คำถามเรื่อยเปื่อยของคนบ้า!!

 Zeyley   14 ก.ค. 2551

วันนี้ขอถามซักคำถาม จะตอบหรือไม่ตอบก็ได้นะค่ะ แค่สงสัยมาตั้งแต่เด็กๆๆ
คำถามที่ :: เมื่อเรารู้อยู่แล้วว่าทุกสิ่งเกิดมาย่อมต้องดับสูญไปตามกรรมของแต่ละคน แ้ล้วทำไมเราต้องเกิดขึ้นมา(ก่อนที่เราจะทำกรรมครั้งแรก)สู้ไม่เกิดขึ้นมาเลยไม่ไดีกว่าหรอ จะได้ไม่ต้องสร้างกรรม??

อย่าว่านู๋นะ แค่สงสัยเฉยๆๆ ช่วงนี้ก็เป็นบ้าๆๆ แบบนี้แหละค่ะ
ขอบคุณผู้รู้ทุกท่านที่ช่วยตอบกระทู้นี้นะค่ะ

บุญรักษาค่ะ




ต้องศึกษาเรื่อง "ปฏิจสมุปบาท ( http://www.nkgen.com/1mainpage1024.1.htm )"

........ตอบแบบย่อๆเท่าที่กระผมเข้าใจ....เราต้องเกิดมาก็เพราะมีเหตุและเหตุนั้นเราก็..คือผู้สร้างเอง..มิใช่พระเจ้าที่ไหนลิขิต....เหตุนั้นคือ ตัณหา(ความอยาก)และอวิชชา(คือความไม่รู้)
........เพราะมีอวิชชา คือ ความไม่รู้ใน อริยสัจ๔ ,ความไม่รู้ในไตรลักษณ์, ไม่รู้จักเหตุปัจจัย ไม่รูสภาวธรรมตามความเป็นจริง จึงเป็นเหตุให้เราต้องท่องเที่ยวเวียนตายเวียนเกิดไปตามกระแสความอยากอันเนื่องมาจากอารมณ์ทั้งที่ชอบใจและไม่ชอบใจ......นั่นคือเราเกิดมาเพื่อสนองความอยากของตนเอง และถ้าแสวงหาอารมณ์ในทางที่ทุจริตก็เป็นเหตุให้สร้างอกุศลกรรมก็ทำให้ต้องได้รับผลเป็นความทุกข์หรือเป็นเหตุให้ต้องเกิดในทุคติภูมิ(นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เป็นต้น) ถ้าแสวงหาอารมณ์ในทางที่สุจริตก็เป็นเหตุให้สร้างกุศลกรรมก็ทำให้ได้รับผลเป็นความสุขหรือเป็นเหตุให้ได้เกิดในสุคติภูมิ(มนุษยโลก เทวโลก หรือพรหมโลก) วัฏสงสารคือความเวียนว่ายตายเกิดจึงเป็นทุกข์เพราะมีความไม่แน่นอน ไม่สามารถจะกำหนดได้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร ไม่สามารถจะกำหนดได้ว่าเราจะต้องเกิดในสุคติภูมิเสมอไป

.....จะดับเหตุที่ทำให้ต้องเกิดได้ก็ต้องดับอวิชชา.......ด้วยปัญญา คือ ความรู้ใน อริยสัจ๔ ,ความรู้ในไตรลักษณ์, รู้สภาวธรรมตามความเป็นจริง....ก็จะคลายความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวงเพราะเห็นแล้วว่าไม่เป็นสาระ.....ก็จะสิ้นสุดการแสวงหาอารมณ์เพราะตัณหาและอวิชชาถูกทำลาย




คุณหนู Zeyley...
ตอนเด็ก เช่นนั้น ก็สงสัยเช่นกันล่ะครับ
ความสงสัย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หรือ แสดงว่า เป็นคำถามบ้าๆ บอ หรอกครับ

ความสงสัยในเรื่องรอบตัว ที่จะทำให้เราคอยคิดมีมากมายครับ
เหมือนพระพุทธองค์ ครั้นทรงยังบริโภคกามอยู่อ่ะครับ ก็มีความสงสัยในชีวิต เช่นกันครับ

การสงสัย ไม่ได้บอกว่า "เราทุกคนรู้อยู่ครับ" ถ้ารู้ก็คงไม่เป็นคำถามแล้วครับ




เมื่อเรารู้อยู่แล้วว่าทุกสิ่งเกิดมาย่อมต้องดับสูญไปตามกรรมของแต่ละคน

----
ความรู้เช่นนี้ คุณนู๋ ก่อนเกิดรู้ได้หรือครับ


แ้ล้วทำไมเราต้องเกิดขึ้นมา(ก่อนที่เราจะทำกรรมครั้งแรก)สู้ไม่เกิดขึ้นมาเลยไม่ไดีกว่าหรอ จะได้ไม่ต้องสร้างกรรม??
-------

ก่อนเราจะทำกรรมครั้งแรก ---> สงสาร นี้ หาที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายมิได้ครับ เราไม่มีทางรู้หรอกครับ ว่า เราทำกรรมครั้งแรกเมื่อไหร่ครับ

กรรมแต่งให้เราเกิดมาอ่ะครับ ตราบใดที่เรายังมีตัณหาอุปาทานอยู่ครับ ก็ยังคงต้อง มีภพมีชาติอยู่ครับ

สู้ไม่เกิดเลยดีกว่า --- เช่นนั้นก็เห็นด้วยครับแต่ทำได้ครับ ทำเหตุปัจจัยให้ถูกต้องก็ไม่มีเหตุปัจจัยใดให้มีภพมีชาติ ครับ





มีคนบ้าถาม
มีคนบ้าตอบ
เอ๊ะ เราบ้าด้วยกันทั้งคู่ไม๊ครับ 555

คุณZeyley มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์ได้พบพระพุทธศาสนา ก็อย่าพลาดโอกาสอันดีนี้นะครับ

เจริญธรรม


ก็เพราะคุณนู๋ไม่รู้นั้นล่ะครับ

คุณนู๋จึงต้องเกิด

แล้วคุณนู๋ไม่อยากจะรู้บ้างเหรอครับ


ขอบ้าด้วยคน
สัญญา รูป วิญญาน สังขาร เวทานา เป็นเหตุที่เกิด
ดับ เวทานา สังขาร วิญญาน รูป สัญญา ก็ไม่ต้องเกิด
ไม่รู้ว่าบ้าพอหรือเป่ลาฮับ เพราะพึ่งเข้าอนุบาลธรรม1/5


เพราะเรารู้เห็นจากหนังสือ รู้จากตำรา รู้จากครูบาอาจารย์ จากสัญญาความจำ ก็สักแต่ว่ารู้ สักแต่ว่าเห็น การรู้เห็นดังกล่าวฆ่ากิเลสไม่ได้ กิเลสมีเท่าไรก็มีอยู่เท่าเดิม ตายแล้วก็ต้องมาเกิดอีกแหละ เพราะกิเลส ตัณหาพาให้เกิด

หากเรารู้ด้วยปัญญา เห็นด้วยปัญญาสิ จึงจะฆ่ากิเลสได้ กิเลส ตัณหามีเท่าไรฆ่าได้หมดจ้ะ ท่านจึงว่า ทุกข์ใดดับได้ด้วยปัญญา ทุกข์นั้นจะไม่เกิดอีก แล้วเราท่านก็ไม่ต้องมาวนเวียนเกิดอย่างไม่รู้จักจบสิ้นอีกเป็นอนันตกาล

เจริญธรรมนะจ้ะ



หนู: Zeyley ความเกิดนั้นเป็นทุกข์
แม่จำเนียรก็เคยคิดเหมือนหนูนั้นหละ ก็จึงหันมาศึกษาและปฏิบัติธรรม
จะได้ไม่เกิดอีก ไม่ทุกข์อีก
แต่ความเชื่ออย่างที่หนูรู้หนูพูดเรื่องกรรมนั้น ไม่พ้นทุกข์พ้นการมาเกิดอีก
ได้หรอกนะ ต้องทำเหตุดับก่อนหนูเอ๋ย ไม่ใช่ทำกรรมให้ดับอย่างที่หนูเข้าใจ
แล้วจะไม่เกิดอีก นั่นเป็นทิฏฐิที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นโมหะ ยังไงก็ต้อง
เกิดต้องทุกข์อยู่ไม่มีสิ้นสุด

ทำเหตุให้ดับที่ว่านี้คืออะไร หนูต้องเข้าศึกษาและปฏิบัติควบคู่กันไป จะได้ดับได้
ถูกที่ จะได้ไม่ไปดับสเปะสปะ


๙. เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทาน จึงมี

๑๐. เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพ จึงมี

๑๑. เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติ จึงมี

๑๒. เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะ จึงมี ความโศก ความคร่ำครวญ ทุกข์ โทมนัส และความคับแค้นใจ ก็มีพร้อม

ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งปวงนี้ จึงมีด้วยประการฉะนี้

............................................

เมื่อไม่อยากก็ไม่เกิด ที่เกิดเพราะอยาก

เช่นกัน เพราะอยากรู้ คำถามจึงเกิด เมื่อไม่อยากรู้คำถามก็ไม่เกิด

แม่นบ่


แม่จำเนียน

ต้องทำเหตุดับก่อนหนูเอ๋ย ไม่ใช่ทำกรรมให้ดับอย่างที่หนูเข้าใจ
แล้วจะไม่เกิดอีก

........................................

เหตุแห่งการไม่เกิด คือนิโรธ

หากดับนิโรธ "เหตุแห่งการไม่เกิด" เสีย ก็เจอทุกข์หละซิคราวนี้ ก็ต้องเกิดอยู่ร่ำไป

ต้องบอกว่า

ต้องทำเหตุแห่งทุกข์ คือ สมุทัยให้ ดับก่อนหนูเอ๋ย แล้วจะไม่เกิดอีก




ขอบใจนะ คห.11 ว่าแต่ แม่จำเนียรพูดถึงเหตุแห่งทุกข์ ก็หมายถึง ตัณหานั้นหละพ่อคุณ
ตัณหาคือเหตุแห่งทุกข์ ดับตัณหา ก็มีวิธีปฏิบัติ ไม่ใช่พูดว่าดับเหตุแห่งทุกข์คือ
ตัณหาแล้วจะดับได้ง่ายๆ ต้องทำความเข้าใจในเรื่องความดับทุกข์ และต้องเจริญ
มรรคนะ ก็ว่าขยายความกันยาว ใช่แค่มาพูดไม่กี่บรรทัดแล้วจะดับได้ซะทีไหนเหล่า


 เปิดอ่านหน้านี้  2699 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย