พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก หัวข้อธรรม การปฏิบัติธรรม ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทำเนียบวัดไทย พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
หน้าแรก เว็บบอร์ดธรรมะไทย
Share |
มรรคมีองค์8
คำว่า "มรรคมีองค์8" คำนี้ได้ยินและได้อ่านเจอบ่อยมาก ไม่เข้าใจครับอยากให้ผู้รู้ช่วยอธิบายให้ด้วยครับว่าคืออะไร กราบขอบพระคุณล่วงหน้ามากๆครับ

มรรคมีองค์ 8 หรือ อัฏฐังคิกมรรค (เรียกเต็มว่า อริยอัฏฐังคิกมรรค แปลว่า "ทางมีองค์ 8 ประการ อันประเสริฐ"( the noble Eightfold Path); องค์ 8 ของมรรค (มัคคังคะ :factors or constituents of the Path) มีดังนี้
1. สัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ ได้แก่ ความรู้อริยสัจจ์ 4 หรือ เห็นไตรลักษณ์ หรือ รู้อกุศลและอกุศลมูลกับกุศลและกุศลมูล หรือเห็นปฏิจจสมุปบาท ( Right View; Right Understanding)
2. สัมมาสังกัปปะ (ดำริชอบ ได้แก่ เนกขัมมสังกัป อพยาบาทสังกัป อวิหิงสาสังกัป
( Right Thought)
3. สัมมาวาจา (เจรจาชอบ ได้แก่ วจีสุจริต 4 ( Right Speech)
4. สัมมากัมมันตะ (กระทำชอบ ได้แก่ กายสุจริต 3 ( Right Action)
5. สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ ได้แก่ เว้นมิจฉาชีพ ประกอบสัมมาชีพ ( Right Livelihood)
6. สัมมาวายามะ (พยายามชอบ ได้แก่ ปธาน หรือ สัมมัปปธาน 4 ( Right Effort)
7. สัมมาสติ (ระลึกชอบ ได้แก่ สติปัฏฐาน 4 ( Right Mindfulness)
8. สัมมาสมาธิ (ตั้งจิตมั่นชอบ ได้แก่ ฌาน 4 ( Right Concentration)

องค์ 8 ของมรรค จัดเข้าในธรรมขันธ์ 3 ข้อต้น คือ ข้อ 3-4-5 เป็น ศีล ข้อ 6-7-8 เป็น สมาธิ ข้อ 1-2 เป็น ปัญญา

มรรคมีองค์ 8 นี้ ได้ชื่อว่า มัชฌิมาปฏิปทา แปลว่า ทางสายกลาง เพราะเป็นข้อปฏิบัติอันพอดีที่จะนำไปสู่จุดหมายแห่งความหลุดพ้นเป็นอิสระ ดับทุกข์ ปลอดปัญหา ไม่ติดข้องในที่สุดทั้งสอง คือ กามสุขัลลิกานุโยค และอัตตกิลมถานุโยค

ที่มา
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

http://84000.org/tipitaka//dic/d_item.php?i=293

ddman 30 ธ.ค. 2551 01:03 น. โพสต์: 474 อนุโมทนา: 0 ได้รับอนุโมทนา: 0 คำตอบที่ 1

รายละเอียดเกี่ยวกับ การเจริญมรรค 8 มีมาในมหาสติปัฏฐานสูตร
ธัมมานุปัสสนา - สัจจบรรพ

ข้อความบางตอนดังนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันนี้เรียกว่า ทุกขนิโรธอริยสัจ ฯ
[๒๙๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจเป็นไฉน
นี้คือมรรคมีองค์ ๘ อันประเสริฐ คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา
สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ
ก็สัมมาทิฏฐิเป็นไฉน ความรู้ในทุกข์ ความรู้ในทุกขสมุทัย ความรู้ใน
ทุกขนิโรธ ความรู้ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา อันนี้เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ ฯ
สัมมาสังกัปปะ เป็นไฉน ความดำริในการออกจากกาม ความดำริใน
ความไม่พยาบาท ความดำริในอันไม่เบียดเบียน อันนี้เรียกว่า สัมมาสังกัปปะ ฯ
สัมมาวาจา เป็นไฉน การงดเว้นจากการพูดเท็จ งดเว้นจากการพูดส่อ
เสียด งดเว้นจากการพูดคำหยาบ งดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ อันนี้เรียกว่า
สัมมาวาจา ฯ
สัมมากัมมันตะ เป็นไฉน การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ งดเว้นจากการถือ
เอาสิ่งของที่เขามิได้ให้ งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม อันนี้เรียกว่า สัมมา
กัมมันตะ ฯ
สัมมาอาชีวะ เป็นไฉน อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ละการเลี้ยงชีพที่ผิด
เสีย สำเร็จการเลี้ยงชีพด้วยการเลี้ยงชีพที่ชอบ อันนี้เรียกว่า สัมมาอาชีวะ ฯ
สัมมาวายามะ เป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เกิดฉันทะพยายาม
ปรารภความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อมิให้อกุศลธรรมอันลามกที่ยังไม่
เกิดบังเกิดขึ้น เพื่อละอกุศลธรรมอันลามกที่บังเกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้กุศลธรรมที่ยัง
ไม่เกิดบังเกิดขึ้น เพื่อความตั้งอยู่ไม่เลือนหาย เจริญยิ่ง ไพบูลย์ มีขึ้น เต็มเปี่ยม
แห่งกุศลธรรมที่บังเกิดขึ้นแล้ว อันนี้เรียกว่า สัมมาวายามะ ฯ
สัมมาสติ เป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นกายในกายอยู่
มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌา และโทมนัสในโลกเสียได้
พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ฯลฯ พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ฯลฯ พิจารณา
เห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและ
โทมนัสในโลกเสียได้ อันนี้เรียกว่า สัมมาสติ ฯ
สัมมาสมาธิ เป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัดจาก
อกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่
เธอบรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น เพราะ
วิตกวิจารสงบไป ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิอยู่ เธอมี
อุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยกาย เพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌาน
ที่พระอริยทั้งหลาย สรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข
เธอบรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัส
โทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ อันนี้เรียกว่า สัมมา-
*สมาธิ ฯ


http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=10&A=6555&Z=6764

อ่านความเห็นอื่นๆได้ที่นี่

http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/000716.htm
http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/003463.htm
ddman 30 ธ.ค. 2551 01:18 น. โพสต์: 474 อนุโมทนา: 0 ได้รับอนุโมทนา: 0 คำตอบที่ 2

อนุโมทนาท่านddman
สาธุ
*8q* 30 ธ.ค. 2551 12:56 น. โพสต์: 189 อนุโมทนา: 11 ได้รับอนุโมทนา: 0 คำตอบที่ 3

สาธุ ๆ
อรุณ 2 ม.ค. 2552 02:28 น. โพสต์: 71 อนุโมทนา: 0 ได้รับอนุโมทนา: 0 คำตอบที่ 4

มรรคมีองค์8
ในที่นี้คือ ทางแห่งการดับทุกข์ เป็นเหตุไปสู่การดับทุกข์ เป็นทางสายกลาง
คือทางที่ไม่ข้องแวะทางสุดโต่ง2ทาง ได้แก่ทางที่หมกมุ่นกับกาม และทางที่ทำตนให้มีชีวิตได้ยากลำบากจนเดือดร้อน
โดยย่อ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
มรรค 8 ได้แก่
1. สัมมาทิฏฐิ 2. สัมมาสังกัปปะ จัดเข้าฝ่ายปัญญา
3. สัมมาวาจา 4. สัมมากัมมันตะ 5. สัมมาอาชีวะ จัดเข้าฝ่ายศีล
6. สัมมาวายามะ 7. สัมมาสติ 8. สัมมาสมาธิ จัดเข้าฝ่ายสมาธิ
รายละเอียดมรรคทั้ง 8 ตามที่มาที่คุณ ddman นำมาแสดงนั้นประเสริฐแล้ว

มรรค 8 นี่แหละเป็นทางอันประเสริฐที่ผู้เดินตามทางนี้จะดับทุกข์และพ้นทุกข์ถึงนิโรธได้
naproxen 6 ม.ค. 2552 03:07 น. โพสต์: 18 อนุโมทนา: 0 ได้รับอนุโมทนา: 0 คำตอบที่ 5

พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ย้ำสอนว่า

มรรคมีองค์ 8 เป็นทางสายกลาง ทางสายเอก ที่มีองค์ประกอบ 8 อย่าง ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจึงจะมีกำลังส่งจิตของผู้ปฏิบัติให้ถึงความพ้นทุกข์ได้

ที่มา: "ธรรมะเพื่อชีวิตที่งดงาม" , พระพรหมมังคลาจารย์(หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ) สนพ.ธรรมสภา ISBN978-974-376-903-0

เรื่องปฐมเทศนาของพระพุทธองค์ ย่อความมาจากหลวงพ่อปัญญาได้ดังนี้:

1. นักบวชไม่ควรปฏิบัติ2 อย่างคือตึงไป กับ หย่อนไป แต่ควรปฏิบัติทางสายกลางคือไม่ตึงและไม่หย่อนเกินไป ,อธิบาย มรรคมีองค์ 8 ซึ่งเป็นทางสายกลางดังกล่าว

2. ชีวิตคนเรามีความทุกข์(ทุกข์), เพราะมีเหตุ(สมุทัย)ซึ่งกิเลสนั้นเองเป็นเหตุ, แต่ทุกข์นั้นดับได้(นิโรธ) และทางที่จะดับได้นั้นคือ มรรคมีองค์ 8
ทุกข์-สมุทัย-นิโรธ-มรรค นั้นคือ อริยสัจ 4

3. พระองค์เข้าใจแจ้งแล้วในเรื่องอริยสัจจ์ 4 ดังที่อธิบาย และปลอดสิ้นจากทุกข์นั้นแล้วโดยสิ้นเชิง มีความรู้ที่สามารถดับทุกข์ได้สิ้นดังนี้แล

ควรมิควร หรือถูกผิดอย่างใด ขอท่านผู้รู้ช่วยอธิบายเพิ่มเติมด้วยนะคะ
dhanitar 6 ม.ค. 2552 09:34 น. โพสต์: 12 อนุโมทนา: 0 ได้รับอนุโมทนา: 0 คำตอบที่ 6

ไม่เที่ยงครับ คือ มรรคมีองค์ 8
ตู่ 1 8 ม.ค. 2552 12:12 น. โพสต์: 12 อนุโมทนา: 0 ได้รับอนุโมทนา: 0 คำตอบที่ 7


ท่านสมาชิกฯ ยังไม่ได้ Login ครับ !  คลิกที่นี่ ล็อกอิน ก่อนโพสต์ครับ 

หน้าหลัก จำนวนคนอ่าน 3337 คน  ปิดหน้านี้


DT07489

asd

29 ธ.ค. 2551 23:06 น.

โพสต์: 44
อนุโมทนา: 0
ได้รับอนุโมทนา: 0






Dhammathai.org on Mobile
Mobile/Tablet

หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย