อยากว่างแล้ววางความทุกข์

  วรรณ   

เป็นคนที่มักจะเก็บทุกเรื่องมาเป็นทุกข์ มาแบก มาวิตกกังวลแทนเค้าหรือบางครั้งเก็บคำพูดของใครมาเครียดทั้งเรื่องงานและเรื่องครอบครัวบางครั้งบางเรื่องไม่ใช่ปัญหาแต่ก็เก็บมาคิดเหมือนเดิมจนปัจจุบันเป็นโรคประจำตัว2โรคคือไมเกรนและความเครียดลงกระเพาะพยายามอ่านหนังสือธรรมะเพื่อดับทุกข์ในใจแต่ไม่ใช่ทางดับทุกข์ใจในสักทีอยากหาทางบรรเทาทุกข์ในใจเพราะกลัวว่าวันข้างหน้าจะเป็นโรคจิตค่ะ ช่วยแนะนำด้วยนะคะ




ลองฝึกรักษาศีล 5 ก่อนดีใหมครับ ศีลมีอานุภาพช่วยป้องกันเราไม่ให้ล่วงอกุศล เมื่อมีศีลจิตจะมีพลังกุศลมากขึ้นซึ่งจะช่วยให้เรามีสมาธิเพิ่มขึ้น จิตจะไม่ฟุ้งซ่านแส่ส่ายไปทั่วหรือเกิดอาการคิดมากอย่างที่เป็นอยู่ครับ นอกจากรักษาศีลแล้ว ก็สวดมนตร์ตอนเช้าและก่อนเข้านอน แล้วแผ่เมตตาให้ตนเองตลอดจนสรรพสัตว์ ทั้งหลาย จะทำให้ใจสงบเย็นด้วยเมตตา อาการคิดมากจะคลายไปได้ครับ ลองดูนะครับ


จากคำสอน เรื่อง อานุภาพแห่งบุญกุศล
โดย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

บุญ บาป ทุกข์ มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จแล้วด้วยใจ ให้พากันรักษาจิตใจ ฝึกสติรักษาใจ ให้มากกว่าทรัพย์ภายนอก ไม่เช่นนั้นกิเลสตัณหา ก็จะมาพาไป ดึงไปให้สุขอยู่กับความสุขในโลก อันไม่ยั่งยืน

ตัณหา คือ เหตุให้ทุกข์เกิด
สมุทัย คือ เหตุให้ทุกข์เกิด
นิโรธ คือ ความดับทุกข์ (เมื่อดับตัณหาได้ ทุกข์ในใจก็หมดลง)
ศีล-สมาธิ-ปัญญา คือ ทางปฏิบัติเพื่อความดับไปของทุกข์ทั้งปวง

กายนี้เป็นอยู่แสนยากลำบาก การมีชีวิตอยู่จนวันนี้นับเป็น วาสนานาบุญที่ทำมาแต่หนหลัง ให้อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย ไม่เจ็บร้ายแรง ผู้มีกุศลในใจ คือ มีบุญในใจ หนักแน่น ใครด่าว่าติเตียน ก็ไม่เสียใจ ไม่โกรธ ไม่เกลียด เพราะว่าใจมีบุญเป็นเครื่องอยู่ ตรงกันข้ามกับใจที่มีกิเลสเป็นเครื่องอยู่ กิเลสอยู่ในใจใคร ก็มีแต่ปั่นจิตใจให้เดือดร้อนวุ่นวาย ควรกำหนดละกิเลสให้เสมอ บรรเทาโกรธ พยายามเจริญเมตตาให้มาก ให้สัตว์ทั้งหลายมองเห็นเราเป็นเพื่อน สัตว์ทั้งหลายเห็นเรา เป็นมิตรก็เลื่อมใสยินดี อยากผูกมิตร (นี่เป็นอานิสงส์แห่งการเจริญเมตตา) ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย แม้เทวดาแสนสูงในชั้นฟ้า ก็จะมีจิตเมตตาต่อผู้มีใจดีมีคุณธรรม และให้การอารักขาไม่ให้มีอันตรายใด เพราะว่าเทวดาพร้อมด้วยเมตตาธรรมและคุณธรรม จะเห็นว่า เทวดาไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ต่างคนต่างเสวยผลบุญของตน สวรรค์ไม่มีการค้าขาย ไม่สะสมเงินทองเพราะว่าสวรรค์ เป็นที่อยู่ของผู้มีบุญ

เพราะฉะนั้น ให้พากันอารักขาจิตใจทุกอิริยาบถ ยืนเดินนั่งนอน ให้ใจตั้งมั่นอยู่ในพุทธคุณ ก่อนนอนให้ไหว้พระก่อน นั่งสมาธิ เอาสติเข้าไปตั้งอยู่ในใจ รวบรวมจิตให้ตั้งมั่นอยู่ในบุญ คุณ มีสัมปชัญญะ คือ รู้ตัวเสมอ ว่าขณะนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ ต้องกำหนดดูรู้ตัวเสมอ เวลาเกิดอะไรก็ไม่ตกใจ ไม่หวั่นไหว เพราะว่ามีสติสัมปชัญญะตามรักษาจิตใจอยู่ แต่ถ้าปล่อยกิเลส ตัณหา ครอบงำจิตใจ เกิดอะไรขึ้นก็จะสะดุ้ง กลัว สัตว์ดุร้ายมีพิษไม่จำเป็นต้องไปฆ่าแกงเค้า ที่แท้ไม่คิดว่า เราเองมีพิษยิ่งกว่าพิษงู เช่น โกรธใครก็ใช้วาจาทิ่มแทงเค้า ให้เจ็บอกเจ็บใจยิ่งกว่าโดนพิษงูกัด เพราะว่าเจ็บที่ใจไม่ใช่ เจ็บที่กาย




อันที่จริงหัวข้อกระทู้ที่ท่านตั้งเองก็อาจเป็นคำตอบให้ท่าน จขกท.

"อยากว่างแล้ววางความทุกข์"

ก็ว่างเลย อย่าแค่อยากว่าง เมื่อท่านว่าง แล้วไหนละทุกข์

ปล่อยวาง ละความยึดถือ คือคำตอบที่ท่านอาจจะรู้แต่ไม่ได้ทำ

ส่วนการเจริญ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นสิ่งที่ประเสริฐยิ่งผู้ที่เจริญดีแล้วคือได้กระทำให้ดีให้มากให้ยิ่งแล้วย่อมเป็นไปซึ่งการพ้นทุกข์

ขอให้ท่านก้าวหน้าในธรรมครับ





 เปิดอ่านหน้านี้  2689 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย