ถ้าเรามีลูกสุนัขหลายตัวแล้วนำไปขายจะบาปไหมครับ

 ช่าง พอ MBK   

ถ้าเรามีลูกสุนัขหลายตัวแล้วนำไปขายจะบาปไหมครับเพราะว่าเลี้ยงเองไม่ไหวแต่ก้อไม่สบายใจกลัวว่าจะไปสร้างกรรมโดยการพรากลูกพรากแม่แต่คิดว่าถ้าอยู่กับคนอื่นจะเลี้ยงได้ดีกว่าอยากขอความเห็นทุกท่านครับ




การค้าสิ่งมีชีวิตเป็น"มิจฉาอาชีวะ"ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อเราเลี่ยงอาชีพหรือวิธีการอันไม่เป็นบุญนี้ไม่ได้ ก็พึงระมัดระวังอย่าเห็นแก่ทรัพย์ที่จะได้ ให้พิจารณาด้วยว่าใครที่มาซื้อ เขาเป็นผู้มีเมตตาจะเลี้ยงดูสุนัขด้วยความรัก เมตตาไม่นำไปทรมานหรือทิ้งขว้างฯลฯ เหตุที่ปรารภว่าขอลูกสุนัขจงได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี จะเป็นอุปาระแก่เราเมื่อยามที่ถูกพรากจากพ่อแม่ในภพต่อไปได้ ..


ใครชอบ อยากเลี้ยง ดูแล้วไว้ใจ ก็ยกให้เขาไปเลยครับ จะได้ไม่ทำบาป




สาธุ สาธุ สาธุ ขอขอบคุณทั้งสองท่านอย่างสูงครับ
แต่มันยังไม่แจ่มแจ้งครับ

-มังสวณิชชา ท่านหมายถึงการค้าสัตว์ที่เขานำไปฆ่าใช่ไหมครับ

ต้องยอมรับว่าผมพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันไม่น่าจะบาปเพราะว่ากว่าจะเลี้ยงมันจน
โตก้อหมดไปหลายตังจะให้ฟรีคงต้องมีเรื่องกับภรรยาแน่นอนแต่ลึกลึกก้อรู้ว่าจะต้องมีกรรมติดตัวแน่ไม่มากก้อน้อย

-ตามปกติสุนัขจะอยู่กับแม่จริงจริงไม่น่าเกินสามเดือน เราขายตอนนั้นกรรมน่าจะเบาลงนะครับ

ขอให้คุณอา ddman อยู่คู่กับธรรมไทยไปอีกนานนานนะครับ
-คุณอาครับ มิจฉาอาชีวะ ผมเห็นคำนี้แล้วหนาวครับน่ากลัวมากมันจะแรงไปไหมครับสำหรับผม คุณอาช่วยอธิบายด้วยครับ

ขอบคุณครับ





อนุโมทนาท่าน"ช่างพอ"นะครับที่เป็นผู้มีจิตฝักใฝ่ในธรรมะอย่างยิ่ง

ท่านช่างพอ พึงเข้าใจได้ว่า การที่พระผู้มีพระภาคจะทรงบัญญัติสิ่งใดไว้ สิ่งนั้นย่อมมาจากอำนาจแห่งพระสัพพัญญุตตญานคือความรู้อันไม่จำกัด กอปรด้วยพระเมตตาคุณหาประมาณมิได้ ข้อที่จะทรงกล่าวสิ่งอันหาสาระไม่ได้ ไม่เป็นคุณประโยชน์แก่สรรพสัตว์ย่อมไม่มีในวิสัยประเพณีของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย..

ก็คำว่าสัตว์มีชีวิตนั้น ย่อมมิได้จำกัดไว้เพียงว่าเป็นสัตว์เพื่อฆ่าเอาเนื้อเท่านั้น แต่รวมคลุมไปหมดทุกสัตว์ทีเดียว..

เพราะเหตุใดจึงทรงห้ามการค้าสัตว์มีชีวิตเล่า? เพราะผู้ค้าย่อมเพ่งเล็งเป้าประสงค์คือทรัพย์อันตนจะได้มา ด้วยอำนาจแห่งโลภะเป็นมูล เขาจะคำนึง ถึงว่า สัตว์ที่มีชีวิตนั้น จะได้ไปสู่ที่ดี มีอุปการะเพื่อความสะดวกสบายแก่การมีชีวิตต่อไปก็หาไม่ ...เขาย่อมไม่สนใจว่าผู้ซื้อจะเป็นคนมีศีลธรรม มีเมตตากรุณาหรือไม่เพราะเขาเพียงมีเจตนาอยากได้ทรัพย์เท่านั้น...จึงปรากฏว่า ส่วนมาก ผู้มาซื้อมนุษย์ก็นำมนุษย์ไปใช้เยี่ยงทาสบ้าง เป็นเครื่องมือหากินเช่นเป็นโสเภณีหรือ เป็นลูกสมุนทำมิจฉาชีพ ส่วนสัตว์ก็นำไปใช้แรงงานหรือฆ่าเอาเนื้อ แม้สัตว์ที่สวยงามก็นำไปขังกรงบ้าง หรือเลี้ยงไปตามยถากรรม อาจถูกทำร้ายทรมานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์..ด้วยอาการต่างๆ จริงอยู่ แม้มีอยู่บ้างที่สัตว์บางตัว มีกุศลวิบากมารักษา เขาย่อมได้รับการดูแลอย่างดี..แต่นับว่าไม่มากนัก เพราะการได้คติวิบัตินั้น ย่อมเป็นช่องทางที่อกุศลวิบากจะไหลมาท่วมทับมีมากกว่า..

ในส่วนของท่านช่างพอ แม้เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเกี่ยวข้องกับเขาด้วยกุศลและอกุศลคละเคล้ากันเช่นนี้ ก็พึงตั้งเจตนาให้เป็นกุศลนำไปก่อน ว่า เรามีจิตคิดเกื้อกูลให้สัตว์นี้ ให้มีชีวิตที่ดีกว่าเพราะบัดนี้เราไม่อยู่ในฐานะจะเลี้ยงดูเขาได้แล้ว ด้วยความจำเป็นจึงต้องหาผู้อุปการะที่ดีที่จะเลี้ยงดูเขาต่อไป เราไม่ได้คิดจะค้าเขาไปเพื่อหาทรัพย์มาบำเรอตน แต่ปัจจัยนี้จะเกื้อกูลแก่สัตว์ที่เหลืออยู่ และด้วยผลจาก กุศลเจตนานี้ ขอให้เป็นปัจจัยให้คนดีมีศีลธรรมมาอุปการะสุนัขที่เราไม่สามารถเลี้ยงดูได้ต่อไป ให้เขาดูแลสุนัขให้มีความสุข ตลอดจนกว่าเขา(สุนัข)จะสิ้นชีวิต..

การทำเหตุใดๆย่อมมีผลกลับมาเสมอ ดังนั้นเจตนาหลักคือการให้เขามีชีวิตที่ดีย่อมเป็นผลที่เราจะได้รับ ส่วนวิธีการอันไม่ถูกธรรมนั้น เมื่อเราไม่ปรารถนาไม่ยินดี ผลที่ตามมาย่อมอ่อนไปตามกำลังแห่งเจตนานั้นครับ..

เมื่อทำแล้ว ท่านพึงอย่าให้ความเดือดร้อนใจใดๆยืดเยื้อยาวนาน พึงตั้งมนัสสิการไว้เนืองๆว่าเราได้กระทำไปด้วยเหตุแห่งเมตตาและกรุณาต่อสุนัข เช่นนี้จิตย่อมเป็นไปกับกุศลได้เนืองๆครับ




ศาสนาพุทธ สอนให้รวยบุญครับ ไม่ได้สอนให้รวยเงิน มีแต่สอนให้บริจาคเงินออกไป

บุญเอาไปกินชาติหน้าได้ เงินกินได้แค่ชาตินี้ชาติเดียว ตายแล้วก็แล้วไป เอาไปไม่ได้ครับ

สะสมเก็บเงินไว้มากๆ ก็เป็นทุกข์อีกครับ




สาธุ สาธุ สาธุ ขอบคุณมากมากครับท่าน ddman แจ่มแจ้งจริงจริงครับ
ผมจะปฏิบัติตามที่ท่านแนะนำครับ สบายใจขึ้นมากครับ


ขอบคุณสำหรับทุกทุกคำตอบด้วยนะครับ



พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า "เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ" แปลว่า เรากล่าวเจตนาว่าเป็นกรรม

และยังตรัสอีกว่า "ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกอย่างสำเร็จด้วยใจ"

พระพุทธองค์ ไม่ได้ตรัสว่า บาปผิดศีล 5 สำเร็จด้วยกาย หรือวาจา ซึ่งเป็นเครื่องมือประกอบของการทำกรรมแม้แต่ครั้งเดียว แต่บาปหรือการผิดศีล 5 ต้องทำด้วย "ใจ" ที่เป็นอกุศลเท่านั้น จึงจะเป็นบาป

ด้วยเหตุนี้ เจตนาทางใจที่เป็นอกุศล = บาป

.......................................................

วิเคราะห์เจตนาของคุณ

เลี้ยงเองไม่ไหว แต่ก้อไม่สบายใจกลัวว่าจะไปสร้างกรรมโดยการพรากลูกพรากแม่

1. เลี้ยงเองไม่ไหว = เจตนาเป็นกุศล จึงได้บุญ ไมใช่ได้บาป
2. แต่ก้อไม่สบายใจกลัวว่าจะไปสร้างกรรมโดยการพรากลูกพรากแม่ = ระแวงไปเอง เพราะไม่รู้ว่า สัตว์ทุกตัว โดยเฉพาะหมาแมว พอโตได้ไม่กี่เดือน เขาก็ต้องหากินของเขาเอง และโดนพ่อแม่ทิ้ง เช่น แมวบ้านผม ออกลูกมา 3 ตัว แค่เดือน 2 เดือน ก็ทิ้งลูกแล้ว แทบจะไม่มาให้เห็นหน้าเลย

ด้วยเหตุนี้ ถ้าคุณไม่เอาลูกหมาไปขาย เท่ากับทำบาป ต่อไปมันจะอดอยาก และเป็นหมาพเนจร ถ้าเอาไปขายเท่ากับได้บุญ แต่ได้บาปปนด้วย เพราะคุณมีจิตเป็นอกุศลบ้าๆบอๆของคุณเอง


 เปิดอ่านหน้านี้  3038 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย