กรรมอันใดที่ทำให้ครอบครัวเรา ต้องประสบกับมนต์ดำไสยศาสตร์คะ

 ami_ka_ze   

เนื่องด้วยครอบครัวของดิฉัน โดนผู้เจตนาจงใจกระทำให้ครอบครัวของเราต้องเจอมนต์ดำและไสยศาสตร์

ครั้งที่ดิฉันยังเด็ก คุณพ่อก็โดนกระทำจนเกือบจะเสียชีวิต

และครั้งนี้ก็จะกระทำกับคุณแม่แต่บังเอิญว่าคุณแม่ท่านเป็นคนสวดมนต์ทุกวัน จึงเป็นดิฉันที่โดนเล่นงาน

ดิฉันจึงใคร่ขอเรียนถามท่านผู้รู้ว่า เหตุผลอันใดที่ทำให้ครอบครัวเราต้องประสบเหตุการณ์แบบนี้

คุณแม่พยายามสวดมนต์และแผ่ส่วนบุญกุศลให้กับเขาเหล่านั้นที่เจตนาและหรือจงใจใดๆๆก็ตาม

ขอท่านผู้รู้โปรดชี้แนะว่าจะมีทางใดไหมที่เขาจะไม่ต้องจองเวรกันอีก ขอให้จบเพียงแต่ชาตินี้

ขอขอบพระคุณทุกท่านล่วงหน้าคะ




เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน อย่างต่อเนื่อง และแผ่ส่วนบุญกุศลให้เขาเสมอๆ
เบื้องต้นต้องหาสำนักปฏิบัติวิปัสสนาที่เก่งๆ
และเจริญจิตภาวนา ให้ได้บุญให้ได้กุศลเยอะๆ ทำจนเป็นนิสัย เป็นจิตใจ แล้วจะแก้ได้
เพราะว่าพระพุทธเจ้าตรัสว่าวิธีนี้แก้ทุกข์โทมนัสได้ แก้ความเศร้าโศกเสียใจได้ เป็นทางดับทุกข์สายตรงที่สุด ขอให้ทำโดยความศรัทธา และอย่าไปจองล้างจองผลาญกับใคร กับสิ่งใด ที่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน กัมมัฏฐานดีที่สุดแล้ว ลองทำดูนะ แต่ต้องกับพระหรือฆราวาสที่ท่านเก่งวิปัสสนาจริงๆ นะ อย่าได้ทำเอง ขอให้คุณโชคดีนะ
..................
กรรมมันให้ผลหลายรูปแบบมาก นี่ก็คือวิธีหนึ่งในหลายๆวิธีที่กรรมมันให้ผล ขอให้แก้โดยการปฏิบัติกรรมฐาานนะ โอเคนะ


อาจจะเป็นกรรมเก่า คุณอาจเคยทำแบบนั้นกับใครไว้ในอดีต จึงโดนบ้าง
ในกรณีที่ไม่ใช่กรรมเก่า แต่ถูกกลั่นแกล้งปัจจุบัน สามารถป้องกันได้ด้วย คุณของพระรัตนตรัย
ถ้ากำลังใจของเรายังไม่เข้มแข็งพอ ก็ขอให้อาราธนาวัตถุมงคลตามที่ท่าน ศรัทธาครับ

กรณีไสยศาสตร์ สามารถป้องกันได้ครับ ที่ผมพอจะรู้จักก็ ตะกรุดมหาสะท้อน ของหลวงพี่เล็กวัดท่าขนุน (แต่หาบูชายาก และราคาสูงแล้วครับ) แล้วก็ยันต์ต่างๆ เช่นยันต์เกราะเพชร ยันต์พิชัยสงคราม ฯลฯ


การป้องกันไสยศาสตร์​มนต์ดำ
http://aroonsawat.exteen.com/20081121/entry-5


ขอยกคำตอบจากท่ีอื่นมาให้อ่านกันครับ เพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหา

บอกได้เลยว่า คุณไสยนั้นมีจริง
และก็มีผลทำให้คนเสียผู้เสียคนไปมากต่อมากแล้ว
ทางแก้ก็ไม่ยาก คือไม่อยากได้ ก็ไม่ต้องไปรับ
พูดอย่างนี้คุณคงจะค่อนขอดอีกว่า ก็ไม่อยากรับหรอก แต่มีคนเอามาให้ ยัดเยียด หรือแกล้ง
ที่จริงถูกของคุณ ของผมก็ถูกครับ คือไม่อยากได้ ก็ไม่ต้องรับ ทีนี้ที่คุณหรือใครก็ตามได้รับมาอย่างไม่ตั้งใจนั้น ถ้ามองลึก ๆ
(อย่ามองอะไรแคบ ๆ ตื้น ๆ) แล้วจะเข้าใจว่า............
ของพวกนี้มันต้องมีสื่อ เหมือนคุณไปซื้อของกับแม่ค้า คุณต้องสนใจหรือสะดุดตา หรือเข้าไปมองของนั้นก่อนใช่มั้ยครับ แม่ค้า
เค้าถึงเสนอคุณงามความดีของสินค้าหรือของนั้น แล้วก็พยายามยัดเยียดให้จนได้ บางทีคุณอาจจะซื้อของนั้นมาอย่างเบลอ ๆ ก็ได้ ถ้าคุณ
เดินผ่านไป ไม่สนใจใยดี ไม่ชอบ แม่ค้าเค้ากล้าจะมายัดเยียดให้หรือครับ เดินผ่านไปเลยซิครับ
คนที่โดนของนั้น เพราะใจเค้าเองเป็นสื่อครับ
คุณไสยเป็นเรื่องลึกลับ ถ้าใจของเค้าสนใจเรื่องลึกลับ นั่นแหละครับ เป็นสื่อแล้ว
สนใจแต่เรื่องอภินิหาร สนใจแต่เรื่องวิญญาณ เรื่องลึกลับ ก็เท่ากับใจคุณเป็นสื่อยอมรับไปแล้ว
พระ (หรือฆราวาส) ที่ปฏิบัติดีแล้ว ท่านไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ ไม่เห็นได้ข่าวเลยว่าท่านถูกคุณไสย
เพราะท่านไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่ยอมรับ ไม่ต้องการ
แก้แค่นี้แหละครับ
แต่ความเป็นจริงแล้ว คนเรานั้นพื้นเพเดิม (ก็สันดานนั่นแหละ) สนใจเรื่องอย่างนี้กันแทบทุกคน ใครบ้างไม่สนใจเรื่องอย่างนี้
บ้าง (ผมยังสนใจเลย!) แต่การสนใจต้องมีขอบเขต อย่างสนใจเพื่อศึกษา ให้รู้จริงเพื่อเอามาเป็นสติ เป็นเครื่องเตือนใจ หรือเพื่อช่วย
คนอื่น สนใจเพื่อใฝ่ดี อย่างนี้ไม่เท่าไหร่? แต่สนใจมาก เชื่อถือ ปักใจกับสิ่งนี้ เราเรียกว่าความเชื่อ เชื่อมาก ก็เรียกว่างมงาย
เมื่อเชื่อ เมื่องมงาย ก็เท่ากับเป็นสื่ออย่างดี เพราะใจมันยอมรับไปแล้ว
การเชื่อ (ที่ขาดสติ) การงมงาย มันเป็นสิ่งไม่ดีใช่มั้ยครับ?
คุณไสยก็ไม่ดีใช่มั้ยครับ?
เมื่อไม่ดีกับไม่ดี เลยอยู่ด้วยกันได้ เข้ามาหากันได้ง่ายมาก
ส่วนคนที่ทำดี คิดดี จิตก็จะดี ดีใช่มั้ยครับ?
คุณไสยไม่ดีใช่มั้ยครับ?
แล้วดีกับไม่ดี จะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร?
(อยู่ที่ว่าอันไหนจะมี "พลัง" มากกว่ากัน)
นี่คือกฎธรรมชาติ


วิธีป้องกัน ไม่ให้โดนคุณไสย
อย่างแรก ก็สร้างภูมิคุ้มกันจากตัวเราก่อน คืออย่าเชื่อ อย่างมงมงาย ไม่มีใครบันดาล หรือเนรมิตอะไรได้หรอกครับ

อย่างที่สองถ้าจะเถียงว่าไม่เชื่อแล้ว แต่โดนทำร้ายล่ะ นั่นต้องถือว่าโชคไม่ดีครับ เป็นเพราะภูมิคุ้มกันของคุณยังไม่ดีพอ (บารมีน้อย) คุณก็ต้องหาภูมิคุ้มกันที่ดี ๆ มาคุ้มกันคุณ
ภูมิคุ้มที่ดีต้องมากจากคนที่ดี
คนที่ดีที่สุดในโลก ผมไม่เห็นจะมีใครดีเท่า พระพุทธเจ้า
ให้ พระพุทธเจ้า คุ้มครอง ซิครับ ดีที่สุด


การที่จะอยู่ในความดูแลของ พระพุทธเจ้า ต้องทำตามคำที่ท่านสั่งสอน (ก็จะเป็นลูกศิษย์ในความดูแลของพระองค์ท่านแล้วนี่
ครับ)
คำสอนที่ดีที่สุดของท่านก็คือ ธรรมะ
"ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต"
ธรรมะ ที่ดีที่สุดก็คือ ไม่ทำอะไรแล้วตัวเองเดือดร้อน ไม่ทำอะไรแล้วคนอื่นเดือดร้อน ทำอะไรแล้วตัวเองได้ประโยชน์ และทำ
อะไรแล้วคนอื่นได้ประโยชน์
ธรรมะ ที่ดีทีสุดก็คือ ความเป็นธรรมชาติ จะเกิด จะแก่ จะเจ็บ จะตาย จะรัก จะชอบ จะรวย จะ จะ จะ จะ ...... สารพัดสิ่ง
ต่างต้องเป็นไปตามธรรมชาติ
ที่บ้านคุณของจะขายดี ต้องเป็นไปตามธรรมชาติ ธรรมชาติของที่จะขายดี ต้องมีราคาไม่แพง คนขายยิ้มแย้มดี คนขายไม่โกงลูกค้า
สถานที่ดี ฯลฯ นี่เป็นธรรมชาติของความเป็นจริง
ร้อยนางกวักก็กวักไม่ไหวหรอกครับ ของไม่ดี ของแพง คนขายหน้าหงิก ร้านเก่าอับ ๆ กวักเท่าไหร่ก็ไม่มาหรอกครับ (นอกจากจะ
กวักเอาแต่เรื่องไม่ดีเข้ามา หรือขายสินค้าที่ไม่ดี อย่างของผิดกฎหมาย) พวกนี้อับ ๆ ทึบ ๆ แพง ๆ ก็กวักได้แต่สุดท้ายต้องไปเที่ยว ห้องกรง
ปฏิบัติธรรมะของพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่โดนของแน่ครับ
ส่วนใครที่ทำตามทั้งข้อ 1 และ ข้อ 2 (สร้างภูมิกับปฏิบัติธรรม) แล้ว ยังโดนคุณไสย นั่นแสดงว่ายังมี "กรรม"
แล้ว "กรรม" นั้นก็ยิ่งใหญ่เกินที่จะแก้ ต้องชดใช้อย่างเดียว
แต่ถ้าทำตามทั้ง 2 ข้อ ไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็จะดีขึ้นเองครับ
ส่วนพระ อาจารย์ หรือผู้ที่มี "จิต" ดี มี "พลัง" ที่ดี ๆ ช่วยได้ครับ
เพราะอย่างที่บอก พระ (ต้องเป็นพระนะครับ ไม่ใช่ภิกษุ) อาจารย์ ผู้ที่มี "พลัง" ที่ดี ๆ ย่อมมีความดี ซึ่งถ้าคุณไสยที่ทำมามีกำลัง
ที่อ่อนกว่า ก็จะสู้ไม่ได้
เป็นกฎธรรมชาติอีกนั่นแหละครับ อะไรที่อ่อนกว่าจะไปสู้อะไรที่แข็งกว่าย่อมไม่ได้

แต่ต้องเป็นผู้ที่มีจิตดีเท่านั้นนะครับ
ถ้าโดนคุณไสยแล้ว อยากแก้ อย่างที่บอก ต้องหาคนที่ จิตบริสุทธิ์ที่ดี ๆ มาช่วยขับไล่สิ่งที่ไม่ดี มีปัญหาตรงนี้ถามผมเป็นการ
ส่วนตัว บอกตรงนี้ไม่ได้ว่าเป็นใคร? เดี๋ยวคนที่ผมนับถือต้องรับแขกไม่เป็นอันกินอันนอน บาปกรรมผมอีกที่ทำให้ท่านต้องเหนื่อย (ถึง
จะได้ช่วยคนอื่น แต่ก็ไม่คุ้มกันครับ)
ส่วนคนที่ยังไม่โดน อยากรอดพ้นจากคุณไสย ก็ต้องต้องสร้างภูมิคุ้มกันครับ


ประกาศตัวไปเลยว่า ต่อไปนี้จะเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า จะไม่เชื่อ ไม่งมงาย ไม่หลงไหล ไม่เชื่อวิญญาณที่ไม่ดีอีกต่อไปแล้ว
แล้วยึดถือธรรมะ หรือศีล หรืออะไรก็ได้ที่ดี ที่ทำแล้วไม่เดือดร้อนตัวเอง ไม่เดือดร้อนคนอื่น ทำแล้วมีประโยชน์กับตัวเอง มี ประโยชน์กับคนอื่น ยึดให้มั่นแล้วปฏิบัติจริง รับรองครับ พ้นแน่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



LINK

http://www.extrasoul.com/qold.html#4


ตบมือข้างเดียว เสียงมีหรือ

ท่าน ddman แนะนำดีแล้ว


สาธุ


นำคำกลอนเกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้่อ่านกันเพลินๆ นี่คือตัวอย่างแห่งการให้ผลของกรรมเช่นกัน
..................................................


จะขอกล่าว เล่าเรื่องแปลก แทรกเว็บไทย
เพื่อเตือนใจ ผู้มีคู่ อยู่กันสอง
ที่ผิดศีล ไม่งาม ตามครรลอง
เป็นทำนอง กวีศิลป์ ถิ่นเว็บธรรม

มีชายหญิง คู่หนึ่ง ซึ่งรู้จัก
เริ่มแรกรัก สมัครใจ ไม่ชอกช้ำ
งานน้อยใหญ่ ไม่เกี่ยง พร้อมเพรียงทำ
ถึงระกำ เช่นไร ไม่ระอา

ร่วมก่อร่าง สร้างฐานะ พระก็เห็น
เหมือนมีเวร กรรมปัด ซัดเข้าหา
เมื่ออยู่อยู่ สามี ภรรยา
ก็ถึงครา มีเหตุ อาเพศภัย

คืนวันหนึ่ง ภรรยา กลับตาขวาง
มองมาทาง สามี ที่หลับไหล
สามีตื่น มาพบ ก็ตกใจ
พร้อมกลับร่าย มนต์เวทย์ เสกวิชา

ภรรยา ตาแดง ด้วยแรงฤทธิ์
หน้าก็ดำ อำมหิต ปรี่เข้าหา
เสียงที่เปล่ง ตะคอก ที่ออกมา
เหมือนหญิงแก่ ชรา ห้าพันปี

พร้อมกับร่าย มนต์ทวน สวนไปกลับ
สามีพับ ปวดศีรษะ ผะงะหนี
เหมือนมีคน บีบขมับ จับนาภี
ด้วยฤทธี สามีร้อง ก้องฆรา

สามีสวด ได้เพียงนิด ด้วยจิตตก
สั่นงันงก ตกใจ ให้ผวา
ฟังเสียงสวด ดังก้อง ของภรรยา
เหมือนวิญญาณ์ ถูกกระซาก จากชีวิน

สามีร้อง ดังก้องเรือน ใกล้เพื่อนบ้าน
วิ่งซมซาน วิญญาณร้าย ทำลายสิ้น
ขวัญกระเจิง สั่นเทา ข้าวไม่กิน
เกิดได้กลิ่น เหม็นเน่า ตามเขามา

พ่อแม่ลูก ถูกจับแยก แรกเบื้องต้น
เพราะทุกคน อกสั่น ขวัญผวา
เนิ่นนานปี สามี ภรรยา
ถูกรักษา แยกคู่ อยู่คนเดียว

ทราบทีหลัง ว่าสามี มีเมียน้อย
ได้หมั่นคอย เหินห่าง เจอทางเลี้ยว
ไม่ฟูมฟัก รักภรรยา มาคนเดียว
กลับไปเลี้ยว ปันใจ ให้อีกทาง

ฝ่ายเมียหลวง หวงหึง ทึ้งทวงสิทธิ์
ได้ออกฤทธิ์ ทำพิธี เรียกผีสาง
ไปหาหมอ ศาสตร์ไสย ให้อำพราง
ทำเสน่ห์ เสริมนาง วางเล่ห์กล

ฝ่ายเมียน้อย เช่นกันหนอ ก็ทำไสยฯ
เพื่อดึงใจ สามี ทุกที่หน
ให้มาหลง เสน่ห์ เล่ห์ของตน
ทำเล่ห์มนต์ ทะลึ่ง ดึงสามี

จึงเกิดเหตุ อาเพศร้าย หมายชีวิต
ทำลายจิต ฆ่าเข่น ได้เช่นนี้
ขอทุกท่าน ที่อ่านย้อน กลอนพาที
เป็นกวี อุหาหรณ์ เพื่อสอนใจ

นี่เรื่องจริง สิ่งที่พบ ประสบเข้า
นำมาเล่า ย่นย่อ พอจำได้
รายละเอียด มีมาก หลายหลากนัย
คราวต่อไป อาจแต่งต่อ หากพอมี (เวลา)
.......................................................
ขอแต่งต่อให้จบ..

สองเมียผัว ถูกจำแนก แยกกันอยู่
เพราะทั้งคู่ อาการ นั้นหนักหลาย
ผู้เป็นเมีย เสียจริต จิตวุ่นวาย
พวกญาติได้ นำส่ง โรงพยาบาล

ส่วนสามี อาการแย่ นอนแน่นิ่ง
เหมือนผีสิง มีกลิ่นเหม็น เข่นจองผลาญ
มีกลิ่นเน่า เข้าจมูก แกทุกยาม
ทั่วเขตคาม เขารู้ ทั้งคู่เป็น

ลูกทั้งสอง ญาติเลี้ยงดู ทั้งคู่แย่
อะไรแน่ มาทำ ซ้ำทุกข์เข็ญ
ทุกคนงง ฉงนยิ่ง สิ่งที่เป็น
ดูเหมือนเช่น โดนคุณไสย ทำไงดี

ฝ่ายสามี นี้แย่ เห็นแน่ชัด
หนาวสะบัด จิตข้อง ดูหมองศรี
ตาเหม่อลอย หน้าซีด จิตไม่ดี
บอกว่ามี ผีตามสิง นั่งนิ่งงัน

มีกลิ่นเหม็น ติดตามตัว กลัวสุดสุด
ไม่ค่อยพูด ตาเขียว เสียวสันหลัง
มีเสียงแว่ว เหมือนเสียงผี ที่ได้ฟัง
และบางครั้ง ก็กลัวพระ พร้อมระแวง

แว่วเสียงผี ในหู ที่กู่เรียก
โหยหวนเพรียก สำเนียง เสียงแหบแห้ง
แกจิตตก ไม่นอน เริ่มอ่อนแรง
ริบรี่แสง แห่งความหวัง ยังมืดมน

นำน้ำมนต์ เก้าวัด มาปัดป้อง
รดจนนอง เนืองพื้น หลายคืนฝน
วันเวลา ผ่านไป ไร้สิ่งดล
หาได้ผล ใดไม่ ทำไงดี

แต่สุดท้าย เจอวัดดี ที่เพิ่งได้
จึงพาไป รักษา หน้าสดสี
เริ่มยิ้มได้ ปราศรัยรู้ ดูเข้าที
พระท่านมี วิชายอด จึงปลอดภัย

ปัจจุบัน ผัวเมียสอง ครองรักแล้ว
กลับคืนสู่ เรือนแก้ว แววผ่องใส
อยู่พร้อมหน้า พ่อแม่ลูก สุขสบาย
ส่วนอดีต ยังฝังใจ ไม่เคยลืม

......................................


ไสยศาสตร์ นั้นรู้สึก ยังลึกลับ
อย่าไปนับ ความสำคัญ มันไม่เห็น
พุทธ ศาสตร์ เงาวับ ช่วยดับเวร
ให้ความเย็น แสงผ่อง ช่วยส่องทาง




รักษาศีลให้ถึงพร้อมครับ
กำจัดสิ่งที่ทำให้เรายึดเหนี่ยว เช่นพระพุทธรูปที่ประกอบด้วยมนต์หรือคาถา
ทำบุญกับพระที่ดีแล้วอุทิศให้เทวดา เทพยดาที่คุ้มครองเราครับ


ต่อเนื่องจากคุณ tongsamut DT05457

ผมขอแนะนำคุณ ami_ka_ze นะครับ

ไปเข้าปฏิบัติที่สำนักวิปัสสนาแนวสติปัฏฐาน 4 นะครับ ที่ผมรู้จักเคยไปมาและได้ผล
ดีนะครับ มี 2 สถานที่ด้วยกันครับ ( ให้ไปกันทั้งครอบครัวเลยครับช่วยกันอุทิศ
ให้เจ้ากรรมนายเวรหรือผู้ที่คิดไม่ดีต่อเราครับ )

ที่แรก
๑๙ หมู่ที่ ๑๖ ต.คลองสาม อ.คลองสาม จ.ปทุมธานี ๑๒๑๒๐
โทร. ๐๒-๙๘๖-๖๔๐๓-๕ โทรสาร ๐๒-๙๘๖-๖๔๐๓-๔ ต่อ ๑๑๑
เป็นสาขาของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย เพชรเกษม ๕๔
วิปัสสนาจารย์ คุณแม่สิริ กรินชัย
แนวการปฏิบัติ แนวสติปัฏฐาน ๔ เจริญสติอย่างต่อเนื่อง
ตามแนวพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์
สถานที่ร่มรื่น สงบเย็น สัปปายะดีมาก โดยทั่วไปการอบรมใช้เวลา ๘ วัน ๗ คืน
ลองติดต่อ คุณป้า กาบแก้ว ไชยยบุรินทร์ ( ลูกสาว คุณแม่ สิริ ใจดีมากๆ ) ด้วยนะครับ ลองเล่าเรื่องให้ท่านฟังนะครับ

ที่ที่สอง
วัดพิชยญาติการาม
๖๘๕ ถ.ประชาธิปก แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม. ๑๐๖๐๐
โทร. ๐๒-๘๖๑-๔๓๑๙, ๐๒-๔๓๘-๔๔๔๒
วิปัสสนาจารย์ พระธรรมโมลี (สมศักดิ์ อุปสโม) และแม่ชีทศพร ชัยประคอง
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ อานาปานสติภาวนา
มีการปฏิบัติธรรม อบรมกรรมฐาน และดูกฎแห่งกรรม ทุกวันเสาร์-อาทิตย์
ลองสอบถามแม่ชีทศพรดูนะครับทุกวันอาทิตย์เช้าครับสำหรับลองโทรสอบถามรายละเอียดทางวัดดูนะครับ

รีบๆนะครับ ชีวิตเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ


 เปิดอ่านหน้านี้  12786 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย