จำเป็นมั๊ยที่ต้องมีระบบบรรดาศักดิ์ในการปกครองของคณะสงฆ์

 bunsri   

จำเป็นมั๊ยที่ต้องมีระบบบรรดาศักดิ์ในการปกครองของคณะสงฆ์ แล้วมันเกิดผลดีผลเสียยังไง หรือจะบอกว่าพระสงฆ์มีมากเลยต้องใช้ระบบแบบนี้ แต่ในพุทธกาลรพระสงฆ์มากกว่านี้อีก ไม่เห็นมียศศักดิ์เลย แล้วเมื่อศาสนาพุทธบอกว่ายศศักดิ์เหล่านี้เป็นทรัพย์ภายนอก แล้วทำไมยังยึดถือ เมื่อรู้ว่าไม่ดีทำไมไม่เลิกระบบเหล่านี้ไปล่ะ




จำเป็นรึเปล่า ? ... อันนี้ผมไม่ทราบนะครับ ....ส่วนเรื่องผลดีผลเสีย ผมมีความเห็นดังนี้ครับ

ผลดี ........ เป็นการยกย่อง ภิกษุผู้ฉลาดสามารถ ในด้านคันถะธุระ วิปัสสนาธุระ

ด้านการปกครอง ด้านการเผยแผ่ ด้านการสงเคราะห์ชุมชน เป็นต้น

ผลเสีย ........ อาจทำให้เกิดความยึดมั่นถือมั่น ... ความหลงมัวเมาในยศศักดิ์ได้ (สำหรับภิกษุบางรูป)

ครั้งในสมัยพุทธกาลก็มีการอวยยศ (ยกย่อง) เช่นกันนะครับ ....

พระพุทธเจ้า ทรงประทานตำแหน่งพระอัครสาวกเบื้องขวา แก่พระสารีบุตร ทรงตั้งพระสารีบุตรไว้ใน

ตำแหน่งเอตทัคคะด้านมีปัญญาเป็นเลิศ อีกทั้งขนานนามไว้ว่า "พระธรรมเสนาบดี" แปลว่า "ผู้เป็นใหญ่

แห่งกองทัพธรรม"

ทรงประทานตำแหน่งพระอัครสาวกเบื้องซ้าย แก่พระมหาโมคคัลลานะ ทรงตั้งท่านไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

ด้านมีอิทธิฤทธิ์เป็นเลิศ

อีกทั้งยังทรงแต่งตั้งภิกษุสาวกรูปอื่นๆ ไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะที่แตกต่างกันออกไป รวมได้ถึง 41 องค์

(ยังมี ภิกษุนี อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นเอตทัคคะอีกด้วย)


*************************

ข้อสังเกต : ในครั้งพุทธกาล พระองค์ทรงประทานยศศักดิ์แก่พระอริยบุคคลเท่านั้น จึงตัดข้อที่ว่า

อาจทำให้เกิดความยึดมั่นถือมั่น ความมัวเมาในยศฐาบรรดาศักดิ์ ทิ้งไปได้เลย

*************************

นี่เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ

ใช่ / ไม่ใช่ .............. ถูก / ไม่ถูก ............ ชอบ / ไม่ชอบ

ขอจงใช้สติปัญญาพิจารณาดูให้รอบคอบเถิดครับ




ครั้งในสมัยพุทธกาลก็มีการอวยยศ (ยกย่อง) เช่นกันนะครับ ....

พระพุทธเจ้า ทรงประทานตำแหน่งพระอัครสาวกเบื้องขวา แก่พระสารีบุตร ทรงตั้งพระสารีบุตรไว้ใน

ตำแหน่งเอตทัคคะด้านมีปัญญาเป็นเลิศ อีกทั้งขนานนามไว้ว่า "พระธรรมเสนาบดี" แปลว่า "ผู้เป็นใหญ่

แห่งกองทัพธรรม"

ทรงประทานตำแหน่งพระอัครสาวกเบื้องซ้าย แก่พระมหาโมคคัลลานะ ทรงตั้งท่านไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ

ด้านมีอิทธิฤทธิ์เป็นเลิศ

อีกทั้งยังทรงแต่งตั้งภิกษุสาวกรูปอื่นๆ ไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะที่แตกต่างกันออกไป รวมได้ถึง 41 องค์

(ยังมี ภิกษุนี อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นเอตทัคคะอีกด้วย)


อรุณ DT06943 [8 ก.ย. 2551 07:57 น.] คำตอบที่ 1


อีกความเห็น และมุมมองหนึ่งนะคะ

การแต่งตั้งเอตทัคคะในตำแหน่งต่างๆ นั้น ทรงยกย่องและแต่งตั้งตามที่พระอริยะนั้นๆ
ตั้งความปรารถนา หรืออธิษฐาน มาค่ะ ... มิได้อวยยศกันอย่างสมัยปัจจุบัน

และที่สำคัญ ... พระผู้มีพระภาคเจ้าจะตรัสเล่าเรื่องสืบเนื่องมา
หรือแม้แต่พระเถระท่านก็จะกล่าวว่าท่านตั้งความปรารถนามาตั้งแต่ในสมัยใด
อย่างไร และสั่งสมบารมีอย่างไร ซึ่งท่านจะหาอ่านได้ ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ ค่ะ

และที่สำคัญการแต่งตั้งนั้น พระพุทธองค์ ผู้ทรงมีพระสัพพัญญุตาญาณ
เป็นผู้แต่งตั้งตามความรู้ความสามารถที่ปรากฎ และเหตุที่กระทำมาดังกล่าวแล้ว
มิได้ดูจากพรรษา หรือปัจจัยอื่น ๆ และ มิได้มีลาภ สักการะ ยศฐาบรรดาศักดิ์
แต่อย่างไร จึงเปรียบเทียบกันมิได้เจ้าค่ะ


ดังเช่นตัวอย่างการแต่งตั้งพระธรรมเสนาบดี พระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ
ทรงตรัสตั้งแต่พระแถระเจ้าทั้ง 2 ยังมิได้เข้ามาขอบรรพชา เจ้าค่ะ


จึงจะนำไปเปรียบเทียบกับสมัยปัจจุบันมิได้ค่ะ


อีกมุมหมองหนึ่งเจ้าค่ะ



[๗๑] พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นสารีบุตรโมคคัลลานะมาแต่ไกลเทียว
ครั้นแล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สหายสองคนนั้น คือโกลิตะ
และอุปติสสะ กำลังมานั่น จักเป็นคู่สาวกของเรา จักเป็นคู่อันเจริญชั้นเยี่ยมของเรา

ก็สหายสองคนนั้นพ้นวิเศษแล้ว ในธรรมอันเป็นที่สิ้นอุปธิ อันยอดเยี่ยม
มีญาณวิสัยอันลึกซึ้งยังมาไม่ทันถึงพระวิหารเวฬุวัน พระศาสดาทรงพยากรณ์ ว่าดังนี้


สหายสองคนนี้คือ โกลิตะและอุปติสสะกำลังมานั่น
จักเป็นคู่สาวกของเรา จักเป็นคู่อันเจริญชั้นเยี่ยมของเรา


จาก ... พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑





ระบบบรรดาศักดิ์ในการปกครองของคณะสงฆ์ เป็นไปตามสมมุติทางโลกเรื่องสมณศักดิ์ผลดีเสียมีผู้กล่าวแล้ว พอดีไปอ่านพบในหนังสือประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาแต่งโดยท่านพระโสภณคณาจารย์(ระแบบ ฐิตญาโน) วัดบวรนิเวศวิหาร หน้า 399 ว่าสมณศักดิ์เดิมไม่มีในอินเดียพึ่งมามีในลังกา ทางสุโขทัยรับมาอีกต่อหนึ่ง แต่ที่มีการเปลี่ยนแปลงเอาแบบฆราวาสคือหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร์ ปี 2475 จาก พรบลักษณะปกครองสงฆ์ รศ 121 เป็น พรบคณะสงฆ์ พศ 2484 และก็มาเปลียนอีกในปี 2505ลอกเลียนแบบการบริหารของราชการ ทั้งๆที่ในพระวินัยการปกครองเป็นธรรมาธิปไตย การลงมติต่างๆต้องเป็นเอกฉันท์เป็นส่วนมากมีน้อยที่ใช้เสียงข้างมากตามแบบประชาธิปไตยของชาวโลกทั่วๆไป


 เปิดอ่านหน้านี้  2690 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย