รบกวนขอคำแนะนำหลักธรรม ผมอยากเลิกเหล้า

 ปิยะ    

ผมเป็นสมาชิกน้องใหม่ครับ ผมพยายามอยากเลิกเหล้า เพราะที่ผ่านมา พอผมเมาขาดสติ ก็ไปเที่ยวเรื่อยเปื่อย เสียเงินทองไปนับหลายหมื่นบาท เช่นเที่ยว คาราโอเกะ/นั้งกับเด็กDRINK คืนหมดไป5000-7000บ.เป็นอย่างน้อย ลูกเมืยก็เบื่อหน่าย ผมรู้สึกว่าตนเองผิด ผมก็พยายามเลิกโดยการรักษาทางการแพทย์ แต่นั่นก็ไม่ได้รักษาที่ใจ เพราะถึงหมอให้ยาผมมา หมอก็ยังยืนยันว่า มันอยู่ที่ใจผม ผมก็เริ่มมองหาธรรมะครับ เคยบวชมาก็แล้ว แต่ตอนนี้กลับไม่ค่อยเข้าใจ(เพราะบวชตอน25บวชเรียนที่วันโสมมนัสอยู่1พรรษา ปัจจุบัน35)ลืมวิชาไปบ้างก็เยอะ ทุกวันนี้ไหว้พระสวดมนต์ ทั้งแปล นั้งสมาธิได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็พยายามครับ ผมรบกวนขอสอบถามว่า ผมควรใช้ธรรมข้อใหนในการปฏิบัติ เพื่อลบความอยากทั้งปวงและความรู้สึกผิด ทุกวันนี้ผมต้องอดทนต่อความรู้สึกผิดและต่อสู้กับอาการติดเหล้า ขอความกรุณาด้วยครับ ขอขอบคุณพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ให้ธรรมครับ




ทุกวันนี้ไหว้พระสวดมนต์ ทั้งแปล นั้งสมาธิได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็พยายามครับ

ผมขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ

กิเลสก็เป็นอย่างนี้ หากเราไม่รู้จักเขา เขาก็เข่น ผลักใสให้เราทำบาปทำชั่วได้มากมาย ดีแล้ว ที่ได้เข้ามาในเว็บไซต์นี้ และจงติดตามต่อไป คุณก็จะได้เหตุผล เพื่อเป็นปัจจัยแก่ปัญญาของตนและนั่นย่อมจะอุปการะต่อหิริโอตตัปปะของคุณ
คือ ความละอายเกรงกลัวต่อบาป ให้เกิดขึ้นได้อย่างมากมาย

พึงเห็นเหมือนมะละกอ เน่าไปแล้วครึ่งลูก คุณก็จงฝานในส่วนที่เน่านั้นออกไป ทิ้งไปเสีย... นำเอาเฉพาะส่วนดีที่เหลืออยู่มารับประทาน คุณูก็ย่อมอิ่มท้องได้เช่นกัน

สังสารวัฏฏ์นั้นยังอีกยาวไกล และสาหัสนัก ...คุณูจงเดินทางในเส้นทางใหม่ ที่พระพุทธเจ้าทรงบอกทางเอาไว้...
หันหลังให้กับความผิดทั้งปวง ตั้งสัจจะที่จะไม่หวนกลับไปทำบาปอีกเลย ตั้งสัจจะเอาไว้บ่อยๆ
ไม่มีประโยชน์อะไรในโลกนี้เลย ที่มัวแต่จะคิดถึงความผิดที่ทำไปแล้ว เพราะแก้ไขอะไรไม่ได้... รังแต่จะเป็นบาปใหม่ในวันนี้ไม่จบสิ้น เพราะความรู้สึกเสียใจนั้นย่อมเป็นไปกับบาปใหม่ที่เป็นไปกับโทสะ
ดังนั้น ของเน่าก็ทิ้งไป แล้วเก็บเฉพาะส่วนดีเอาไว้ ได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น
เร่งหน้า เดินหน้าทำความดีทุกชนิด โดยเฉพาะเรื่องศีล ต้องให้ยอดเยี่ยมเข้าไว้ ...
.. ไม่มีใครในโลกนี้ไม่เคยทำผิด ไม่เคยทำบาป.... ล้วนทำกันมานักต่อนักแล้ว แม้แต่พระอรหันต์ ก่อนที่ท่านจะสร้างบารมี ก็ล้วนทำบาปมากมาย บางท่านทำยิ่งกว่าคุณูก็มี อาศัยได้พบพระธรรมคำสอน ท่านเหล่านั้นจึงก่อสร้างศรัทธาให้เกิดในตน แล้วทนทานยืนหยัดทำคุณงามความดีทุกชนิดเพราะเชื่อแล้วว่า กรรมนั้นมีผล คุณจงกระทำอย่างนั้น จงระลึกว่า "โอหนอ..เรานี้ช่างมีบุญนักที่ได้รับปัจจัยที่จะเดินทางใหม่ให้ชีวิตเป็นไปอย่างถูกต้อง เรานี้ช่างมีบุญลาภยิ่งแล้ว"
คุณย่อมจะร่าเริงบันเทิงใจขึ้นมา เพราะรู้ว่า คุณูยังมีมะละกอส่วนที่ดีอยู่อีก ที่เหลือไว้รับประทาน "เกินอิ่ม" เสียด้วยซ้ำ..เหตุเก่าแก้ไม่ได้ คุณจะแก้ตรงเหตุใหม่นี้ได้นะครับ...

แม้ใครๆในโลกนี้จะให้อภัยแก่คุณูสักเท่าใด ก็ไม่เกิดประโยชน์เลย... หากคุณไม่รู้จักจะให้อภัยตนเอง
ดังนั้น เมื่ออ่านข้อความนี้จบลง... คุณูก็จงให้อภัยแก่ตนเองเสียเถิด... เริ่มต้นใหม่ให้ถูกต้อง...หากคุณูทำได้อย่างนี้ แม้พระพุทธเจ้าท่านทรงพระชนม์ชีพอยู่ ท่านย่อมสรรเสริญคุณเป็นแน่แท้ทีเดียว ..

อนึ่ง..ท่านจะพิจารณาต่อเรื่องนี้อย่างไรกัน.?..

ถ้าหากว่า มีเพื่อนกลุ่มหนึ่ง มาประกาศร้องว่า.."นี่แน่ะ...มิตรรักทั้งหลาย...พวกเราตกลงปลงใจที่จะชักชวนกันไปท่องเที่ยวในนรกเห็นจะเป็นการดีแน่แท้..เพราะว่า ในนรกนั้นเดือดร้อนนักหนา เจ็บปวดรวดร้าวทรมานหาวันที่สิ้นสุดแทบไม่มี ไม่มีโอกาสจะได้ยิ้มหัวเพราะอำนาจแห่งความทุกข์อันน่าสยดสยองเหล่านั้น พวกเราใคร่จะไปเป็นนักหนา ขอเชิญชวนผู้เขลาเบาปัญญา เชิญมากับคณะของเราเถิด.."
ก็บุรุษหนึ่งนั้น ได้ฟังคำเชิญชวน เขาก็เกิดความคิดอย่างนี้ว่า..."โอหนอ..ฟังดูน่าสนุกเพราะมีเพื่อนมากมายหลายคน แต่นรกก็น่ากลัวอยู่ไม่น้อยทีเดียว...เรานี้เห็นทีสมควรปฏิเสธ.."
เมื่อบุรุษนั้นปฏิเสธแล้ว บรรดาพวกเพื่อกลุ่มใหญ่ก็ต่างพากันเยาะเย้ยว่า.."เหวยๆ พวกเราจงดู.... เพื่อนของเราคนหนึ่งช่างเป็นคนขี้ขลาดตาขาว หวาดกลัวนรก มิใยที่พวกเราจะกระตือรือร้นใคร่จะไปเสียบัดนี้ แต่ดูเถิดนายคนนี้ ช่างเป็นคนหาน้ำยาอะไรๆไม่ได้เลย.."
บุรุษผู้นั้นฟังแล้ว ก็เกิดความไม่สบายใจว่า ชะรอยเราจะดูต่างจากเพื่อนเหล่านี้ ไม่กล้าหาญชาญชัย..เห็นทีหรือว่าเราควรจะไปตามคำชวนกันดีหนอ?.."
ถามว่า บุรุษผู้เห็นแก่เพื่อน ผู้มองข้ามนรก เป็นคนฉลาดหรือคนเขลากันเล่า?
ประโยชน์อะไรที่จะหวั่นไหวกับคำพูดของคนที่จะกระชากลากถูเราไปลงนรก?
การดื่มเหล้า เป็นการผิดศีลข้อที่ห้า เป็นไปเพื่อสติอ่อน ผลนี้ หากนำเกิด เขาย่อมลงสู่อบายสถานเดียว...หากเมื่อพ้นจากนรกแล้วได้กำเนิดในสุคติภูมิในมนุษย์ด้วยกรรมดีกรรมใดกรรมหนึ่งแล้ว..เศษกรรมแห่งการล่วงศีลข้อที่ห้าว่าด้วยการเสพของมึนเมา เขาก็ย่อมได้เกิดเป็นคนปัญญาอ่อน เป็นบ้า เป็นใบ้ พิกลพิการ...
เวลาเมาอะไรเกิดขึ้น?
สตินั้นย่อมปราศจากไป ดังนั้น เจตนาที่นิยมชื่นชมในการปราศจากสติ ย่อมก่อภพให้ได้เกิดเป็นคนไร้สติ เป็นคนบ้า เป็นคนปัญญาทึบ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้..หากเมาแล้วมักกระทำอาการพิกล ด้วยวิกลจริตชั่วขณะ เขาก็ย่อมได้รูปที่พิกลพิการตรงตามเจตนาที่เคยสั่งสมไว้แต่หนหลังนั่นแหละ ...คนมีปัญญาแล้ว ย่อมเว้น ย่อมละในธรรมที่เป็นความเสื่อมทั้งสิ้น ย่อมละธรรมที่เป็นไปเพื่อการสาบแช่งตนเองตลอดกาลนาน...
ผลแห่งกรรมนั้น หาใช่จะชดใช้เพียงชาติเดียว สองชาติ สามชาติ สิบชาติ หรือร้อยชาติ ก็หาไม่หรอก?
เพราะผลที่เขาสามารถนำเกิดนั้น ย่อมไม่สามารถกำหนดนับได้เลย เพราะชวนะจิตที่เกิดขึ้นนั้นมากระทำกรรมนั้น มากเหลือเกิน พร้อมเป็นดุจเมล็ดพันธุ์ที่ชาวนาเก็บรอบ่มไว้ในยุ้งฉางทีเดียว...
ถามว่า ก็บรรดาเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น อาจจะนับได้หรือไม่ว่า เป็นหนึ่ง สอง สาม สิบ ร้อย หมื่น แสนเมล็ด?
ตอบว่า ย่อมไม่อาจจะนับได้....
จิตที่เกิดขึ้นมาทำการงานที่เป็นบาปหรือบุญ เป็นยิ่งกว่าเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น....กว่า ทั้งปริมาณ ทั้งอำนาจก็ยิ่งกว่า ไม่อาจจะนับได้เลย..
จริงอยู่ แม้เมล็ดพันธุ์ทุกเมล็ด ย่อมผลิเป็นต้นอ่อนได้ทุกเมล็ดนั่นเทียว แต่เขาก็จะผลิออกมาก็ต่อเมื่อพบเจอพื้นดินและน้ำ เท่านั้น...
แต่จิตที่ดับไปแล้ว รอการส่งผลนั้น สามารถนำเกิดได้ในทุกสถานที่...เกิดได้ในนรก ในเปรตภูมิ ในเหล่าสัตว์เดรัจฉาน..
ลองดูเถิด ท่านเหยียบย่างไปตรงไหน แม้ในน้ำ ในอากาศ ก็ล้วนแล้วแต่มีสัตว์อยู่ทั้งสิ้น...จิตที่พร้อมนำเกิดนั้น นำเกิดได้ในทุกสถานที่ทีเดียว
ทิ้งพฤติกรรมเสียๆของท่านไปเถิด อย่าเก็บไว้เพื่อแปรสภาพเป็นตั๋วพาไปอบายเลย....เพราะถ้าอย่างนั้นท่านนับเป็นผู้ที่ มาสว่างไปมืดมืดมนตลอดกาลนานทีเดียว...และไม่ต้องห่วงเลย บรรดาเพื่อนๆที่ท่านคบหานั้น ย่อมเป็นเพื่อนๆผู้อยู่ในโลกมืดนั่นแหละ มากมาย คอยจิกคอยตฉีกเนื้อกันและกันกินเป็นอาหาร...คราวนั้น หาความรักใคร่.. มิได้เลย.......


ขอขอบคุณมากครับที่ชี้ทางให้ผม ไม่สับสนในตนเอง ทุกตัวอักษรทุกข้อความที่ทุกท่านแนะนำ ผมจะ PRINT/SAVE ไว้อ่านเตือนใจ ไม่ให้จิตหลุดไปในทางอกุศลจิต เคยอ่านหนังสือธรรมะ ยังพอจำวลีได้คร่าวๆว่า น้ำไหลลงสู่ที่ต่ำฉันท์ใด จิตถ้าไม่มั่นฝึกฝนดูแล ย่อมตกลงที่ต่ำฉันท์นั้น
ปล.ผมต้องขออภัยนะครับ เขียนสำนวนภาษาทางธรรม ไม่ค่อยเก่ง แต่ผมมีความเชื่อในพระธรรมครับ ผมเชื่อเสมอว่า ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ที่ประพฤติธรรม ขอขอบคุณครับ....


เจริญธรรมค่ะ คุณปิยะ

ขออนุโมทนาที่คุณคิดดี เท่ากับยกจิตวิญญาณขึ้นมาในระดับหนึ่ง
การทำความดีให้พร้อมต้องครบ ๓ องค์ประกอบ กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม

ครั้งหนึ่งลูกศิษย์วัยรุ่นถามดิฉันว่า "อาจารย์ครับ ดื่มเหล้าผิดไหมครับ ?"
ดิฉันตอบแบบไม่เกรงใจว่า "ไม่ผิดแต่โง่ที่ไม่รู้จักใช้ปัญญาในการเลือกสรรสิ่งดี ๆ
ให้ชีวิต เพราะเท่ากับซ้ำเติมชีวิตให้เกิดโรคภัยต่าง ๆ และตายเร็วขึ้น" ขออภัยที่พูดตรง ๆ

โลกเราทุกวันนี้มีแต่แบบอย่างที่ไม่ดี ปัญหาทุกอย่างล้วนเกิดจากต้นแบบ
คุณเองก็ต้องเป็นต้นแบบให้แก่ครอบครัว ให้ลูก ๆ ได้เจริญรอยตาม

การใช้ชีวิตต้องมีหลักในการดำรงชีพอย่างผู้มีปัญญา มองเห็นทุกข์ โทษภัย
ในสิ่งที่คุณติด แล้วหาทางก้าวล่วงให้ข้ามพ้นด้วยการคบบัณฑิต หากิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ทำตนให้เกิดคุณค่าทำ เพื่อมิให้จิตว่าง หลีกเลี่ยงสถานที่ที่เคยติดยึดลุ่มหลง

คุณควรมีกัลยาณมิตรที่ดี ลองเข้าไปสนทนาธรรมกับพระดี ๆ แล้วก็หมั่นไปมาหาสู่ เข้าวัดดีกว่าเข้าวิกนะคะ

"ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจค่ะ" กายให้เคลื่อนไหว ใจต้องสงบนิ่ง ต่อให้คุณ
ชนะคนทั้งโลกก็ไม่สู้เอาชนะใจตนเองได้ อันดับแรก ข้อแนะนำว่า

๑. คุณต้องตั้งตบะให้ตนเอง กำหนดให้เด็ดขาดว่าจะ ลด ละ
เลิก อย่างไร อาจลดปริมาณลง แล้วตั้งสัจจะว่าจะเลิกให้ได้ในวันใดเพื่อลูกหรือเพื่อ
ใครก็ได้ที่คุณรักมากที่สุด..... คุณต้องใช้หลัก พละ๕ และใช้หลักใจตัวเองค่ะ
๒. คุณต้องเข้าวัดที่ฝึกเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้รู้แนวทางที่ถูกต้อง อีกทั้งได้สนทนาธรรมกับพระที่เคร่งครัด
๓. เวลาที่เคยใช้ไปกับการดื่มเหล้า ขอให้กำหนดตารางเวลา
เพื่ออยู่กับครอบครัว ทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และครอบครัว

ดิฉันเคยมีประสบการณ์เลิกบางอย่างที่เคยติดยึดได้สำเร็จ จึงอยากบอก
คุณว่า "สิ่งที่เป็นอุปสรรคที่สุดในชีวิตก็คือ ความคิดที่ไม่ได้ทำ"

ขอเป็นกำลังใจให้คุณและครอบครัวขอให้สู้ต่อไปค่ะ




     จะเลิกเหล้า      ท่านต้องเอา      ปัญญานำ
สัจจะค้ำ      บารมี      ที่ตั้งมั่น
เลิกต้องเลิก      ด้วยสัจจะ      เป็นประกัน
ตัวท่านนั้น      ตรัสอย่างไร      ไม่โลเล

     นอกจากนี้      ท่านต้องมี      วิริยะ
เพียรลดละ      ห่างไกล      ไม่หันเห
อธิษฐาน      ปรารถนา      อย่ารวนเร
ต้องทุ่มเท      ด้วยขันติ      สี่บารมี

     ถ้าจิตใจ      มั่นคง      คงเลิกง่าย
หมั่นขวนขวาย      ให้ทาน      นะท่านพี่
เด็กยากไร้      เด็กกำพร้า      หลายชีวี
เขาไม่มี      อารหารกิน      ถิ่นกันดาน

     นึกถึงคน      จนจน      ชนต่ำต้อย
ที่เขาด้อย      โอกาส      ขาดถิ่นฐาน
ที่เรียนน้อย      แค่ป.6      แถมตกงาน
ไม่มีบ้าน      ต้องร่อนเร่      พเนจร

     ถ้ามีใจ      ให้เมตตา      มาสู่เพื่อน
ผู้ไร้เรือน      ไร้ที่      นี่เสียก่อน
ย่อมสังเวช      ในชีวิต      คิดอนาทร
จิตย่อมถอน      สุขตน      พ้นเสเพล ฯลฯ

     เจริญในธรรมเจ้าค่ะ



ขอขอบคุณ คุณddman/คุณธรรมทิพย์/คุณน้ำเค็ม และเพื่อนกัลยาณมิตรทุกๆท่านครับ
สิ่งที่ผมอยากบอกเผื่อ มีเพื่อนสมาชิกใหม่ หรือผู้ที่ดื่มเหล้า/ของมึนเมา ที่บังเอญมาอ่านพบกระทู้ผมว่า อย่าคิดลองหรือผู้ที่ดื่มอยู่ลอง/ลด/ละ/เลิกดูเถอะครับ มันไม่ช่วยให้การใช้ชีวิตดีขึ้นเลย(เสียทรัพย์อย่างมาก พอเมาอะไรก็ได้หมด พอหายเมาก็เสียใจ วันต่อไปก็ทำอีก) แรกๆดูเหมือนสนุก พอดื่มไปเรื่อยๆท่านจะติดโดยไม่รู้ตัว ก่อนหน้านี่ผมดื่มเบียร์แค่วันละ3-5ขวด(บางทีก็ดื่มเหล้าบ้าง)คิดเสมอว่าไม่ติดหรอกแค่กินนิดๆหน่อย(ในความคิดผมนะ) สุดท้ายไม่เคยนึกเลยว่า ผมต้องพบแพทย์ร.พ.รามา(เพราะเริ่มสงสัยว่าทำไมหยุดเองไม่ได้) เมื่อแพทย์ประเมินผล คำตอบคือผมติดไปแล้ว การรักษาต้องทรมาณกับความต้องการอยากดื่มเป็นช่วงๆปวดหัวเป็นระยะๆ (ผมยังพอมีบุญมั๊งครับ ติดไม่มาก เลยไม่ถึงลงแดง) ยาคงไม่ช่วยผมมากหรอกครับ เค้าจะแค่ให้ยากล่อมประสาทเท่านั้น(ผมไม่นิยมกิน นิยมนั่งสมาธิแทนมากกว่า ได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็รู้สึกดีกว่าการกินยา) มันจะเลิกได้ไม่ได้อยู่ที่ใจเรามากที่สุด หมอก็ยืนยันตามกันเหมือนผม
ปล.ผมโชคดีที่มาเจอเวปนี้ เพราะบังเอญ SEARCH ใน GOOGLE เจอ และได้พบหนทางออก ว่าธรรมะช่วยขัดเกลาจิตใจได้จริง ดูตัวผมเป็นอุทธาหรณ์ (CASE STUDY) ถ้าผมย้อนเวลาไปได้ ผมไม่อยากรู้จักเหล้า/เบียร์ เลย ขอขอบพระคุณทุกไมตรีจิตของพ้องเพื่อนในเวปนี้มากครับรวมถึงทีมงานเวปทุกท่าน จากใจจริงครับ....


มีปรากฎในพระสูตรหนึ่งครับ กล่าวถึงผู้เฒ่าใช้ชีวิตเปล่าล่วงอายุมา
120 ปี เมื่อได้เจอพระพุทธเจ้า แล้วเกิดจิตเลื่อมใสอย่างมาก เกรงว่าตนจะ
ต้องตายเปล่า ไม่มีที่พึ่งตน(พาตนสู่สุคติ) จึงทูลถามพระพุทธเจ้า


พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ โลกนี้ถูกชรา พยาธิ มรณะแผดเผาแล้ว ดูกรพราหมณ์ เมื่อโลก ถูกชรา พยาธิ มรณะแผดเผาแล้วเช่นนี้ ความสำรวมทางกาย ความสำรวมทาง วาจา ความสำรวมทางใจในโลกนี้ ย่อมเป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้นเป็นเกาะ เป็นที่พึ่ง และเป็นที่ยึดหน่วงแก่เขาผู้ละไปแล้ว ฯ เมื่อเรือนถูกไฟไหม้ สิ่งของที่นำออกได้ ย่อมเป็นไปเพื่อ ประโยชน์แก่เขา สิ่งของที่ถูกไหม้อยู่ในเรือนนั้น หาเป็นไป เพื่อประโยชน์แก่เขาไม่ ฉันใด
เมื่อโลกถูกชราและมรณะ แผดเผาแล้ว ฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลควรนำเอาออกมาด้วย การให้ทาน สิ่งที่ให้ไปแล้ว ย่อมเป็นอันบุคคลนำออกมาดี แล้ว ความสำรวมทางกาย ทางวาจา และทางใจในโลกนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสุขแก่ผู้ที่ละโลกนี้ไป ผู้ซึ่งได้สร้างสมบุญไว้แต่เมื่อยังมีชีวิตอยู่ฯ

http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=20&A=4056&Z=4078&pagebreak=0

หมายถึงว่า เมื่อแก่ชรา ย่อมมีเจ็บ ย่อมมีตาย ร่างกายนี้ก็เหมือนเรือนที่ถูกไฟเผาเสีย
มีแต่บุญคือการให้ทาน ศีล(สำรวมกาย วาจา) อันหมายถึงบุญ ความดีเป็นที่พึ่ง
เป็นที่อาศัยติดไปเท่านั้นครับ

ผู้เฒ่านี้เป็นพราหมณ์ อายุล่วงไปใกล้ฝั่งเต็มที
แต่เราท่านทั้งหลาย อยู่ในพุทธศาสนา อายุยังไม่มากนัก จึงควรถึงพร้อมด้วย ทาน ศีล ภาวนา(ปัญญา)นะครับ กระทำให้เป็นที่พึ่งของเราอย่างสมบูรณ์ให้มากที่สุดครับ

อย่าได้เป็นโมฆะไปหนึ่งชาติครับ เพราะกว่าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์นี้ก็ยาก
ความสุขทางกามภพแบบมนุษย์นี้ ถ้ามาแบบเสวยสุขอย่างเดียว โดยไม่ทำบุญทำกุศล
หรือประพฤติธรรมแล้ว... ก็เปรียบเทียบว่ามารับแต่คุณ(สุข)เล็กน้อย มีเวลาก็เพียงน้อยนิด
อย่างมากไม่เกิน 100ปี แต่มีโอกาสทำบาปอกุศลเบียดเบียนต่อตัวเอง และผู้อื่นได้มากที่สุด โอกาสตกสู่อบาย(นรก สัตว์เดรัจฉาน ฯ)ได้มากที่สุด

เมื่อเทียบกับมากระทำบุญ ทำกุศล อันมี ทาน ศีล ภาวนานั้น
การรับผลบุญคือสู่สุคติภพแล้วก้าวไปสู่ปัญญาแห่งการหลุดพ้น นั้นแตกต่างกับลิบลับครับ



[๗๔๐] ดูกรอานนท์ ก็ภิกษุพวกใดพวกหนึ่ง ในบัดนี้ก็ดี ในกาลที่เราล่วงไปก็ดี จักเป็นผู้มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง คือ มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็น ที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่ พวกภิกษุเหล่านี้นั้นที่เป็นผู้ใคร่ต่อการศึกษา
จักเป็นผู้เลิศ.

จาก http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=19&A=4280&Z=4326&pagebreak=0


ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เลิกเสพเหล้าให้ได้ครับเพราะนั้นเป็นการเบียดเบียนตนเองครับ
แล้ว กระทำบุญกุศลให้ถึงที่สุด

บุญรักษาครับ



 3,979 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES




จีรัง กรุ๊ป    

 ธรรมะไทย