อะไรคือธรรม อะไรไม่ใช่ธรรม

 ขอเป็นกำลังใจ   9 ม.ค. 2554

 อะไรคือธรรม อะไรไม่ใช่ธรรม ขอบคุณจ้า 




สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุก ๆ ท่าน

คำถามนี้จริง ๆ แล้วท่านผู้อ่านทุกท่านได้เคยฟังคำตอบกันมาบ่อยมากครับ

ก็ตอนไปงานศพ ฟังพระสวดอภิธรรมนั่นแหละครับ พระท่านได้บอกว่าธรรมะในศาสนานี้หมายถึงสิ่งใด ธรรมะคืออะไรกันอยู่แล้ว

แต่ในปัจจุบันพระท่านสวดตกหล่นไป 1 ประโยคคำถามครับ
ในความจริงพระท่านสวดว่า

กะตะเม ธัมมา ? แปลว่าธรรมะเป็นไฉน? หรือธรรมะคืออะไรนั่นเอง .

แต่พระในสมัยนี้ตอนสวดได้ตัดคำถามออกไป
พอเริ่มต้นท่านก็ตอบเลยว่า...


กุสลา ธัมมา..... ธรรมเป็นกุศล
อกุสลา ธัมมา..... ธรรมเป็นอกุศล
อัพยากะตา ธัมมา..... ธรรมเป็นอัพยากกะตาคือผลหรือวิบากแห่งกุศลหรืออกุศลนั้น

แล้วถามต่ออีกว่า
กะตะเม ธัมมา กุสลา ?......ธรรมเป็นกุศลเป็นไฉน ?? . .

แล้วสวดตอบต่อไปว่า....

ยัสมิง สะมะเย กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง ฯลฯ...... ได้แก่กามาวจรกุศลจิต .

ยัสมิง สะมะเย รูปาวจรัง กุสะลัง จิตตัง .....ได้แก่รูปาวจรกุศลจิต

ยัสมิง สะมะเย อรูปาวจะรัง กุสะลัง จิตตัง..... ได้แก่อรูปาวจรกุศลจิต

ยัสมิง สะมะเย โลกุตตะรัง กุสะลัง จิตตัง .....ได้แก่โลกุตตระกุศลจิตคือมัคคจิต 4 ดวง คือโสดาปัตติมัคค สกทาคามีมัคค อนาคามีมัคค และอรหัตตมัคค

ส่วนกามาวจรกุศลวิบาก
รูปาวจรกุศลวิบาก
อรูปาวจรกุศลวิบาก
และผลจิตคือโสดาปัตติผล สกทาคามีผล อนาคามีผล และอรหัตตผล
เป็นอัพยากตาธรรม
ผลคือวิบากแห่งมัคค



เพราะฉะนั้นหลักใหญ่ของธรรมะในพระพุทธศาสนา
พูดหรือแสดงเรื่องจิต หรือเรื่องขันธ์ 5 นั่นเอง

ธรรมะในพระพุทธศาสนาก็คือ จิต หรือ ขันธ์ นั่นเอง.

เพราะจิตรวมถึงขันธ์ 4 ได้แก่เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์
วิญญาณขันธ์ คือ ธรรมที่เป็นจิต
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ คือ เจตสิก

จิตและเจตสิกเกิดร่วมเกิดพร้อมกันเสมอ

กุศลจิต หรือ ขันธ์ที่เป็นกุศล เราเรียกว่า " ธรรมะ "

ส่วน อกุศลจิต หรือ ขันธ์ที่เป็นอกุศล เราเรียกว่า " อธรรม "

นี่คือ ธรรมะ และ อธรรม ตามความหมายในพระพุทธศาสนา
ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงตลอด 45 พรรษา


ธรรมะคือจิตครับ หรือคือองค์ธรรม / สภาวะธรรมที่เป็นกุศลที่เกิดขึ้นในจิตครับ

การปฏิบัติธรรมก็คือการฝึกจิตหรือสร้างจิตให้เป็นกุศลนั่นเอง
โดยที่สุดแล้ว ธรรมะ คืออรหัตตผลจิต หรือขันธ์ที่เป็นอรหัตตผลนั่นเอง
และเป็นธรรมรัตนะที่เรากราบไหว้บูชากันอยู่ในทุกวันนี้

โดยการปฏิบัติธรรมเราจะเน้นไปที่มัคคจิตและผลจิต อันเป็นธรรมที่เป็นไปเพื่อความหลุดพ้น เพื่อการดับขันธ์ปรินิพพาน เพื่อการไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดกันอีก

เพราะฉะนั้นโลกุตตรกุศลจิต(มัคคจิต) และโลกุตตรผลจิต(วิบากแห่งมัคค) คือธรรมะในคำสอนของพระพุทธศาสนา


รวมเป็นธรรมะ 9 ประการ มัคค 4 ผล 4 และนิพพาน 1


พระผู้มีพระภาคเจ้า คือผู้บรรลุอรหัตตผลจิต

พระองค์ทรงตรัสว่า " ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราตถาคต "

ก็หมายถึงว่าใครก็ตามที่บรรลุ อรหัตตผลจิต ได้

บุคคลนั้นชื่อว่าได้เห็นธรรม และได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า .

ไม่ใช่การเห็นพระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้า



หวังว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงพอจะเข้าใจนะครับ ..



เจริญในธรรมครับ..



สาธุ


สาธุเจ้าค่ะ....


อะไรคือธรรม อะไรไม่ใช่ธรรม ขอบคุณจ้า

ธรรม ธรรมะ ธรรมชาติ สัจจะ ปรมัตถ์ อนัตตาธรรม อมตะ ความจริง มีความหมายเป็นอย่างเดียวกัน

คำว่า "ธรรม" เป็นปรมัตถบัญญัติ คือการสมมุติตั้งชื่อให้กับความจริง แต่เราไม่สามารถอธิบายให้รู้ได้ด้วยบัญญัติคำพูดว่าธรรม หรือ ธรรมะ คืออะไร ผู้ต้องการรู้ความหมายของธรรมะ ต้องลงมือปฏิบัติจริงจนใจได้สัมผัสธรรมหรือความจริงนั้นๆ

ธรรมะ เป็นสิ่งที่ต้องรู้ที่ใจ ไม่สามารถคิดเอาหรือรู้ด้วยคำพูด
การกล่าวว่าธรรมนั้นค่อนข้างจะกว้างและครอบคลุมไปหมด ถ้าเราจะพูดถึงเรื่องธรรม เราควรจำกัดวงให้แคบลงมาว่า

ธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและนำมาสอนนั้นคืออะไร

ในธรรมคุณ 6 ประการ ที่เราสวดกันอยู่บ่อยๆนั้น ได้ตั้งคำถามและบอกคำตอบไว้ให้แก่เราจนครบถ้วน ถ้าเราแปลให้ถูกต้องตามธรรม แปลในเชิงปฏิบัติ
ลองพิจารณาธรรมคุณ 6 ประการที่แปลสำนวนใหม่ดังต่อไปนี้นะครับ

ธัมมาภิคีติง
(ธรรมคุณ ๖ ประการ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ดีแล้วนั้น.(คืออะไร)
สันทิฏฐิโก, เป็นสิ่งที่ ผู้มีความเห็นถูกต้อง จึงจักรู้ได้ด้วยตนเอง;
อะกาลิโก, เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล;( เวลา, สถานที่, บุคคล, เชื้อชาติ,เผ่าพันธุ์,วรรณะ,ศาสนา,ระดับการศึกษา,เพศ,วัย,การแต่งกาย)
เอหิปัสสิโก, เป็นสิ่งที่เรียกร้องให้เราเข้าไปดูอยู่เสมอ;
โอปะนะยิโก, ความเห็นธรรมนั้น)เป็นสิ่งที่ควรน้อมให้เกิดขึ้นในตัวยิ่ง ๆ ขึ้นไป (แล้วจะ
ส่งให้ถึงความสงบเย็น คือ มรรค - ผล - นิพพาน)
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหี ติ. เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน ดังนี้



สันทิฏฐิโก, เป็นสิ่งที่ ผู้มีความเห็นถูกต้อง จึงจักรู้ได้ด้วยตนเอง

การที่ผู้ถามอยากจะรู้ว่าธรรมะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอนหรือตรัสไว้ดีแล้วนั้นคืออะไร ผู้ถามจะต้องลงมือปฏิบัติ เพื่อทำความเห็นของตนเองให้ถูกต้องเป็นสัมมาทิฐิเสียก่อน แล้วความหมายของคำว่า ธรรม นั้น จึงจะผุดโพล่งขึ้นมาในจิตของผู้ถาม

จิตของปุถุชนทุกคน ถูกย้อมไว้ด้วยมิจฉาทิฐิ คือความเห็นผิด เป็นอุปาทานที่ฝังแน่นข้ามภพข้ามชาติมาจนนับชาติไม่ถ้วน ความเห็นผิดที่ยิ่งใหญ่และเป็นด่านแรกที่ผู้จะยกระดับตนเองจากปุถุชนเป็นอริยชนจะต้องถอนออกให้ได้ นั่นคือความเห็นผิดว่าเป็นอัตตา ตัวตน หรือสักกายทิฐิ

ถ้าปัญญาเปลื้องความเห็นผิดว่าเป็นอัตตา ตัวตนออกเสียได้ จิตจะได้เข้าถึงสภาวะ ไร้ตัวตน หรือ อนัตตา ที่สภาวอนัตตา นั่นแหละ ผู้ปฏิบัติจะได้รู้ซึ้งถึงคำว่า "ธรรม" ผู้ถามอยากรู้จักคำว่า "ธรรม" จริงๆ ก็ต้องทำดังที่บอกนี่แหละครับ

สิ่งใดไม่ใช่ธรรม
สิ่งที่เป็นสมมุติ บัญญัติ ซึ่งอัตตาเป็นผู้กำหนดบอกชี้ว่าเป็นนั่นเป็นนี่นั้นแหละ มิใช่ธรรม


 เปิดอ่านหน้านี้  3741 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย