ตราระปัดเขียนอย่างไร แปลว่าอะไรในทางพุธศาสนา ทำไมพระต้องใช้

 yots   

เขียนอย่างไร แปลว่าอะไรในทางพุธศาสนา ทำไมพระต้องใช้




คำว่าตาลปัตร มาจากภาษาบาลีว่า ตาลปตฺต ซึ่งแปลว่า ใบตาล ปัจจุบันเรียกว่า พัดยศ เรื่องของตาลปัตร-พัดยศนี้ นักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาหลายท่านได้ให้ข้อสันนิษฐานว่า แต่เดิมนั้นคงมิใช่ของที่ทำขึ้นมาสำหรับพระสงฆ์โดยเฉพาะ แต่เป็นสิ่งของเครื่องใช้ของชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในประเทศแถบเมืองร้อนมาก่อนสมัยพุทธกาลแล้ว ซึ่งชนแถบนี้มีพัดไว้ใช้พัดลม บังแดด บังฝน ในทางพุทธศาสนาที่กล่าวถึงเรื่องพัดมีอยู่หลายคำ เช่น คำว่า ตาลปัตร วาลวิชนี และ จิตรวิชนี

ต่อมาภายหลังได้มีผู้อธิบายว่าพระสงฆ์ใช้พัดเพื่อใช้บังเวลาเห็นอะไรก็ตามที่พระไม่ควรเห็น แต่ไม่น่าจะใช่วัตถุประสงค์ที่แท้ซึ่งมีมาแต่เดิม จากพัดที่ใช้พัดลมต่อมาในสังคมไทยพระสงฆ์เริ่มใช้พัดในเวลาให้ศีล ให้พร และจากนั้นราชการไทยได้ใช้พัดเป็นเครื่องแสดงสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ ซึ่งน่าจะมีที่มาจากในอดึตเมื่อพระสงฆ์ไทยไปในงานพิธีต่างๆ คงจะนิยมถือพัดไปด้วยแทบทุกครั้ง่จนกลายเป็นประเพณีสืบมา เมื่อการระบายความร้อนได้มีวิวัฒนาการไปมากจนพัดโบกลมจะหมดความจำเป็นไปแล้ว การใช้พัดของพระสงฆ์ในยุคต่อมาจึงถือไปเพื่อตั้งบังหน้า เป็นการรักษาธรรมเนียมประเพณี ซึ่งจะทำให้ศาสนาพิธีนั้นๆ ดูเป็นพิธีรีตองและเป็นกิจลักษณะยิ่งขึ้นคะ


ตาลปัตรนั้นเมื่อก่อนพระสงฆ์ใช้ในการบังหน้าและบังกลิ่นเหม็นที่โชยมาจากศพในการชักผ้าบังสุกุลเมื่อก่อนในการหาผ้าจีวรหรือผ้าไตรของพระสงฆ์นั้นไม่มีผู้ทอดถวายเหมือนในปัจจุบันต้อง ไปหาเก็บเอาผ้าจากศพที่เขานำมาทิ้งไว้ในป่าเพื่อนำมาซักและย้อมทำเป็นผ้าไตรจีวรสวมใส่แต่สภาพศพนั้นบางศพก็เปื่อยยุ่ยบางศพก็แห้งเป็นฝุ่นผง (สุกุล แปลว่าฝุ่น บังสุกุลแปลว่าบังฝุ่น) บางศพกก็มีกลิ่นเหม็นพระก็เลยต้องไปหาใบไม้มาปิดหน้าและที่นิยมหรือใช้ได้ดีก็คือใบตาลเพราะใหญ่และปิดบังกลิ่นหรือฝุ่นผงจากศพได้ดีก็เลยนิยมนำมาใช้ในการชักผ้าจากศพเรียกว่าชักผ้าบังสุกุล สังเกตุจากปัจจุบันในงานศพพระไม่ได้ชักผ้าจากศพที่อยู่ในป่าแล้วแต่มีผู้ไปทอดไว้ที่ศพ แล้วนิมนต์พระไปชักผ้าบังสุกุลจากศพก็ยังต้องใช้ตาลปัตรบังหน้าซึ่งที่ไปและที่มาก็เป็นเช่นนี้แล


 เปิดอ่านหน้านี้  3277 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย