เรียนถามเรื่องนรก-สวรรค์

 asd   

ตามความเข้าใจของกระผมตอนนี้กระผมเข้าใจเรื่องสวรรค์-นรกว่ามีจริงมี (1) สวรรค์-นรกที่มีอยู่ในภพในชาติปัจจุบันที่เห็นๆกัน เข้าใจว่าไปทำไม่ดีมาแล้วไม่สบายใจนั่นแหละนรกในใจ ไปทำความดีมาภูมิใจที่ได้ทำความดีนั่นแหละสวรรค์ตามความเข้าใจของกระผม หรือที่เราเรียกว่าสวรรค์ในอกนรกในใจ ข้อนี้กระผมเชื่อร้อยเปอร์เซนต์ว่ามีจริง (2) ส่วนสวรรค์-นรกหลังความตายไปแล้วกระผมก็เชื่อว่ามีจริง คือเชื่อตามๆกันมาพูดง่ายๆข้อนี้กระผมเชื่อ 99 เปอร์เซนต์ครับ เหตุผลที่เชื่อไม่เต็มร้อย คือ ไม่ได้รู้ได้เห็นเหมือนสวรรค์-นรกอย่างในภพนี้ชาตินี้อย่างข้อแรก อยากขอความเมตตาจากท่านผู้รู้ได้เมตตาช่วยหาคำตอบหรือหาคำอธิบายที่ง่ายๆที่ชี้ให้เห็นถึงสวรรค์-นรกหลังความตายให้กระจ่างเพิ่อเติมความเชื่อของกระผมให้เต็มร้อยด้วยครับ กราบขอบพระคุณล่วงหน้าครับ




http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=morningstar&date=08-10-2007&group=7&gblog=1


เรื่องที่คนธรรมดาอย่างเรายังมองไม่เห็นยังมีอยู่มากครับ
ภพภูมิที่นอกจากมนุษยโลกแล้วยังมีอยู่
คนที่ใกล้จะหมดอายุขัยมักจะมองเห็นสิ่งเหล่านี้

เรื่องนี้คุณป้าคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังเกี่ยวกับสามีของท่านที่จากไปแล้ว
ท่านบอกว่า 1 เดือนก่อนที่สามีจะจากไป สามีมักพูดถึงสิ่งเร้นลับต่างๆ
วันหนึ่งคุณป้าไปงานศพของคนรู้จักกัน ตอนกลับเข้าบ้าน สามีก็บอกว่า
เพื่อนที่ตายไปนั้นเดินตามมาส่งถึงหน้าบ้าน คุณป้าก็ไม่เชื่อ
ต่อมา สามีบอกว่า จะไม่ได้เห็นหน้ากันแล้วนะ คุณป้าก็หัวเราะไม่เชื่ออีก
พอไม่นาน สามีก็เสียชีวิตปุบปับด้วยเส้นเลือดในสมองแตก
คุณป้าถึงเชื่อว่า สามีพูดเรื่องจริงมาตลอด

ในพุทธประวัติ ก็มีกล่าวถึงวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากดาวดึงส์ได้ทรง
แสดงฤทธิ์เปิดโลกสวรรค์และโลกนรกให้เห็นกัน จนกลายเป็นพระปางหนึ่งที่
เราเรียกว่า ปางพระเจ้าเปิดโลก

จึงฝากไว้พิจารณา




หลวงพ่อชา ท่านไม่ตอบเลยนะ เรื่องพวกนี้
ท่านถามคนถามว่า "ถ้าบอกจะเชื่อไหม"

คนถามก็ตอบท่านว่า .."เชื่อ"

ท่านก้ตอบกลับไปว่า "ถ้าเชื่อคุณก็โง่"

อธิบายได้ว่า เรื่องหลายๆอย่าง
ที่เราไม่มีความสามารถจะรู้ได้นั้น
ถามไปก็ได้แต่รับคำตอบแต่เพียงความรู้ที่เรียกว่า "มีคนบอก"
เป็นปัญญาระดับ สุตตมัยปัญญา
คือเป็นความรู้ที่เกิดจากการฟังๆมา อ่านมา มีคนบอก
ยังเป้นความรู้ที่ใช้ไม่ได้ ถ้าเชื่อไปแล้ว ไม่สนใจจะพิสูจน์ความจริงก็จัดได้ว่าโง่
เราเชื่อที่คนบอกเพราะเขาน่าเชื่อ ซึ่งขัดกับหลักกาลามะสูตร

จุดยืนของพระพุทธศาสนาคือ ท่านต้องลงมือปฏิบัติพัฒนาจิตใจจนสามารถใช้เป้นเครื่องมือ
ในการพิสูจน์หาความรู้ต่างๆ










//////////////////////////////////
หลวงปู่ดุลย์


ต้องปฏิบัติจึงหมดสงสัย

เมื่อมีผู้ถามถึง การตาย การเกิดใหม่ หรือถามถึงชาติหน้า ชาติหลัง
หลวงปู่ไม่เคยสนใจที่จะตอบ

หรือมีผู้กล่าวค้านว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ นรกสวรรค์มีจริงหรือไม่มีประการใด
หลวงปู่ไม่เคยคว้าหาเหตุผลเพิ่อจะเอาค้านใคร
หรือไม่เคยหาหลักฐานเพื่อยืนยัน
เพื่อให้ใครยอมจำนนแต่ประการใด ท่านกลับแนะนำว่า


"ผู้ปฏิบัติที่แท้จริงนั้น
ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงชาติหน้าชาติหลังหรือนรกสวรรค์อะไรก็ได้

ให้ตั้งใจปฏิบัติให้ตรง ศีล สมาธิ ปัญญาอย่างแน่วแน่ก็พอ
ถ้าสวรรค์มีจริงถึง ๑๖ ชั้นตามตำรา ผู้ปฏิบัติดีแล้ว ก็ได้เลื่อนฐานะตนเองโดยลำดับ

หรือถ้าสวรรค์นรกไม่มีเลย ผู้ปฏิบัติดีแล้วขณะนี้ย่อมไม่ไร้ประโยชน์
ย่อมอยู่เป็นสุขเป็นมนุษย์ชั้นเลิศ "


การฟังจากคนอื่น การค้นคว้าจากตำรานั้น ไม่อาจแก้ข้อสงสัยได้
ต้องเพียรปฏิบัติ ทำวิปัสสนาญาณ ให้แจ้งความสงสัยก็หมดไปเองโดยสิ้นเชิง.

//////////////////
คัดจาก - http://www.nkgen.com/pudule3.htm


มนุษย์ต่างโลก โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

เมื่อคนตายแล้วก็ไปเกิดทั้งนรกสวรรค์ แต่มีบ้างไหมครับที่ตายไปแล้วไม่เกิดทั้งในนรกและสวรรค์...?

มีเยอะ ตายแล้วสวรรค์ก็ไม่ไป พรหมก็ไม่ไป ไปนิพพานเลย



และอีกอย่างครับ คนตายแล้วต้องมาเกิดอีก และมีไหมครับที่ตายแล้วไม่ต้องเกิด...?

ก็พระอรหันต์ไงล่ะ ตายแล้วไปนิพพาน ไม่ต้องมาเกิดอีก


ผู้ที่นับถือศาสนาอื่น ถ้าตายไปแล้วจะไปนรกหรือสวรรค์หรือเปล่าครับ

ไปทุกศาสนาน่ะคุณ
คือว่าสวรรค์หรือนรกนี่ก็มีเหมือนกันเรือนจำนี่เขาขังเฉพาะผู้ที่นับถือพุทธศาสนา
หรือศาสนาอื่นด้วยล่ะเขาขังทุกศาสนาใช่ไหม นั่นฉันใด นากหรือสวรรค์ก็เหมือนกันถ้าทำความชั่วก็ไปนรกเหมือนกัน


ถ้าผมทำความดี ผมจะได้เกิดในพุทธศาสนาพุทธอีกไหมครับ..?

ถ้าคุณทำความดีอีกกี่ชาติ คุณก็พบศาสนาตลอด



อย่างนี้ก็หมายความว่าศาสนาอื่นไม่ดีเท่าศาสนาพุทธซิครับ....?

เราจะว่าเขาไม่ดีก็ไม่ได้ ศาสนาทุกศาสนาเขาดีเหมือนกันแหละ
แต่ว่าคุณปฏิบัติตามแนวทางของศาสนาพุทธก็เกิดในเขตของศาสนาพุทธ
ถ้าคุณปฏิบัติในเขตของศาสนาอื่น เพราะจิตมันจับอยู่ในศาสดาองค์นั้นก็ต้องไปเกิดในศาสนานั้น
นี่เราจะถือจะถือว่าศาสนาอื่นไม่ดี
ไม่ได้ศาสดาทุกองค์เขาต้องการให้คนเป็นคนดีทั้งหมด เขาจึงได้บัญญัติขึ้นมา


แต่ว่าถ้าจะถือคุณธรรมของศาสนากันจริงๆ แล้วละก็ของเรามีต่างกับเขาอยู่นิดหนึ่ง ที่เรามี อริยสัจ ศาสนาอื่นเขาไม่สอนอริยสัจ ของเรามากกว่าเขาหน่อย จะดีกว่าหรือไม่ดีกว่าก็เป็นการพิจารณาของคนนะ อาตมาเป็นพระในศาสนาพุทธ จะมายกย่องศาสนาพุทธมากเกินไปมันก็ไม่ได้ ดีหรือไม่ดีพระพุทธเจ้าบอกว่า เชิญมาพิสูจน์เอง








แล้วศาสนาคริสต์ มีการตกนรกหรือเปล่าครับ...?


ศาสนาคริสต์ ...ถ้าคิดๆก็ยังไม่ตกนะ คิดหรือคริสต์
ถ้ามันยังคิดอยู่ ยังไม่ตาย ตกได้ยังไง (หัวเราะ) เอาแล้วไง

นี่เป็นคนไทยยังพูดไทยไม่ชัดเลย มันตกเหมือนกันไม่ว่าศาสนาไหนก็ตกเหมือนกัน
เพราะว่านรกไม่ใช่ของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง คำว่านรกมันเป็นแดนลงโทษสัตว์
เพราะว่าทำความชั่วก็ต้องไปเหมือนกันหมด



กระผมขอเรียนถามหลวงพ่ออีกสักอย่างน่ะครับ ทำไมมนุษย์ถึงมากขึ้นครับ..?

ก็ตายแล้วเกิดใหม่ ถ้าไม่เกิดมันก็ไม่มาก ใช่ไหม **ที่เกิดใหม่หรือมนุษย์มากขึ้น คุณอย่าลืมว่า**พวกสัตว์นรกนั้นก็คือมนุษย์นะ สัตว์ทั้งหมดนี่คือมนุษย์ที่ทำความชั่วแล้วไปเกิดเป็น** เป็นอสุรกาย สัตว์นรก ทั้งหมดคือมนุษย์ เทวดาหรือ พรหมก็มนุษย์


เทวดาหรือพรหมรักษาความดีทรงอำนาจความดี
ถ้าความดีหมดก็ต้องกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ พวกสัตว์นรก **อสุรกาย สัตว์เดียรัจฉาน ถ้าหมดอำนาจความชั่ว ก็มาเกิดเป็นมนุษย์ ทีนี้**สัตว์ต่างๆ ที่คุณกินเข้าทุกวันๆ น่ะ คุณมั่นใจหรือว่าจะไม่มาเกิดเป็นมนุษย์ เข้าใจหรือยัง อย่าลืมว่าสัตว์ทุกประเภทคือมนุษย์ที่สร้างความชั่วนั่นเองครับ


เข้าใจแล้วครับ ผมเรียนถามอีกอย่างนะครับคือว่าเมืองนรกอยู่ที่ไหนครับ...?

เมืองนรกเขาก็อยู่ที่เมืองนรก (หัวเราะ)
เมืองนรกจะไปอยู่ที่เมืองมนุษย์ไม่ได้ คุณอยากไปดูไหมล่ะ


อยากครับ

เอาอย่างนี้ซิน่ะ ถ้าคุณเป็นคนไม่มีมานะทิฏฐิ
คุณถือว่าคำสอนคือคำสนาคุณจะยอมรับปฏิบัติตามคำแนะนำของครู
ถ้าคุณอยากรู้จักนรก สวรรค์ พรหมโลก หรือ นิพพาน ไปพิสูจน์ได้ที่วัดท่าซุง

ถ้าคุณมีความมั่นใจจริงๆ ไม่เกิน 3 วันไปเที่ยวได้
แต่ว่าคุณจะต้องเชื่อครูนะ ไม่ใช่จิตใจของคุรมีมานะทิฏฐิอย่างนี้ใช่ไม่ใช่ อย่างนั้นไม่ใช่


เหมือนกับคุณมาเรียนเป็นนายร้อย ถ้าคุณมาเรียนมาจากสถาบันอื่นแล้ว
แต่ทว่าคุณมาเรียนโรงเรียนนี้เขาสอนวิชาทหาร คุณถือไม่ใช่ ฉันเรียนมาอย่างนี้นี่
อย่างนี้คุณไม่มีโอกาสจบหลักสูตรนี้ได้ ถ้าคุณต้องการฝึกอภิญญาสมาบัติ
คุณไปที่วัดท่าซุง


ผมเชื่อว่า นรก สวรรค์ มีจริง ทีนี้อย่างทราบว่าโลกอื่น เขามีนรก สวรรค์อย่างโลกเราไหมครับ...?

แล้วเราไปติดต่อได้ไหมครับ..?


ไปติดต่อไม่ได้ แต่ไปเที่ยวได้ มนุษย์ต่างโลก


อย่างกับมนุษย์ต่างดาวหรือครับ...?

ไม่ได้ติดต่อ ไปเที่ยว ติดต่อกันแล้วพูดกันไม่รู้เรื่องฉันไม่รู้ภาษาเขานี่
ฉันเคยไป อย่างกับดาวพะศุกร์ นี่มีสิ่งมีชีวิตแล้วก็ดาวกุรุ **ดาวกุรุนี่คุณมองไม่เห็น
โลกกุรุมีความศิวิไลซ์กว่ามาก มีความสวยสดกว่า มีความสุขยิ่งกว่า ส่วนสูตู กับจามร
นี่เขาก็มีความเจริญทางวิทยาสตร์ดีกว่าโลกเราเยอะอยู่ทางทิศตะวันตกโลกหนึ่ง ตะวันออกโลกหนึ่ง
จานบินของเขามีเกลื่อนเลยคุณ

จะมาโลกเราได้ใช้เวลา 10 ชั่วโมง โลกตะวันออกจะมาได้ประมาณ 17 ชั่วโมง
ถ้าเราเที่ยวสวรรค์ได้นรกได้ โลกนี้ก็ไปเที่ยวได้
อยุ่ใกล้นิดเดียวนี่คุณดาวดึงส์นี่มันไกลกว่ากันหลายแสนเท่า แค่ชั่วขณะจิตเดียวเท่านั้นเอง อยากไปไหม

อยากครับ หน้าตาพวกเขาเป็นยังไงครับ...?

หน้าก็เหมือนหน้า ตาก็เหมือนตา ตาเหมือนยายไม่ได้นะใช่ไหม
ตากับยายรูปร่างเหมือนกันเมื่อไหร่ล่ะคุณ ถูกไหม

ฉันคิดว่าเขาสวยนะคุณ
อย่างพวกดาวกุรุนี่เขาสวยกว่าพวกเรานะคือว่าความเป็นคนเหมือนเราทุกอย่าง
ที่เขาวาดตามภาพการ์ตูนน่ะ ไม่จริงหรอก เขาดี เขาสวย
แต่ว่าทางด้านทิศตะวันออกหน้าตาเหมือนแขก เฮี้ยนๆ ชอบกล ดุๆ
แต่ว่าทางด้านทิศตะวันตกหน้าตาเข้าดีมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวกุรุนี่เป็นคนน่ารักมาก
เขามีจิตใจดี มีความสุขกว่าเรามากนะ


ที่เขาว่า สวรรค์ในอก นรกในใจ เล่าครับ...?



อันนี้เป็นคำพังเพยคุณ นรกมีจริงๆ มี
สวรรค์ในอก นรกในใจใช้ได้ แต่ว่ามันยังไกลเกินไปนะ

พูดแบบนั้นก็พูดแบบคนไม่เคยเห็นสวรรค์ไม่เคยเห็นนรกก็ว่ากันไป

แต่ว่าหลักสูตรในพระพุทธศาสนาเขามีนี่คุณ
พระพุทธเจ้าทรงวางหลักสูตรไว้ให้หมดนะ


เราจะไปสวรรค์ไปนรกได้เราจะต้องปฏิบัติแบบไหน เราจะไปนิพพานเราจะปฏิบัติตัวแบบไหน อันนี้ในพุทธศาสนามีหลักสูตรสอนไว้เฉพาะเลยคุณ
ฉะนั้น จึงถือว่าเป็นหลักสูตรพิเศษ

หลักสูตรที่หลวงพ่อว่ามีอะไรบ้างครับ...?

หลักสูตรในพุทธศาสนามี4 อย่าง คือ
1. สุกขวิปัสสโก
2. เตวิชโช
3. ฉฬภิญโญ
4. ปฏิสัมภิทัปปัตโต

ที่นี้โดยมากที่พวกคุณฟังกันมานี่ พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติแม้ถึงขั้นสุกขวิปัสสโก
คนที่เขียนตำราก็เขียนส่งเดช สวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจ
อันนี้ตีความหมายว่าถ้าใจเป็นสุขก็เป็นสวรรค์ถ้าใจเป็นทุกข์ก็เป็นนรก
อันนี้มันก็ได้หรอก แต่มันไม่ถูกกับความจริงนะ


สำหรับประเภทสุกขวิปัสสโกกับเตวิชโช แตกต่างกันอย่างไรครับ...?


ประเภทสุขวิปัสสโกนี่ไม่รู้อะไรคุณ ได้แต่สมาธิเฉยๆ มีจิตเป็นสุข
จิตมีกำลังตัดกิเลสได้ สำหรับวิชาสามหรือเตวิชโชสามารถรู้ได้
เพราะว่าการปฏิบัติขึ้นวิชชาสามหรือเตวิชโชสามารถรู้ได้
เพราะว่าการปฏิบัติขึ้นวิชชาสามหรือเตวิชโช สามารถรู้ได้
เพราะว่าการปฏิบัติขึ้นวิชชาสามมีญาณ8 อย่าง คือ

1. ทิพจักขุญาณ สามารถเห็นผีเห็นนรกเห็นสวรรค์ได้
2. จุตูปปาตญาณ เราจะรู้ว่าคนที่เกิดมานี่ ก่อนจะเกิดนั้นมาจากไหน และเวลาตายแล้วไปไหน
3. เจโตปริยญาณ สามารถจะเห็นจิตของคนได้ คนไหนจิตดีคนไหนจิตเลว
4. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ เราสามารถระลึกชาติได้โดยไม่จำกัด
5. อตีตังสญาณ เราจะรู้ราวในอดีตได้
6. อนาคตังสญาณ รู้เรื่องราวในอนาคตได้
7. ปัจจุปบันนังสญารณ ปัจจุบันนี้ใครทำอะไรที่ไหนเรารู้ได้
8. ยถากัมมามุตาญาณ คนที่เขามีความสุขความทุกข์เขาอาศัยกรรมอะไรเป็นปัจจัย

นี่ในด้านวิชาสามรู้ได้ 8 อย่าง


ถ้าหากเจริญวิปัสสนาญาณ จะสามารถทราบอนาคตได้ไหมครับ...?

คำว่าวิปัสสนาญาณ นี่มันยังเป็นวงแคบไปนะคุณ ต้องเรียกว่าเจริญพระกรรมฐาน

เพราะว่าวิปัสสนาเป็นจุดหนึ่งของการเจริญสมาธิจิต
มันแยกเป้น 2 อย่าง คือ สมถกรรมฐาน และ วิปัสสนากรรมฐาน
เราต้องใช้คำกลางๆ รวมเรียนกว่า พระกรรมฐานบอกคุณแล้วว่ามี 4 อย่าง

ถ้าคุณไปปฏิบัติในสายของสุขวิปัสสโกก็ไม่สามารถรู้อะไรได้เลย นอกจากละกิเลส
ถ้าปฏิบัติในสายวิชาสาม หรือ ฉฬภิญโญ ปฏิสัมภิทัปปัตโต คุณรู้ได้ เรื่องอนาคตนี่มันเป็นของง่ายมากนี่คุณ เราเรียกว่าอนาคตังสญาณไงล่ะ




อย่างของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ผมยกมานี้
เราก้ทำได้มากที่สุดคือการเชื่อในสิง่ที่ท่านพูด

แต่ก็ยังเป้นความรู้ที่ใช้ไม่ได้
เราต้องปฏิบัติจนพัมฯาจิตถึงระดับที่จะรู้ เราจะรู้ได้เอง


แต่พอเราปฏิบัติจนรู้ได้เอง
เราก็จะพบว่าสิง่ที่เราอยากรู้ มันไม่มีค่าอะไรเลย รู้ไปก็เท่านั้น
ไม่ช่วยให้พ้นทุกข์แต่อย่างใด
ในทางตรงกันข้าม กลับทำให้เราหลงไหลสงสัยอยากรู้อยากเห็น
เป็นอันว่าติดสุข เสพติดความอยากรู้

สุดท้ายเลยไม่ถึงนิพพาน ถึงแค่สวรรค์นรก
เป็นอันว่าเสียชาติเกิดทีเดียว อุตส่าห์ได้เกิดเป็นคนพบพระพุทธศาสนาพร้อมกับพบครูบาอาจารย์ตั้งมากมาย

พวกต่างทวีป เขายังมีโอกาสไม่เท่าเราเลยนะคับ


อนุโมทนากับทุกท่านครับสาธุ


 เปิดอ่านหน้านี้  2822 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย