ทำไงจะละเว้นซึ่งกาเมได้ (ยากที่สุดในบรรดาศีส 5 ข้อ)

    

อยากจะละซึ่งกาเมครับ จะได้มีจิตใจปฏิบัติธรรม
ใครมีวิธีที่ดีๆ ช่วยบอกด้วย ขอหลายๆ วิธีจะได้เลือกเอาวิธีที่ถูกจริตกับตัวเองมาใช้




คุณมีภรรยาหรือแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่ไหม
หากมีก็แบ่งเวลาอย่าให้ตรงกัน เช่น เวลามีเซ็กส์ก็อย่านั่งสมาธิ ทำสมาธิ ก็เว้นการมีเซ็กส์ คือว่าอย่าทำสองอย่างในเวลาเดียวกัน


ขอถามนิดนึงว่า
คำว่า "กาเม" หมายถึง ศีลข้อ 3 หรือ กามคุณ 6 หรือครับ
กรุณาตอบด้วย เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน จะได้ตอบคำถามของคุณได้ถูกครับ


กามคุณ 5 หรือเบญจกามคุณ สิ่งที่น่าปรารถนาน่าใคร่ ๕ อย่าง คือ รูป เสียง กลิ่น รส และ โผฏฐัพพะ (สัมผัสทางกาย)

ผมว่าน่าจะเป็นสิ่งเดียวกันนะครับกับศีลข้อที่ 3
การระวังซึ่งกามเป็นเรื่องของศีลที่จะต้องสำรวมละวัง
แต่ถ้าจะละให้ขาดก็จะเป็นเรื่องที่ต่อยอดจากพระสกิทาคามีที่ได้สกิทาคามีผลและเข้าสู่ลำดับของอนาคามีมรรคเพื่อการเป็นพระอนาคามีที่ท่านจะละกามให้ขาด คือการละสังโยชน์ เพื่อเข้าสู่ธรรมขั้นสูงต่อไป คือ อรหัตมรรค และอรหัตผลตามลำดับ

คำตอบอาจวกวนไปนิดเพราะเกรงจะเป็นการปรามาสภูมิธรรมท่านเพราะข้าพเจ้าก็ไม่ทราบว่าภูมิธรรมท่านอยู่ในลำดับใด สำหรับที่ตอบมาก็เพื่อแสดงรายละเอียดให้ผู้ที่เยี่ยมชมพอได้ทราบรายละเอียดบ้างตามที่ข้าพเจ้าพอทราบ และ ขอความรู้จากท่านผู้รู้ท่านอื่นเพื่อความเจริญทางปัญญาของข้าพเจ้าเองด้วยในทางหนึ่ง


เขาว่าต้องเจริญด้วยอสุภกรรมฐาน เอาแบบผมดีกว่าครับ เจริญด้วยวิปัสสนากรรมฐาน
กับกายคตาสติกรรมฐาน(วิธีพิจารณาอาการ 32) ซึ่งเป็นของพระพุทธองค์โดยตรง
เราไปนิพพานกันเถอะ ว้า ไม่เอาแล้วกาเม กลัวนรกเหลือเกิน


เข้าใจว่าคุณอิสระชน คงมีความเห็นว่า การมีsex หรือ ความรู้สึกอยากมีsexเป็นเรื่องที่เลวร้ายแรงมาก หรือ อาจเห็นว่า ถ้าละเรื่องsexไม่ได้โดยสมบูรณ์ ก็จะปฏิบัติธรรมไม่ได้ แบบนี้หรือเปล่าครับ

เรื่องsexเป็นเรื่องธรรมดาของปุธชน(น่าจะเขียนผิด) อย่างที่คุณ scikhuan ได้อธิบายไว้แล้วว่า ถ้าจะละให้ได้โดยสมบูรณ์ก็ต้องมีคุณธรรมถึงขั้นพระอนาคา แบบนี้ถ้าบอกว่า "ละเรื่องsexไม่ได้ ก็จะปฏิบัติธรรมไม่ได้" เป็นเรื่องจริง ก็คงไม่มีใครบรรลุธรรมได้หรอกครับ ในสมัยพุทธกาล ก็มีพระอริยบุคคลที่มีคุณธรรมตั้งแต่ขั้นพระโสดามากมายที่เป็นฆารวาส มีคู่ชีวิต มีครอบครัว

เข้าใจว่า คุณอิสระชน คงจะมีความตั้งใจจะปฏิบัติธรรม แต่มีความรู้สึกเรื่องsexเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติธรรม ถ้าเป็นแบบนี้ก็สามารถถือเป็นเรื่องดีก็ได้นะครับ ในความเห็นผม ถ้าเกิดระหว่างการปฏิบัติธรรม ก็ต้องกำหนดรู้ และเฝ้าดูอารมณ์ ความรู้สึกนั้นไป ก็จะเห็นความจริงว่ามันก็จะมีขึ้น มีลง มีเกิด มีดับ แต่ก็ต้องอดทนนะครับ ไม่ใช่ว่านั่งสมาธิไปเกิดอารมณ์ ก็โมโห หงุดหงิด เห็นว่าเป็นเรื่องเลวร้าย แล้วก็เลิกปฏิบัติธรรม อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเลวร้ายเลยครับ ให้เห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา เห็นมันเป็นเพื่อนที่เราสามารถเรียนรู้จากมันได้

ไม่ใช่แค่อารมณ์ด้านsex นะครับ ไม่ว่าจะมีอารณ์อะไรเกิดขึ้น ทั้ง โกทธ หงุดหงิด เศร้าใจ หรือ ปลื้มปิติ ดีใจ ก็ต้องกำหนด ตามดู ตามรู้ ทั้งนั้น

ลองวิธีตั้งจิตอธิฐานก็ได้ครับ เช่น เราตั้งใจจะเดิน 15 นาที นั่ง 15 นาที ก่อนเดินก็ตั้งจิตอธิฐานว่า "จะปฏิบัติให้ได้เวลาครบตามที่ได้ตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่ละจากการปฏิบัตินี้จนกว่าจะหมดเวลา" แบบนี้เป็นอุบายการสร้างความอดทน ความพากเพียรก่อน ถ้าสามารถอดทนได้ พากเพียรได้ ระยะหนึ่ง สมาธิ และความรู้ความเข้าหรือปัญญาก็เริ่มเกิดตามมาส่งเสริมกันครับ

วิธีที่จะทำให้ละเรื่องsexได้ดีที่สุดก็คือการปฏิบัติธรรมนั่นเองครับ แต่ก็ไม่ใช่จะเห็นผลกันง่ายๆ หากธรรมะเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่าย โลกนี้ก็คงจะเกลื่อนไปด้วยพระอรหัตแล้วละครับ







ขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาให้คำแนะนำ คือที่ถามเพราะต้องการอยู่เป็นโสดจะได้มีอิสระไม่มีอะไรมาผูกมัด สามารถไปปฏิบัติธรรมที่ไหนก็ได้ แต่ถ้ามีแล้วเกรงว่าเขาจะไม่ไปกับเรา แต่การแต่งงานกับอยู่เป็นโสดมันก้อมีข้อดีกับข้อด้อยแตกต่างกัน
ไม่รู้จะทำไงดี ตอนนี้ยังลังเลอยู่ และอีกอย่างยังละไม่ได้ซึ่งกิเลส บางครั้งยังมีความต้องการทางเพศ และถ้าเห็นผู้หญิงสวยๆ ก็ยังชอบ


กว้างหนึ่งศอก ยาวหนึ่งวา หนาหนึ่งคืบ ลองไปสืบ หาคำตอบ ชอบจริงเหวย
มีติดตัว ตั้งแต่เกิด ทุกคนเลย คำเฉลย คือกายใจ ไขความจริง

ไขทุกสิ่ง ที่ใจ อยากรู้เห็น ทุกประเด็น คำถาม ยามสงสัย
เพียงอย่างเดียว ที่ต้องทำ จัดวินัย แล้วลองไข เข้าไปดู ได้รู้ความ

ความมีว่า ตั้งแต่เกิด กำเนิดจิต ที่ตามติด ชิดแนบมา ทุกคลาคล่ำ
กามนั่นเอง ที่ทำเรา ให้ระกำ เช้ายันค่ำ โหยหาอยู่ รู้แก่ ใจ

มันเป็นยาง สุดเหนียว เหนี่ยวรั้งจิต พาความคิด ให้หมกมุ่น วิ่งวุ่นหา
รูปสวยๆ เสียงเพราะๆ อยากได้มา สัมผัสหา กลิ่นของเธอ เลอเลิศเชียว

ยามเธอร้อง เสียงหวาน ปานน้ำผึ้ง มันลัดรึง ตรึงจิต คิดเสน่หา
รสของเธอ สุดวิเศษ อยากได้มา คู่กายา ครั้งเดียว เกิดเกลียวกรรม

เป็นสกรู ขันดวงจิต ติดความสุข จะนั่งลุก พร่ำเพ้อ ละเมอฝัน
อยากได้เธอ มาแนบชิด ในทุกวัน อาทิตย์จันทร์ ยันเสาร์ เฝ้าบำเรอ

จนฟ้าเหลือง เรืองรอง กายเป็นป่วย เข้ามาช่วย ฉุดใจ ให้เกิดคิด
ที่เราวิ่ง หากาม ตามจนติด ทำชีวิต เลอะเลือน เชือดเฉือนตน

รู้หรือไม่ กามมันมา จากไหนหนอ มิเคยพอ ความอิ่ม ชิมตลอด
มีเท่าใด ก็เสพได้ ไม่เคยรอด พาใจกอด มันไว้ ในทุกที

พอเริ่มเบื่อ เลิกกอด มันก็เกาะ แล้วก็เพาะ ตัวเอง ขึ้นมาใหม่
พอสืบดู ค้นดู อยู่ที่ใจ จึงเห็นได้ เพราะความคิด ผลิตกาม

คิดแล้วแต่ง แต่งแล้วคิด จิตข้องอยู่ สาวไปดู จึงได้เห็น เป็นด้วยผล
ธรรมชาติ สร้างให้กาม มาเลี้ยงคน ใส่ยางปน ความคิด ติดกับกาม

ถ้าหยุดคิด กามก็ติด จิตไม่ได้ เหตุไฉน ใจหยุดคิด ได้แน่หรือ
ทำอย่างไร ไม่มีทาง ทำได้ฤา ความคิดคือ ตัวประกอบ จิตสำคัญ

ถ้าไม่คิด ไม่ใช่จิต แล้วนะท่าน หน้าที่มัน คือต้องคิด ติดความเห็น
มีอย่างเดียว ทำให้จิต มันคิดเป็น ความคิดเห็น มันไร้ค่า ถ้าวางลง

ความยึดมั่น ถือมั่น ถูกวางแล้ว ใยกามแจว วิ่งเต้น นัยจิตฉัน
ไฉนเจ้า ไม่ผละไป ได้จากกัน ยังตามฉัน อยู่ได้ ใครเลี้ยงดู

เจ้ากามตอบ จิตท่าน นั่นเองหนา นำตัวข้าฯ เข้าเต้น เป็นนิสัย
ด้วยตัวข้าฯ คงอยู่ได้ ทุกที่ไป ต่อให้วาง ความคิดได้ ไม่จบความ

ตราบใดท่าน ยังมี ดวงจิตอยู่ จงโปรดรู้ ข้าฯ อยู่ได้ ในจิตนั้น
ด้วยตัวข้าฯ เกาะกินใจ ท่านแสนนาน ทุกวันวาร ยึดกุมใจ เป็นของตน

เป็นเนื้อเดียว กับจิต ทุกดวงเกิด ข้าฯ บรรเจิด ในจิต ทั้งแหล่งล้า
ด้วยข้าฯ เป็น อมตะ ทุกเวลา ใครจะมา ฆ่าให้ตาย ไม่มีเลย

มีอย่างเดียว จะกระทำ ย่ำข้าฯ ได้ ต้องไร้ใจ ไร้จิต คิดออกไหม
ถ้ามีใจ มีจิตอยู่ ข้าฯ ไม่ตาย ข้าฯ อยู่ได้ ยืนยง คงกระพัน

ฟังกามบอก ความนัย ใจกระจ่าง ด้วยเจ้ากาม เกาะกุมจิต ทุกทิศา
จะส่วนรู้ ส่วนคิด จดจำพา เวทนา ก็ติดใจ ด้วยในกาม

ยางกามติด ทุกส่วน ในจิตฉัน ในทุกขันธ์ ทั้งห้า อย่าสงสัย
ไม่มีทาง ฆ่ากาม ให้หมดไป ทุกดวงใจ ติดยางกาม ทั้งนั้นเลย

เสียเวลา มานั่งคิด พิชิตเจ้า ต้องเลี้ยงเขา กามกุศล ฝนฝึกจิต
ทำให้มัน รู้จักเรา สักกะนิด ไม่ฉุดจิต บางเวลา เข้าหาธรรม

ทำได้เพียง เท่านี้ ดีถมแล้ว ทั่วทุกแนว กามกั้น ทั้งนั้นหนา
แต่ถ้าฝึก ให้ดีๆ มีวิชา เจ้ากามพา เราไปรอด อย่างปลอดภัย

ท่านให้เอา ตัณหา ละความอยาก อย่าคิดมาก อยากไป ให้ถูกที่
มันจะพา เราข้ามฝั่ง มหานที ใช้ถูกที่ กามเจ้านี้ มีคุณงาม



ชอบบทกลอนมากครับ อนุโมทนา


ศีลข้อ 3 ไม่ได้ห้ามมีภรรยานะครับ และไม่ได้ห้ามการมี...

ที่ห้ามคือไม่ให้ลัก-ลอบกัน ห้ามมีชู้ ทำนองนี้

ถ้าชอบกันรักกันก็ไม่ขอแต่งงานกัน จะได้ไม่ผิดศีล

ศีลห้าเป็นศีลของปุถุชน ต้องให้ปุถุชนปฏิบัติได้

ข้อห้ามเรื่องกาเม เรียก พรหมจรรย์ อยู่ในศีลอุโบสถ หรือ ศีล 8 นะครับ






การตีความคำว่า กาม ของชาวพุทธส่วนใหญ่ในขณะนี้ รุ้จักความหมายของ กาม กลายเป็นเรื่องของ SEX อย่างเดียว จนลืมความหมายตามภาษาบาลีไปแล้ว ซึ่ง

กาม หมายถึง สิ่งที่น่าปรารถนา สิ่งที่คนอยากได้เพื่อสนองความต้องการของตน ไม่ว่าจะเป็น สิ่งของ,สัตว์,คน,อื่นๆ ที่มีลักษณะที่ต้องกับความชอบใจของตนเอง ดังนั้น ศีล หรือข้อความนำไปประพฤติปฏิบัติข้อที่ 3 นั้น เจตนาให้ฝึกฝนตนเองให้รู้จักใช้วิธีให้ได้กาม อย่างสุจริต
หากตนเองยังมีความชอบใจ พอใจ ในสิ่งที่น่าปรารถนา เนื่องจากยังยึดมั่นใน ตัวกู ของกู แล้วนั้น ก็ให้ปฏิบัติตามศีลข้อ 3 ดังที่กล่าวข้างต้น

ส่วนวิธีการละกาม ก็มีผู้ให้ความรู้ไว้พอสมควรแล้ว ต่างก็เป็นวิธีการที่มุ่งหมายเพื่อคลายความยึดมั่นใน ตัวเอง (หรือตัวกู ของกู) นั่นแหล่ะครับ


ของผมเลวร้ายกว่าคือ ผมเป็นเกย์ อ่ะคับ สุดแสนจะ ทรมานมาก ระงับไงดี


 เปิดอ่านหน้านี้  3582 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย