ทำไมบางคนเกิดมาไม่สมประกอบ

 asd   

(คำถามที่ 1 ) คนบางคนเกิดมามีร่างกายสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่บางคนก็ตาเหล่ ปากแหว่ง อะไรทำนองนี้เป็นเพราะอะไรจึงเกิดมาไม่สมบูรณ์เหมือนๆกัน
(คำถามที่2) ในครอบครัวหนึ่งมีลูก4-5คนพอลูกโตขึ้นทุกคนจะมีปัญหาเรื่องสายตากันทุกคนบางคนก็ถึงบอดก็มี และญาติไกล้ชิดกันสายเลือดเดียวกันที่เรียกว่าลูกผู้พี่ลูกผู้น้องกัน ก็เป็นทำนองเดียวกันเป็นบางคน คือมีปัญหาเรื่องสายตาเช่นกัน ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่าเป็นเพราะพันธุกรรม หรือกรรมพันธ์ อยากเรียนถามว่าทางพระเรียกว่าอะไร ถ้าสมมุติว่าความเห็นทั้งของทางพระเป็นแบบหนึ่ง และความเห็นทางแพทย์เป็นอีกแบบหนึ่งแล้วจะเชื่อพระหรือแพทย์ดี ด้วยความสงสัยจึงขอเมตตาคำตอบ ไม่มีเจตนาให้คำถามขัดแย้งกัน เพียงแต่ว่าถ้าเป็นอย่างที่ถามมานั้นจะเชื่อใครดีเท่านั้นเอง กราบขอบพระคุณล่วงหน้าในคำตอบเป็นอย่างสูงครับ




ผลบุญ...ผลกรรม...



ณ บนเขาคิชฌกูฏ เนื่องในวันมาฆทักษิณาวรรต มีพระอรหันต์จำนวน 1,250 องค์ มาร่วมประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้มีการนัดหมายมาก่อน
ผลบุญผลกรรม

ณ บนเขาคิชฌกูฏ เนื่องในวันมาฆทักษิณาวรรต มีพระอรหันต์จำนวน 1,250 องค์ มาร่วมประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้มีการนัดหมายมาก่อน พระพุทธองค์ทรงพระเมตตา ทรงอธิบายให้แเก่พระอานนท์และศิษย์ทั้งหลาย ตรัสว่า" ดูก่อน อานนท์ พวกเธอจงฟัง ตถาคตจะอธิบายให้ฟัง ในสากลโลกนี้ ไม่ว่า หญิง ชาย ผู้แก่ผู้เฒ่าหรือลูกเล็กเด็กแดง ผู้ยากจน ทุกข์ทรมานไม่สิ้นสุด หรือผู้ดีมั่งมีเสพสุขไม่รู้จบ เหล่านี้ ล้วนมาจากกรรมเก่าที่ได้ก่อไว้ไนอดีตชาติทั้งนั้น อันนี้เพราะเหตุใดหรือ มนุษย์เรานับว่าเป็นสัตว์ประเสริฐสิ่งแรกควรทำ คือ จะต้องกตัญญูกตเวทีต่อผู้บังเกิดเกล้า เคารพในพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ปลดปล่อยชีวิตสัตว์ หมั่นสวดมนต์ให้ทาน เพื่อเป็นการสร้างเนื้อนาบุญ จึงสามารถมีบุญวาสนาในภพหน้าได้
พระพุทธองค์ตรัสถึงกฎแห่งกรรมว่า

"อดีตชาติได้ประกอบแต่กรรมดี จึงเกิดมาเป็นคนที่มียศสูงศักดิ์ และร่ำรวยในโภคทรัพย์ ผู้ใดบำเพ็ญธรรมมาตลอดจะได้บุญวาสนาไปทุกภพทุกชาติ มนุษย์จงฟังให้ดี ฟังตถาคตกล่าวผลกรรมของไตรภพ ผลกรรมของไตรภพเป็นเรื่องใหญ่จงอย่าดูหมิ่นพุทธพจน์ จงฟังผลกรรมดังต่อไปนี้
ปัจจุบันเป็นขุนนางเพราะเหตุใด "

ชาติก่อนนำทองคำสร้างพระพุทธรูป
สิ่งที่ได้รับในชาตินี้เพราะชาติก่อนทำไว้
ถวายเครื่องทรงสักการะพระพุทธองค์
ทองคำสร้างองค์พระดั่งสร้างตนเอง
เครื่องทรงสักการะคืออาภรณ์ประดับกาย
ดังนั้นอย่าคิดว่าเป็นขุนนางนั้นง่าย
หากไม่สร้างบุญก่อกุศลแต่ปางก่อนไว้ไหนเลยจะได้รับ
มีรถนั่งมีเรือขี่เพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนสร้างถนนทำสะพาน
มีเสึ้อผ้าแพรพรรณประดับกายเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนบริจาคเสึ้อผ้าให้ผู้ยากจน
มีอาหารกินอิ่มสมบูรณ์เพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนบริจาคข้าวปลาอาหารและน้ำดื่มให้ผู้ยากจน
ที่ไม่มีจะกินจะใส่เพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนไม่เคยบริจาคทานเลยแม้แต่น้อย
มีตึกรามบ้านช่องอยู่เพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนบริจาคข้าวสารช่วยผู้ยากไร้
มีบุญบารมีวาสนาเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนสร้างวัดสร้างศาลา
มีหน้าตาบุญหนักศักดิ์ใหญ่เพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนบูชาพระพุทธรูปด้วยดอกไม้ของหอม
มีปัญญา มีความปราดเปรื่องเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนสวดมนต์สรรเสริญพระนามพุทธเจ้า
มีภรรยาดีมารยาทพร้อมเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนได้สร้างบุญสร้างกุศลร่วมกัน
สามีภรรยามีอายุยืนยาวเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนได้แต่งริ้วธงประดับหน้าพระพุทธรูป
มีพ่อแม่อยู่ครบเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนเห็นอกเห็นใจผู้กำพร้า
ไม่มีพ่อมีแม่เพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนชอบยิงนกตกปลา
มีลูกหลานแยะเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนชอบปล่อยนกปล่อยปลา
เลี้ยงลูกไม่รู้จักโตเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนชอบเจ็บแค้นผู้อื่น
ชาตินี้ไม่มีลูกเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนข่มเหงรังแกลูกหลานชาวบ้าน
ชาตินี้อายุยืนเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนชอบซื้อสัตว์ปลดปล่อยชีวิต
ชาตินี้อายุสั้นเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ชาตินี้ไม่มีภรรยาเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนชอบผิดประเวณี ข่มขืนลูกเมียเขา
ชาตินี้เป็นหม้ายเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนชอบดูหมิ่นดูแคลนสามี
ชาตินี้เป็นทาสเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนไม่รู้จักบุญคุณคนอื่น
ชาตินี้มีตาดีเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนซื้อน้ำมันเติมตะเกียงบูชาพระ
ชาตินี้มีตาบอดเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนชอบอ่านหนังสือลามก
ชาตินี้มีปากแหว่งเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนกล่าวร้ายใส่ความผู้อื่น
ชาตินี้หูหนวกเป็นใบ้เพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนปากร้ายชอบด่าว่าพ่อแม่
ชาตินี้หลังค่อมเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนหัวเราะคนที่ไหว้พระ
ชาตินี้มืองอแขนคดเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนเคยตีพ่อแม่
ชาตินี้ขาเป๋ตีนแปเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนทำลายถนนและสะพาน
ชาตินี้เป็นวัวเป็นควายเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนเป็นหนี้เขาแล้วไม่ใช้คืน
ชาตินี้เป็นหมูเป็นหมาเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนมีใจคิดหลอกลวงเขา
ชาตินี้มีโรคมากเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนดีใจที่เห็นผู้อื่นเคราะห์ร้าย
ชาตินี้สุขภาพดีเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนบริจาคยารักษาโรคผู้อื่น
ชาตินี้ต้องติดคุกติดตะรางเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนเห็นคนตกอยู่ในอันตรายแล้วไม่ยอมช่วยเหลือ
ชาตินี้ต้องอดอาหารตายเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนหัวเราะขอทาน
ชาตินี้ต้องถูกเขาวางยาเบื่อตายเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนเบื่อปลาในคลอง
ชาตินี้โดดเดี่ยวทุกข์ทรมานเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนใจบาปคิดแต่จะทำลายผู้อื่น
ชาตินี้แคระแกรนเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนชอบเหยียดหยามดูแคลนคนรับใช้
ชาตินี้อาเจียนเป็นโลหิตเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนคอยปุกปั่นยุแหย่คนอื่นให้แตกแยกกัน
ชาตินี้หูหนวกเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนฟังธรรมแล้วไม่เชื่อถือ
ชาตินี้เป็นฝีหนองเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนทารุณสัตว์
ชาตินี้ตัวมีกลิ่นเหม็นเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนชอบอิจฉาริษยาผู้อื่น
ชาตินี้ต้องแขวนคอตายเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนทำลายเขาเพื่อประโยชน์ตน
ชาตินี้เป็นหม้ายหรือโดดเดี่ยวเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนไม่รักลูกรักภรรยา
ชาตินี้ถูกฟ้าผ่าตายเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนพูดจาเสียดสีผู้ออกบวช
ชาตินี้ถูกสัตว์ร้ายกัดตายเพราะเหตุใด
เพราะชาติก่อนชอบก่อศัตรูคู่อาฆาต
สรรพกรรมที่ก่อไว้กรรมตามสนอง
ต้องตกนรกได้รับทุกข์ทรมานจะโทษใครเล่า
อย่าพูดว่ากฎแห่งกรรมไม่มีใครเห็น
กรรมสนองเร็วก็ตกที่ตัวเอง กรรมสนองช้าก็ตกกับลูกหลาน
ถ้าไม่ศรัทธาพระรัตนตรัย ไม่รีบทำทาน
ก็จงดูบุคคลที่มีบุญวาสนาซิ
เพราะเขาทำบุญไว้ตั้งแต่ชาติก่อน ชาตินี้บุญจึงตอบสนอง
แม้ปัจจุบันสั่งสมบุญกุศล บุญนั้นก็จะคุ้มครองถึงบุตรหลาน
หากใครกล่าวร้ายเรื่องกฎแห่งกรรม
ชาติหน้าก็ไม่ได้เกิดเป็นคนอีก (เกิดอยู่ในอบายภูมิ)
หากเชื่อถือยึดมั่นในกฎแห่งกรรม
ความเจริญมั่งมีศรีสุข ก็จะมาเยือนถึงบ้าน
หากใครคอยแนะนำเผยแพร่เรื่องกฎแห่งกรรม
ก็จะเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นชั่วลูกชั่วหลาน
หากใครยึดมั่นในกฎแห่งกรรม
ฆาตเคราะห์ภัยพิบัติจะอยู่ห่างไกลตัว
หากใครเที่ยวบรรยายเรื่องกฎแห่งกรรม
ทุก ๆ ชาติจะเป็นบุคคลมีปัญญาเลิศ
หากใครหมั่นสวดมนต์ในเรื่องกฎณห่งกรรม
ชาติหน้าไปถึงไหนก็มีแต่คนนับถือ
หากใครพิมพ์หนังสือเรื่องกฎแห่งกรรมแจก
ชาติหน้าจะมีกายมงคลรุ่งโรจน์
หากจะถามเรื่องกฎแห่งกรรมของชาติก่อน
ควรศึกษาเรื่องราวของพระกัสสปพุทธเจ้าที่มีรัศมีแวววาว
หากจะถามถึงเหตุผลของชาติหน้า
ก็ให้ดูพวกที่กล่าวร้ายพระธรรมในเมืองนรก
หากว่าเหตุแห่งกรรมไม่มีการตอบสนอง
ก็ให้อ่านเรื่องพระโมคคัลลาน์ช่วยมารดาในเมืองนรก
หากบุคคลใดก็ตามที่ยึดมั่นในกฎแห่งกรรม
ก็จะได้ไปเกิดในสุขาวดีแดนพุทธเกษตร
เรื่องกฎแห่งกรรมในสามโลกนี้พูดกันไม่จบ
สวรรค์ไม่เคยขาดคนจิตกุศล
ในพระรัตนตรัยเป็นแก้ววิเศษ
รู้จักสละบ้างผลได้รับเหลือคณานับ
เหมือนดั่งสะสมอริยทรัพย์ไว้ในเซฟที่มั่นคง
จะได้รับผลประโยชน์ทุก ๆ ชาติไป
"หากถามเรื่องชาติปางก่อน
ก็ให้ดูผลที่ได้รับในปัจจุบัน
หากจะถามเรื่องชาติหน้า
ก็ให้ดูสิ่งที่กระทำในปัจจุบัน"
เห็นสิ่งใด เอามาคิด พินิจไว้
เพื่อเตือนใจ ตนเอง มิให้หลง
เห็นเขาผิด คิดแก้ตน ให้อาจอง
ขอขอบคุณที่มาคะ http://www.dhammadelivery.com/teaching-detail.php?tea_id=2 - http://www.dhammadelivery.com/teaching-detail.php?tea

ขอบคุนเพื่อนวัดเกาะครับ


สาธุครับท่าน*8q*

เป็นผลมาจากการล่วงอกุศลกรรมบท 10ครับ

อกุศลกรรมบททั้งสิบเหล่านี้ ถ้าหากผู้นั้นไม่ได้ลงนรก เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์แล้วจะได้รับสิ่งเหล่านี้ ได้แก่

ปาณาติบาต ผลของการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตแม้แต่ยุงหรือมดตัวเล็ก ๆ (รวมไปถึงการทำร้ายสัตว์ด้วยแม้ไม่ถึงตายก็ตาม)มี ๙
ประการ คือ

๑. พิการ
๒. รูปไม่งาม
๓. กำลังกายอ่อนแอ
๔. กำลังกายเฉื่อยชา
๕. เป็นคนขลาด
๖. ฆ่าตนเอง หรือถูกฆ่า
๗. โรคภัยเบียดเบียน
๘. ความพินาศของบริวาร กำลังปัญญาไม่ว่องไว
๙. อายุสั้น


อทินนาทาน ผลของการลักทรัพย์ของผู้อื่น แม้เพียงเงินหนึ่งบาทมี ๖ ประการ คือ

๑. ด้อยทรัพย์
๒. ยากจน
๓. อดอยาก
๔. ไม่ได้สิ่งที่ตนปรารถนา
๕. พินาศในการค้า
๖. ทรัพย์พินาศเพราะอัคคีภัย อุทกภัย ราชภัย โจรภัยเป็นต้น


กาเมสุมิจฉาจาร ผลของการล่วงละเมิดในคนรักของผู้อื่น และนอกใจคนรักของตัวเองมี ๑๑ ประการ คือ

๑. มีผู้เกลียดชังมาก
๒. มีผู้ปองร้ายมาก
๓. ขัดสนทรัพย์
๔. ยากจนอดอยาก
๕. เป็นหญิง (เป็นหญิงที่อับโชค)
๖. เป็นกระเทย
๗. เป็นชายในตระกูลต่ำ
๘. ได้รับความอับอายเป็นอาจิณ
๙. ร่างกายไม่สมประกอบ
๑๐. มากไปด้วยความวิตกห่วงใย
๑๑. พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก


มุสาวาท ผลของการพูดเท็จ มี ๘ ประการ คือ

๑. พูดไม่ชัด
๒. ฟันไม่เป็นระเบียบ
๓. ปากเหม็นมาก
๔. ไอตัวร้อนจัด
๕. ตาไม่อยู่ในระดับปกติ
๖. กล่าววาจาด้วยปลายลิ้น และปลายปาก
๗. ท่าทางไม่สง่าผ่าเผย
๘. จิตไม่เที่ยงคล้ายวิกลจริต


ปิสุณาวาท ผลของการพูดยุยงนินทา ให้ผู้อื่นรังเกียจ แตกสามัคคีรักใคร่กัน มี ๔ ประการ คือ

๑. ตำหนิตนเอง
๒. มักจะถูกลือโดยไม่มีความจริง
๓. ถูกบัณฑิตตำหนิติเตียน
๔. แตกมิตรสหาย


ผรุสวาท ผลของการพูดเพราะความโกรธ การด่า ให้ผู้อื่นเจ็บปวดช้ำใจ หรือพูดหยาบให้เขาโกรธเคือง มี ๔ ประการ คือ

๑. พินาศในทรัพย์
๒. ได้ยินเสียง เกิดไม่พอใจ
๓. มีกายและวาจาหยาบ
๔. ตายด้วยอาการงงงวย


สัม ผัปปลาปะ ผลของการพูดเพ้อเจ้อ เช่น การล้อเล่น ,พูดจาไม่มีประโยชน์, พูดเล่น พูดเรื่องหนัง เรื่องดารา เรื่องไม่มีเหตุผล ฯลฯ มี ๔
ประการ คือ

๑. เป็นอธัมมวาทบุคคล (เป็นคนพูดไม่มีสาระที่จะถือเอาได้)
๒. ไม่มีผู้เลื่อมใสในคำพูดของตน พูดอะไรก็ไม่มีใครเชื่อฟัง ถูกรังเกียจ
๓. ไม่มีอำนาจ เป็นคนต้อยต่ำ
๔. จิตไม่เที่ยง คือ วิกลจริต


อภิชฌา ผลของความอยากได้ อยากมีในทรัพย์ของผู้อื่นมี ๔ ประการ คือ

๑. เสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี
๒. ปฏิสนธิในตระ***ลต่ำ
๓. มักได้รับคำติเตียน
๔. ขัดสนในลาภสักการะ


ผลในปวัตติกาลของพยาบาท(ความเพ่งเล็ง คิดร้าย อยากให้ผู้อื่นเสียหาย - เช่นขอให้ตายไวไวเป็นต้น) มี ๔ ประการ คือ

๑. มีรูปทราม
๒. มีโรคภัยเบียดเบียน
๓. อายุสั้น
๔. ตายโดยถูกประทุษร้าย


มิจฉาทิฏฐิ ผลของความเห็นผิด มี ๔ ประการ คือ

๑. ห่างไกลรัศมีแห่งพระธรรม
๒. มีปัญญาทราม
๓. ปฏิสนธิในพวกคนป่าที่ไม่รู้อะไร
๔. เป็นผู้มีฐานะไม่เทียมคน


สุราเมรัย ผลของเสพสุราเมรัย มี ๖ ประการ คือ

๑. ทรัพย์ถูกทำลาย
๒. เกิดวิวาทบาดหมาง
๓. เป็นบ่อเกิดของโรค
๔. เสื่อมเกียรติ
๕. หมดยางอาย
๖. ปัญญาเสื่อมถอย

ที่มา Link :

http://www.saintseiyathaifanclub.com/smf_n/index.php?topic=4078.0

หมายเหตุ

อกุศลกรรมบถ แปลตามตัวได้ว่าทางแห่งกรรมที่เป็นอกุศล คือ การกระทำอันเป็นทางนำไปสู่ทุคติ มี ๑๐ อย่าง แยกได้เป็น 3 หมวด คือ

กายกรรม 3 ได้แก่
1. ปาณาติบาต (การฆ่าสัตว์) 2. อทินนาทาน (การลักทรัพย์) 3. กาเมสุมิจฉาจาร (การประพฤติผิดทางกาม) ทั้ง 3 ข้อนี้ ดูรายละเอียดปลีกย่อยได้ที่ หมวดศีล เรื่อง color=blue]รายละเอียดของศีล 5 (1) ถึง (3) ตามลำดับ

วจีกรรม 4 ได้แก่

1. มุสาวาท (การพูดปด พูดเท็จ โกหก หลอกลวง) 2. ปิสุณวาจา (พูดส่อเสียด คือพูดยุยงให้เขาแตกแยกกัน) 3. ผรุสวาจา (พูดคำหยาบ) 4. สัมผัปปลาปะ (พูดเพ้อเจ้อ)

มโนกรรม 3 ได้แก่

1. อภิชฌา (ละโมบ เพ่งเล็งอยากได้ของของผู้อื่นมาเป็นของตน อย่างไม่ถูกทำนองคลองธรรม เป็นโลภะ (ความโลภ ขั้นรุนแรง)
2. พยาบาท (คิดร้าย ปองร้าย มุ่งร้ายต่อผู้อื่น มีความปรารถนาที่จะทำลายประโยชน์ และความสุขของผู้อื่นให้เสียหายไป เป็นโทสะ (ความโกรธ ขั้นรุนแรง)
3. มิจฉาทิฏฐิ (เห็นผิดจากคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ชั่ว ทำชั่วได้ดี มารดาบิดาไม่มีบุญคุณ ไม่เชื่อเรื่องกรรมและผลของกรรม ไม่เชื่อเรื่องบาป บุญ คุณ โทษ ฯลฯ เป็นโมหะ (ความหลง - ไม่รู้สิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง) ขั้นรุนแรง)


ทั้ง 3 ข้อนี้ เป็นกรรมที่เกิดขึ้นในใจ คือในทางความคิด ถ้าเมื่อใดมีกำลังที่มากพอ หรือมีโอกาสที่เหมาะสม ก็จะส่งผลให้เกิดการกระทำทางกาย หรือทางวาจาออกมา ซึ่งการกระทำเหล่านั้นก็อาจจะเข้าข่ายกายกรรม 3 ที่เป็นทุจริต หรือ วจีกรรม 4 ที่เป็นทุจริต ข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อก็ได้




อนุโมทนาครับท่านddman





อนุโมทนาสาธูค่ะ



 เปิดอ่านหน้านี้  4275 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย