตว์สองเท้าทั้งหลาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐสุด

เราเรียกผู้ตั้งอยู่ในศีลว่า"บัณฑิต" ผู้ประเสริฐสุด


ในบรรดาบุญกุศลทั้งหลายอริยะมัคค 4 ให้โภคทรัพย์และบริวารประเสริฐสุด.




เจริญในธรรมเจ้าค่ะ


ความคิดเห็นที่ 3  / น้ำเค็ม / 1 ธ.ค. 2551 12:08 น. 


เราก็ไม่ค่อยมีโชคลาภค่ะ ก็ไม่ต้องคิดอะไรมากนะคะ หวังมากก็มีโอกาสผิดหวังมากน่ะค่ะ ได้มากก็มีโอกาสเสียมาก

เป็นกำลังใจให้นะคะ ทำปัจจุบันให้ดี อนาคตก็ย่อมดีตามเหตุและปัจจัยคะ ^^


ความคิดเห็นที่ 4  / น้ำใส_11 / 1 ธ.ค. 2551 23:50 น. 


ก็เหตุอันใดหนอ นำเรามาให้เป็น คนอาภัพโชคลาภมากถึงเพียงนี้...
น่าคิดนะครับ ...

ส่ิงทั้งหลายท่ีเกิดขึ้นกับเรานั้น มิได้เกิดจากการบังเอิญหรือใคร หรืออะไรมาบันดาลให้ดอกครับ..
อ้าว..แล้วใครทำให้เป็นอย่างนี้ล่ะ?!! ไม่เช่ือก็ต้องเช่ือครับ คำตอบก็คือ "ตัวเอง" นี่แหละท่ีทำร้ายตัวเองบ้างหรือทำให้ตัวได้ดีบ้างสลับเปลี่ยนกันตลอดเวลา..หามีผู้อ่ืนทำให้ไม่!
..แปลกแต่จริงย่ิงกว่ามายากลใดๆในโลกทีเดียวเจียวละครับพี่น้อง..

ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เป็นธรรมะ 4อย่างในโลกธรรม 8 ..ท่านเจ้าของ
กระทู้เวลานี้บ่นว่า อาภัพโชคลาภมากแสดงว่าขาดแคลนสิ่งของเคร่ืองใช้
หรือเงินทองเพ่ือแลกเปลี่ยนให้ได้สิ่งของเคร่ืองใช้ หรือซึ่งสรุปเรียกรวมว่า ปัจจัยสี่
พึงทราบว่า ผู้ท่ีเคยให้ "ทาน" (ปัจจัยสี่)มาก่อนแล้วน่ันแหละ ย่อมเป็นผู้ได้โภคะมาก เกิด
มามีฐานะร่ำรวย และได้โชคลาภ อันนำมาซึ่งความบริบูรณ์พร้อมด้วยปัจจัยสี่ ส่วนผู้ท่ีตระหนี่ ไม่เคยบริจาคทานหรือหวงแหน บริโภคโภคะของตนอยู่เพียงผู้เดียวโดยปรารภว่า "ประโยชน์อันใดท่ีเรา
จะให้หรือแบ่งโภคะของเราให้ผู้อื่น สู้เราบริโภคใช้สอยด้วยความบันเทิงใจ
แต่ผู้เดียวดีกว่า" ดังนี้เมื่อเขาตายเพราะกายแตก บุญส่งผลมาเกิดเป็นมนุษย์
ก็ย่อมเข้าถึงกำเนิดในฐานะยากจนและอาภัพโชคลาภนั่นเทียว........

เวลานี้ท่านเจ้าของกระทู้พึงทำใจว่าเพราะเหตุเราทำไว้ไม่ดีจึงต้องมารับวิบากหรือผลเช่นนี้
เมื่ิอทราบและเข้าใจเหตุและผลได้ ก็สามารถวางใจไม่ทุกข์มากระดับหนึ่ง
และพึงน้อมปัญญาให้เกิดโดยโยนิโสมนัสสิการว่าแม้เราก็จักเป็นผู้ให้ใน
คราวท่ีมีโอกาส ดังนี้ก็เป็นประโยชน์แก่ตนในภายหน้า...........
และพึงเข้าใจด้วยว่า..ในสังสารวัฏอันยาวไกลหาท่ีเบ้ืองต้นมิได้นี้ สรรพสัตว์ทั้งหลายย่อมทำทั้งบุญและบาป
สลับกันอยู่ ไม่มีใครเลยท่ีทำแต่บุญหรือบาปเพียงอย่างเดียว ดังนั้นแม้
เราก็คงได้เคยทำทานมาแล้วเช่นกัน เพียงแต่เวลานี้ผลของอกุศลกรรมยังให้ผลอยู่เราจึงอับโชค
หากอกุศลวิบากหมดกำลังลงเมื่อใดเราย่อมจะได้"โชคลาภ" เช่นกัน...

แต่ไม่ว่าจะมี "โชคลาภ" หรือไม่ ก็พึงหม่ันขยันทำงานหาเลี้ยง
ตนไปอย่าได้ท้อถอย ถ้ามัวแต่คอย"โชคลาภ" อย่างเดียว ก็ไม่รู้ว่าเขาจะมาใหม มาเม่ือไร ?จิตใจ เต็มไปด้วยอกุศลเศร้าหมอง ซึ่งจะเป็นตัวนำร่องให้มีแต่อกุศลวิบากเกิดแก่เราได้ จึงทำให้จมกองทุกข์แต่อย่างเดียว
วิบากท่ีดีจะเกิดได้ต่อเมื่อจิตเป็นไปกับกุศลครับ


สาธุครับท่าน "นาคราช" คำแนะนำสั้นๆแต่ได้ประโยชน์ครับ


ความคิดเห็นที่ 5  / ddman / 3 ธ.ค. 2551 18:51 น. 


ลองสำรวจตัวคุณเองดูน่ะครับ ผมว่าคุณมีโชคลาภอยู่ในตัวที่คนอื่นต้องอิฉาไม่น้อยที่เดียวแหล่ะ ทำได้ไว้ครับ เริ่มต้นจากไหว้พระสวดมนต์ก็ได้ครับ ทำได้ทุกวันก็จะยิ่งดี


ความคิดเห็นที่ 6  / loso_f / 3 ธ.ค. 2551 19:11 น. 


อยากได้โชคลาภ ก็ต้องให้ทานก่อนนะ

แต่โชคที่ดีที่สุดคือ การได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาจนเกิดปัญญา


ความคิดเห็นที่ 7  / naproxen / 5 ธ.ค. 2551 14:01 น. 


ทุกสิ่งอย่างมีเหตุมีปัจจัยครับ


ความคิดเห็นที่ 8  / *8q* / 6 ธ.ค. 2551 14:15 น. 


โชคลาภที่คุณต้องการคืออะไร

ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บก็ถือเป็นโชคอันประเสริฐ
เกิดมาในครอบครัวอบอุ่น พ่อแม่รัก ก็ถือเป็นโชคอย่างนึง
มีสติปัญญาดี ก็ถือเป็นโชควาสนา
เกิดมาครบ 32 ไม่พิการ ก็นับเป็นโชคเหมือนกัน

ถ้าหวังโชคลาภ จากการทำงาน ก็ต้องพึ่งความขยันหมั่นเพียร ใช้สติปัญญาในการหาทรัพย์ การใช้โอกาสที่มีอย่างถูกจังหวะ

แต่ถ้าหวังถูกหวย รวยการเสี่ยงโชค ของแบบนี้ใครทำมาคนนั้นก็ได้

บุญกุศล ต้องเริ่มทำเสียแต่วันนี้ให้ครบทั้ง ทาน ศีล ภาวนา

แต่ระวังทำบุญหวังผล อานิสงค์จะได้สลึงเฟื้อง



ความคิดเห็นที่ 9  / kuroneko / 7 ธ.ค. 2551 10:46 น. 


ยาก ดี มี จน วัดกันด้วยอะไร บุญ หรือ ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไม หลายคนถึงไม่ปฏิบัติตาม กรรม หรือ ถ้าเป็นเช่นนั้น จะล้างกรรมได้อย่างไร
การไม่มีตัวตน คืออะไร มีใครให้คำตอบได้บ้าง
ขอบคุณครับ











--------------------------------------------------------------------------------------
http://nintendo3dsblackfridaysale.com
http://theblackfridayipodtouch.us
http://www.blackfridayund8000.com
http://astore.amazon.com/bestvacuumcleanerforhardwoodfloors-20
http://astore.amazon.com/best-upright-vacuum-cleaner-20
http://astore.amazon.com/best-vacuum-for-pet-hair-20
http://astore.amazon.com/mielevacuumreviews-20


ความคิดเห็นที่ 10  / mistercleaner / 6 พ.ย. 2555 เวลา 19:05 น. 

 เปิดอ่านหน้านี้  3842 
 ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น

Member Detail  Guest


กรุณาล๊อกอินสมาชิกเว็บธรรมะไทยก่อนครับ... Login

  ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทาง Facebook


จีรัง กรุ๊ป

เพจธรรมะไทย


 ธรรมะไทย