ขอความหมายของคำว่า อนุโมทนา

 asd   

(1) ได้ยิน ได้เห็นคำว่าอนุโมทนาบ่อยมาก อยากรู้ความหมายที่แท้จริงจะได้นำไปใช้ให้ถูกต้อง
(2) เคยอ่านพบว่า(ถ้าจำไม่ผิด)หากทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และหากผู้ที่ล่วงลับไปแล้วนั้นไปสุ๋สุคติภพหรือภูมิที่ดี การที่อุทิศส่วนกุศลไปหานั้นก็จะไม่ได้รับส่วนบุญส่วนกุศลนั้นได้ เพราะว่าอยู่ในภพที่ไม่สามารถที่จะอนุโมทนาได้ คำว่าอยู่ในภพที่ไม่สมารถที่จะอนุโมทนาได้นั้น อนุโมทนาข้อนี้หมายถึงใครที่จะต้องเป้นผู้อนุโมทนาครับ เป็นผู้ที่ล่วงลับหรือญาติผู้ที่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ครับ




(1) ได้ยิน ได้เห็นคำว่าอนุโมทนาบ่อยมาก อยากรู้ความหมายที่แท้จริงจะได้นำไปใช้ให้ถูกต้อง

อนุโมทนา แปลว่า ความยินดีตาม, ความพลอยยินดี หมายถึงการแสดงความชื่นชมยินดีในบุญหรือความดีที่ผู้อื่นทำ

อนุโมทนา อาจทำได้ด้วยการพูด เขียนหนังสือ หรือแสดงกิริยาก็ได้ เช่นเมื่อได้ยินเสียงย่ำฆ้องกลองที่วัดในตอนเย็น แสดงว่าพระท่านทำวัตรเย็นจบ ก็ยกมือขึ้นประนมไหว้เปล่งวาจาว่าสาธุ เป็นการอนุโมทนาต่อพระสงฆ์ที่วัดหรือมีใครทำบุญแล้วมาบอกให้ทราบ ทราบแล้วยกมือขึ้นสาธุเป็นการอนุโมทนาบุญของเขาด้วย

เรียกการพูดแสดงความยินดีในความดีของผู้อื่นว่า อนุโมทนากถา (ดูสัมโมทนียกถา)

เรียกหนังสือรับรองการบรอจาคที่วัดออกให้แก่ผู้บริจาคทรัพย์ทำบุญว่า อนุโมทนาบัตร หรือ ใบอนุโมทนา

เรียกบุญที่เกิดจากการอนุโมทนาตามตัวอย่างข้างต้นว่า อนุโมทนามัยบุญ


เรียกบุญที่เกิดจากการอนุโมทนาตามตัวอย่างข้างต้นว่า "อนุโมทนามัยบุญ"

และการที่ภิกษุกล่าว สัมโมทนียกถา อันแปลว่า ถ้อยคำอันเป็นที่บันเทิงใจ ใช้เรียกการที่ภิกษุพูดแสดงความขอบคุณหรือกล่าวถึงประโยชน์และอานิสงส์ของความดี ของบุญกุศล ที่ทายกทายิกาได้ทำ เช่น ถวายอาหาร สร้างกุฏิ สร้างหอระฆัง เป็นต้น ไว้ในบวรพระพุทธศาสนา บางทีเรียกว่า อนุโมทนากถา

ธรรมเนียมของพระภิกษุสามเณร เมื่อได้รับถวายปัจจัยสี่ ไม่ว่าจะเป็นภัตตาหาร หรือทานวัตถุใดๆ ก็ตามจากทายกทายิกา จะต้องทำพิธีอนุโมทนาทานนั้น ไม่ว่าจะได้รับรูปเดียวหรือหลายรูปก็ตาม ต้องอนุโมทนาทุกครั้ง จะละเว้นเสียมิได้ถือว่าผิดพระพุทธานุญาต ต่างแต่ว่าอนุโมทนาต่อหน้าหรือลับหลังเท่านั้น

ธรรมเนียมนี้ปฏิบัติกันมาแต่ครั้งพุทธกาลแล้ว ฉะนั้นการอนุโมทนาทานจึงเป็น ประเพณีมานานในหมู่สงฆ์ การประกอบพิธีอนุโมทนาลับหลังทา ยกทายิกามีวิธีเดียว คือ การบิณฑบาตที่ต้องออกรับในสถานที่ต่างๆ ทั่วไปไม่จำกัด กรณีเช่นนี้ไม่ต้อง อนุโมทนาต่อหน้าขณะที่รับบิณฑบาต แต่กลับมาถึงวัดฉันอาหารเรียบร้อยแล้ว จึงอนุโมทนา หรือยกไปอนุโมทนาในช่วงทำวัตรสวดมนต์ เช้า - เย็นก็ได้

ส่วนพิธีอย่างอื่นนอกจากนี้ควรจะอนุโมทนาต่อหน้าเสมอไปจึงจะสมควร พิธีอนุโมทนาแบ่งออกเป็นหัวข้อใหญ่ๆ ได้ ๒ หัวข้อคือ

๑. สามัญอนุโมทนา คือ การอนุโมทนาที่นิยมใช้ปฏิบัติกันโดยทั่วไป ไม่จำกัดงานหนึ่งงานใด ก็คงใช้คำอนุโมทนาแบบเดียวกัน

๒. วิสามัญอนุโมทนา คือ การอนุโมทนาด้วยบทสวดพิเศษ คือ อนุโมทนาเฉพาะทาน เฉพาะกาล และเฉพาะเรื่อง

สำหรับคำว่า"สาธุ" แปลว่า"ดีแล้ว ชอบแล้ว" ดังนั้นการเปล่งวาจาว่าสาธุ ก็เพื่อแสดงความเห็นชอบด้วยชื่นชม หรือยกย่องสรรเสริญ เพื่ออนุโมทนาในบุญหรือความดีที่ผู้อื่นทำ นั่นเอง

ในพระไตรปิฎกได้พูดเรื่องผลบุญของการอนุโมทนาที่ทำให้ไปเกิดในวิหารวิมานว่า

ท่านพระอนุรุทธเถระได้ถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า เหตุใดมีวรรณะงามยิ่งนัก มีรัศมีส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ สถิตอยู่เหมือนดาวประกายพฤกษ์ มีเสียงอันเป็นทิพย์น่าฟัง รื่นรมย์ใจ มีกลิ่นทิพย์อันหอมหวนยวนใจ เสียงของเครื่องประดับผมก็ดังเสียงไพเราะดุจเสียงดนตรี แม้พวงมาลัยบนศีรษะก็มีกลิ่นหอมชวนให้เบิกบานใจ หอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ ขอท่านจงบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร ?

นางเทพธิดาตอบว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ นางวิสาขามหาอุบาสิกา เป็นสหายของดิฉัน อยู่ในเมืองสาวัตถี ได้สร้างมหาวิหารถวายสงฆ์ ดิฉันเห็นมหาวิหารนั้น แล้วมีจิตเลื่อมใสอนุโมทนา ก็วิมานอันเป็นที่รักนี้อันดิ ฉันได้แล้ว เพราะการอนุโมทนาด้วยจิตบริสุทธิ์แต่อย่างเดียวเท่านั้น วิมานนี้เป็นวิมานอัศจรรย์น่าดูน่าชม โดยรอบสูง ๑๖ โยชน์ เลื่อนลอยไปในอากาศ ได้ตามความปรารถนาของดิฉัน ดิฉันมีปราสาทเป็นที่อยู่อาศัย อันบุญกรรมจัดแจง เนรมิตให้เป็นส่วนๆ งามรุ่งโรจน์ตลอดร้อยโยชน์โดยรอบทิศ วิมานอันมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ น่าอัศจรรย์ น่าดูน่าชมเช่นนี้ เกิดแต่ดิฉันเพราะกุศลกรรมทั้งหลาย ควรทำบุญโดยแท้


สรุปแล้วการอนุโมทนาเป็นสิ่งดี แต่สิ่งที่ดีกว่าก็คือ การลงมือทำความดี สร้างบุญกุศลนั้นๆ ด้วยตนเอง

คัดมาจาก
ผู้จัดการออนไลน์ 26 กรกฎาคม 2548 16:43 น.


เคยอ่านพบว่า(ถ้าจำไม่ผิด)หากทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และหากผู้ที่ล่วงลับไปแล้วนั้นไปสุ๋สุคติภพหรือภูมิที่ดี การที่อุทิศส่วนกุศลไปหานั้นก็จะไม่ได้รับส่วนบุญส่วนกุศลนั้นได้ เพราะว่าอยู่ในภพที่ไม่สามารถที่จะอนุโมทนาได้ คำว่าอยู่ในภพที่ไม่สมารถที่จะอนุโมทนาได้นั้น อนุโมทนาข้อนี้หมายถึง ใครที่จะต้องเป้นผู้อนุโมทนาครับ เป็นผู้ที่ล่วงลับหรือญาติผู้ที่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ครับ

คำตอบคือเป็นผู้ที่ล่วงลับที่ต้องอนุโมทนาครับ หากแม้ผู้ล่วงลับไม่อนุโมทนาแล้วเขา
ก็ไม่สามารถมีส่วนในบุญที่ญาติอุทิศให้ได้



ขออนุโมทนา สาธุ ในคำตอบด้วยครับ


 เปิดอ่านหน้านี้  2875 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย