การบรรลุธรรมแบบฉับพลัน

    

การบรรลุธรรมแบบฉับพลัน เข้าสู่สภาวะของความเป็นพระอริยะบุคคลตั้งแต่ระดับพระโสดาบัน จนถึงระดับพระอรหันต์ ในระยะเวลาสั้นๆที่ได้สดับฟังพระธรรมเทศนาที่เหมาะสมกับอุปนิสัยยังสามารถเป็นไปได้หรือไม่สำหรับเวไนยบุคคลร่วมยุคร่วมสมัยของเรา และมีเงื่อนไขหรือกลไกที่จำเพาะหรือจำเป็น ประการใดบ้าง




นั่นมันในหนังสือ


เป็นไปได้ครับ ไม่มีเงื่อนไขหรือกลไกใดๆเลย เพียงแค่พร้อมที่จะปลดปล่อยจากความยึดมั่นในทุกสิ่งทุกอย่าง ของขันทั้ง5ลงได้ครับ ซึ่งก็เกี่ยวเนื้องมาจากอุปนิสัยของแต่ละคน ว่าติดอะไรอยู่


การบรรลุธรรมแบบฉับพลัน สามารถเป็นไปได้หรือไม่สำหรับเวไนยบุคคลร่วมยุคร่วมสมัยของเรา

โดย : สุ [118.172.58.247] 15 มิ.ย. 2551 14:18 น.

ได้แน่นอนจ้า....ด้วยข้อแม้เดียวคือ....อายุของจิตวิญญาณบำเพ็ญบารมีมาเพียงพอ

แค่เดินสะดุดหินก้อนเดียว ก็ไปนิพพานได้แล้วจ้า....จริงๆ น้า...จะบอกห้าย....อะ อะ อะ อะ



การบรรลุธรรมแบบฉับพลัน สามารถเป็นไปได้หรือไม่สำหรับเวไนยบุคคลร่วมยุคร่วมสมัยของเรา

โดย : สุ [118.172.58.247] 15 มิ.ย. 2551 14:18 น.



ถ้าอินทรีย์ 8 แก่กล้า การบรรลุธรรมของผู้ประพฤติธรรมย่อมเป็นไปได้ตลอดเวลาครับ


ญาณลำดับที่ ๕๕.
ปัญญาในความเป็นผู้มีความชำนาญในอินทรีย์ ๓ ประการ โดยอาการ ๖๔
เป็นอาสวักขยญาณ [ญาณในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย]


ผู้มีความชำนาญในอินทรีย์ ๓ ประการ
ได้แก่...
๑..อนัญญาตัญญัสสมีตินทรีย์..คือปัญญาที่เป็นใหญ่ในการรู้แจ้งแทงตลอดอริยสัจ 4 ที่ไม่เคยรู้มาก่อนให้รู้แจ้ง ซึ่งเป็นการรู้แจ้งที่สามารถทำลายสังโยชน์ ๓ ได้หมดสิ้น ถึงซึ่งฐานะ ๑ คือโสดาปัตติมัคค

๒..อัญญินทรีย์..คือปัญญาที่เป็นใหญ่ในการรู้แจ้งแทงตลอดอริยสัจ 4 ที่เคยรู้มาแล้วนั้น รู้แจ้งแทงตลอดละเอียดยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการรู้แจ้งแทงตลอดทำลายสังโยชน์ที่เหลือได้ตามลำดับ ถึงซึ่งฐานะ ๖ คือ โสดาปัตติผล สกทาคามีมัคค สกทาคามีผล อนาคามีมัคค อนาคามีผล และอรหัตตมัคค

๓..อัญญาตาวินทรีย์..คือปัญญารู้แจ้งแทงตลอดอริยสัจ 4 ละเอียดหมดจด สิ้นสุดการตรัสรู้แล้ว ถึงซึ่งฐานะ ๑ คือ อรหัตตผล



โดยอาการ ๖๔ ได้แก่ อินทรีย์ ๘ เจริญ ๘ รอบ ได้ ๖๔
เจริญอินทรีย์ ๘ ได้แก่ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์

๑..โสดาปัตติมัคค ..เจริญอินทรีย์ ๘ ได้แก่ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์

๒..โสดาปัตติผล ..เจริญอินทรีย์ ๘ ได้แก่ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์

๓..สกทาคามีมัคค ..เจริญอินทรีย์ ๘ ได้แก่ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์

๔..สกทาคามีผล ..เจริญอินทรีย์ ๘ ได้แก่ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์

๕..อนาคามีมัคค ..เจริญอินทรีย์ ๘ ได้แก่ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์

๖..อนาคามีผล ..เจริญอินทรีย์ ๘ ได้แก่ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์

7..อรหัตตมัคค ..เจริญอินทรีย์ ๘ ได้แก่ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์

8..อรหัตตผล ..เจริญอินทรีย์ ๘ ได้แก่ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์


รวมแล้วเรียกว่าดดยอาการ 64



                       โลกุตตรกุศลจิต
                       มรรคจิตดวงที่ ๑
[๑๙๖] ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?
โยคาวจรบุคคล เจริญฌานเป็นโลกุตตระ อันเป็นเครื่องออกไปจากโลกนำไปสู่นิพพาน เพื่อละทิฏฐิ เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก อยู่ในสมัยใด

ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ สัทธาพละ วิริยพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละ หิริพละ โอตตัปปพละ อโลภะ อโทสะ อโมหะ อนภิชฌา อัพยาปาทะ สัมมาทิฏฐิ หิริ โอตตัปปะ กายปัสสัทธิ จิตตปัสสัทธิ กายลหุตา จิตตลหุตา กายมุทุตา จิตตมุทุตา กายกัมมัญญตา จิตตกัมมัญญตา กายปาคุญญตา จิตตปาคุญญตา กายุชุกตา จิตตุชุกตา สติ สัมปชัญญะ สมถะ วิปัสสนา ปัคคาหะ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด มีอยู่ในสมัยนั้น
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล



อินทรีย์ 8 แก่กล้าเมื่อใด การบรรลุธรรมของผู้ประพฤติธรรมย่อมเป็นไปได้โดยแบบฉับพลันทันทีตลอดเวลา ทั้งปัจจุบันและอนาคตครับ



โดย : สุ [118.172.58.247] 15 มิ.ย. 2551 14:18 น.


123... - 117.47.95.240 [16 มิ.ย. 2551 00:20 น.] คำตอบที่ 3


ขออนุโมทนาในส่วนกุศลผลบุญที่ท่านได้เจริญอินทรีย์ ๘ คือ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ มาแล้วทุกภพทุกชาติตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้ตรัสรู้บรรลุธรรมแบบฉับพลันทันทีดังปรารถนาครับ


เจริญในธรรมครับ


อภิปัญโญ ภิกขุ



ขอบพระคุณ ท่าน.. ท่านผู้หวังดี ท่าน123... ท่านApipanyo ...

กระผมขอขอบพระคุณสำหรับทุกคำตอบที่เปี่ยมล้นไปด้วยเจตนาดี และเมตตาธรรมอันบริสุทธิ์(ตามแบบฉบับของชาวพุทธเรา) ครับ
ถ้าหากกระทู้นี้จะมีส่วนช่วยจุดประกายความคิดที่ดีๆมีประโยชน์ให้กับเวไนยบุคคลใดๆทั้งในและนอกพระบวรพุทธศาสนาก็ตาม ก็ขอให้กุศลผลบุญนี้จงช่วยอำนวยอวยผลให้ท่านผู้มีน้ำใจงามทุกท่านจงร่มเย็นเป็นสุขด้วยเสวยผลของการบรรลุอริยะธรรมขั้นสูงสุด โดยพร้อมเพรียงกัน ด้วยเทอญ...


ถ้าถามว่า ทำอย่างไรบารมีจะถึงพร้อม กำลังใจจะถึงพร้อมที่จะเกิดขึ้น ก็ขอแนะนำ... ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา ครับ (แนะนำสั้นตามประสาคนรู้น้อย)


อะ อะ อะ อะ มากระทู้นี้ ได้แต่กลิ่นไออันบริสุทธิ์ผุดผ่อง คงต้องแถมความรู้ให้หน่อย

เพื่อให้เข้ากับคำถาม ที่ถามมา จากประสพการณ์ตรงของ 123...ดังนี้

ถ้าพวกท่านทั้งหลาย....ช่างสังเกตุตัวเอง เอาไปเทียบกับข้อปฏิบัติที่พระองค์ทรงสอน

จะเห็นได้ว่า....ทุกอย่างก้าวของแต่ละท่าน...ทุกลมหายใจเข้าออกของพวกท่าน....

ทั้งหลายล้วนเป็นธรรมมะ เป็นพระธรรมทั้งสิ้น เป็นทั้งบารมี สติปัฏฐานสี่

อริยะสัจจ์สี่ มรรคแปด ฯลฯ สุดแต่วาสนาบารมีของใครจะเห็นได้ และคิดว่า....

คงไม่มีเส้นทางใครเลวร้ายไปกว่า พระองคุลีมาร ทันทีที่วางดาบฆ่าคนได้

ท่านก็สำเร็จมรรคผล จึงได้เคยบอกไว้ว่า....จะปฏิบัติอีท่าไหน ใช้ได้ทั้งนั้น

นั่น แปลว่า บุญทำกรรมแต่งของแต่ละท่าน ย่อมไม่เหมือนกันเป็นธรรมดา

การรู้เห็นธรรม จึงต้องเห็นในแบบที่หลากหลาย ตามอุปนิสัยของแต่ละท่าน

บางคนไปแบบสุขาปฏิปทา ขิบปาภิญญา บางคนก็ทุกขาปฏิปทา ขิบปาภิญญา

ฉนั้น...ทั้งหมดทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นกับชีวิตของทุกคน คือบารมีที่โตขึ้นทุกวันจ้า....

เพียงแต่ที่อยากบอกก็คือ ท่านทั้งหลาย ควรให้ความจริงใจกับพระพุทธ

พระธรรม พระอริยสงฆ์ให้มากๆ เพื่อบารมีที่เกิดขึ้นในทุกลมหายใจเข้าออกของท่าน

จะได้เติบโตแบบก้าวกระโดด ดังสังโยชน์เบื้องต้นบอกไว้ว่า....

"ไม่สงสัยในคุณพระรัตนตรัย" (วิจิกิจฉา) เรื่องโอกาสในมรรคผลจึงจะตั้งขึ้นได้

สุดท้าย....ขอให้มีความสุขทุกๆ ท่านนะจ๊ะ....อะ อะ อะ อะ


สาธุ
การแสดงธรรมทัศน์ ในกระทู้นี้ น่ารื่นรมย์


อ่ะคุณ 123... เข้ามาอ่านทันหรือเปล่าครับ

พอดีผมตั้งคำถาม แล้วกลับถูกคนไม่เป็นกลางลบ

ถ้าอ่านไม่ทัน จะบอกให้ว่าถามอะไร

แล้วพิจารณาดู ว่าคำถามผม สมควรลบหรือไม่


ไม่ทราบครับ....

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จิตนี้ผ่องใส ก็แต่ว่าจิตนั้นแล เศร้าหมองได้เพราะอุปกิเลส๑ ที่จรมา บุถุชนผู้มิได้สดับเรื่องนั้น ย่อมไม่รู้ตามความจริง เพราะเหตุนั้น เราจึงกล่าวว่า การอบรมจิตของบุถุชนผู้มิได้สดับย่อมไม่มี"

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จิตนี้ผ่องใส ก็แต่ว่าจิตนั้นแล หลุดพ้นได้จากอุปกิเลสที่จรมา อริยสาวกผู้ได้สดับเรื่องนั้น ย่อมรู้ตามความจริง เพราะเหตุนั้น เราจึงกล่าวว่า การอบรมจิตของอริยสาวกผู้ได้สดับมีอยู่."

เอกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๐/๑๑,๑๒



คุณ ....... พอดีไม่ทันได้อ่านนะค่ะ แต่ก็ควรพิจารณาตัวเองก่อนนะค่ะว่า
คำว่าเป็นกลางคืออะไรหรอคะ?
ดิฉันได้รับอนิสงส์จากเว็บนี้มากนะค่ะ ถ้ามีข้อธรรมที่แสดงความเห็นหรือปรับวาทะ
ที่น่าสนใจก็ได้อ่าน แต่ถ้าทันอ่านความเห็นที่หาสาระธรรมเอาไม่ได้เลย ก็เห็นหายไป
จริงๆต้องขอขอบพระคุณผู้ดูแลเว็บบอร์ดนะค่ะ ขอบคุณ ขอบคุณค่ะ


คือมันเป็นอย่างนี้นะ คุณ123...

จึงได้เคยบอกไว้ว่า....จะปฏิบัติอีท่าไหน ใช้ได้ทั้งนั้น
123... - 222.123.250.140 [16 มิ.ย. 2551 21:05 น.] คำตอบที่ 7

ผมก็เลยสงสัย แล้วถามต่อว่า
แล้วกระทู้ที่มีการขัดแย้งกันทั้งสองฝ่าย อีกฝ่ายเป็นพระ อีกฝ่ายเป็นฆราวาส

ฝ่ายพระก็ว่าปฏิบัติมาจากประสบการณ์ของตน
ฝ่ายฆราวาส ก็ยกเอาตำราล้วนๆ มาอ้างอิง แล้วก็โต้แย้งว่าพระท่านปฏิบัติผิด หรืออาจถึงขั้นด่าทอพระก็มี

ผมก็เลยสงสัยว่า ใครผิด ใครถูก
แล้วใครเมตตาต่อใคร
หรือใครเมตตาต่อผู้อื่น แต่ไม่เมตตากับตัวเอง
ได้แต่นำคำสอนที่ถูกมาแสดง แต่ตัวเองหาเข้าถึงคำสอนนั้นไม่ได้เลยแม้ธรรมในข้อเดียว

เช่นนี้แล้วท่านจะมีความเห็นอย่างไร ......จบครับ

ทั้งหมดก็มีแค่นี้


เช่นนี้แล้ว ท่านเห็นสมควรหรือไม่ที่จะมาลบคำถามของเรา

ทั้งที่คำถามนี้ ไม่ได้กระทบถึงบุคคลไหนใดๆ ทั้งสิ้น

แต่ผมคิดว่า คงจะมีคนเดือดร้อนกับคำถามนี้ หรืออาจไม่พอใจกับคำถามนี้

ถ้าใครจะเดือดร้อน ก็ขอเชิญออกตัวได้ตามสบายครับ


เช่นนี้แล้วท่านจะมีความเห็นอย่างไร ......จบครับ

ทั้งหมดก็มีแค่นี้

................... - 125.25.47.151 [17 มิ.ย. 2551 13:50 น.] คำตอบที่ 12

ก็ยังเห็นเหมือนเดิมจ้า....จะปฏิบัติอีท่าไหน ใช้ได้ทั้งนั้น

คุณควรกลับไปทำความเข้าใจในความเห็น...

123... - 222.123.250.140 [16 มิ.ย. 2551 21:05 น.] คำตอบที่ 7

นี้ใหม่นะจ๊ะ....ยังเห็นว่าทุกคนปรกติดีจ้า....



ชามเอ๋ย ชามว่าง
ปล่อยวาง หงายอยู่ รู้ไหม
ใส่สิ่ง ของได้ จุใจ
เปรียบเหมือน เวไนย บุคคล
สามารถ รองรับ คำสอน
นั่งนอน ยืนอยู่ รู้ผล
เพียงฟัง น้อมสู่ กมล
ข้ามพ้น โอฆะ ละไกล

สวัสดีทุกท่านอีกครั้งหนึ่งครับ กระผมคิดว่าสมควรแก่กาลแล้ว จึงขออนุญาตปิดกระทู้นี้ไว้แต่เพียงเท่านี้นะครับ ขอขอบพระคุณทุกๆท่านครับ


ได้ครับ
แล้วแต่ต้นทุน

ในพระไตรปิฏกกล่าวว่า
ถ้าเจริญสติปัฏฏฐาน 4 อย่างถูกต้อง
จะได้มรรคผลอย่างเร็ว 7 วัน
อย่างช้า 7 ปี



การบรรลุธรรมก็ปุบปับนับเวลาไม่ทันทั้งนั้นแหละครับ
คือเหตุปัจจัยมันยังไม่พร้อม ถ้าเหตุปัจจัยมันพร้อม จิตมันก็ปฏิวัติตัวเองแบบปุบปับกันทุกคนครับ

ต้นทุนก้คือเหตุและปัจจัยที่สั่งสมไม่เท่ากัน
อาจจะเป้นทั้งกรรมชาติปัจจุบัน เช่นการได้รับการอบรมที่ถูกต้อง และเพียรทำมาจนได้ที่

และมีทั้งต้นทุนชาติก่อนได้สะสมมาไว้บ้าง
เช่นพระพุทธเจ้าก้ต้องบำเพ็ญบารมีต่างๆนาเป็นพระโพธิสัตว์ถึง 500 ชาติ
จึงได้มาสำเร็จเป็นพระสัมมสัมพุทธเจ้า

เป็นต้น


 เปิดอ่านหน้านี้  3812 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย