การให้อภัย

ดิฉันคบกับแฟนมา 10 ปี (ยังไม่ได้แต่งงาน) มีโครงการจะแต่งงานในปีนี้ พ.ศ.2552 แต่เมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2551 ที่ผ่านมา จับได้ว่าแฟนมีผู้หญิงอีกคน เขานอกใจดิฉันมา 4 ครั้งแล้ว (รวมครั้งนี้ด้วย) ทุกครั้งที่จับได้ก็มาขอโอกาส ตอนนี้ก็มาขอโอกาสอีก บอกว่าจะกลับเนื้อกลับตัว ฉันไม่รู้ว่าควรให้อภัยเขาอีกดีไหม ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ



DT08739

wimonphan



เมื่อสามารถให้อภัยแฟนได้มาแล้ว 3 ครั้ง ก็ลองถามใจตนเองก่อนว่าจะสามารถให้อภัยครั้งที่ 4,5,6จนไม่มีที่สิ้นสุดได้หรือไม่ เวลานี้ยังไม่แต่งงาน หากไม่อภัยจะทำอย่างไร จะเป็นอย่่างไร สภาพชีวิตจิตใจจะเป็นเช่นใด? แต่ถ้่าแต่งงานแล้ว เหตุการณ์เดิมๆนี้ยังเกิดอยู่ จะเป็นอย่างไร จะทำอย่างไร เงื่อนไขการตัดสินใจแก้ปัญหา
..จะต่างกันใหม? ลองคิดถึงวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ดูนะครับ หากพบว่า ไม่เป็นไร เราจะเตรียมตัวเตรียมใจรับทุกสภาวการณ์อย่างไม่หวั่นไหวและไร้ทุกข์ ก็ไม่ต้องลังเลที่จะ "ให้อภัย"แฟนเสีย พร้อมทั้งกำหนดรู้ไว้ในใจ ว่า เมื่อมีครั้งที่ 3 และ 4 ได้ ก็ย่อมต้องมีครั้งที่ 5,6,7,.. ฯลฯ ได้เป็นธรรมดาเช่นนี้ก็จะไม่ทุกข์ในอนาคตเพราะเรากำหนดเลือกเอาไว้เองแล้วด้วยความเต็มใจ

โชคดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1  / ddman / 18 ม.ค. 2552 02:06 น. 





โดย : wimonphan [DT08739] 17 ม.ค. 2552 20:11 น.



อย่าคบคนพาล
ให้คบบัณฑิต
บูชาคนที่ควรบูชา
3 ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุดแก่ชีวิต


ลักษณะของบัณฑิตคือมีศีล มีสัจจะ
การให้อภัยกับคนพาลไร้ศีลไร้สัจจะ นั้นให้ได้และต้องให้ เพราะเราเป็นบัณฑิตพึงให้อภัยแก่ทุกคน


แต่คบคนพาลต่อไปไม่มีประโยชน์ครับ ไม่เป้นมงคลแก่ชีวิตและนำความทุกขืกายทุกข์ใจมาให้ครับ
คบคนต้องเลือกคบ ให้โอกาสคนควรให้ไม่เกิน 3 ครั้ง และให้โอกาสคนที่ควรให้โอกาสครับ


คำขอโทษของคนพาลรับได้แต่อย่าให้โอกาสเขาเกิน 3 ครั้ง
มิฉะนั้นท่านจะเสียใจไปจนวันตายครับ


สวัสดีครับ


TOOMAIN ม.1/1


ความคิดเห็นที่ 2  / TOOMAIN / 18 ม.ค. 2552 10:11 น. 



ขอบคุณ คุณ ddman และคุณ TOOMAIN ด้วยน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3  / wimonphan / 18 ม.ค. 2552 15:52 น. 



สวัสดีค่ะ....ขอแนะนำและให้แง่คิดบ้างน่ะค่ะ
.....ชีวิตแต่งงานที่มีทะเบียนสมรสมีลูกมีความรับผิดชอบอีกหลายๆอย่างตามมา ตอนนี้คุณต้องดูที่ความรับผิดชอบแล้วค่ะไม่ใช่ความเจ้าชู้ คิดจะใช้ชีวิตครอบครัวต้องเปลี่ยนแนวคิดอะไรเยอะมากๆ ผู้ชายกับความเจ้าชู้มีอยู่ในจิตวิญญาณเกือบทุกคนอยู่ที่ว่า จะล่ะได้ ข่มได้ และมีอะไรยึดในจิตใจรึเปล่า (ก่อนแต่งผู้ชายชอบความรักค่ะ หลังแต่งจะชอบความสงบค่ะ) เพราะฉะนั้นถ้าจะต้องแต่งงานมองที่จิตใจและความรับผิดชอบของเขาดีกว่าน่ะค่ะ กลับบ้านทุกวันรึเปล่า เรื่องเงินทอง เรื่องน้ำใจในบ้าน การให้เกียรติ์และเรื่องลูกๆ สรุปคือความเป็นพ่อบ้านที่ดีค่ะ ส่วนเรื่องข้างนอกเราอย่าไปมองมากเลยค่ะอย่าเอาความเดือดร้อนหรือปัญหาเข้าบ้านก็พอ เราเป็นภรรยาขอบเขตของเราก็คือในบ้านในสังคมของเรา ข้างนอกถ้าเขามีคนอื่นได้เดี๋ยวเขาก็มีอีกไม่หยุดแค่คนนั้นหรอกค่ะ เดี๋ยวก็รบกันเอง เราอย่าไปยุ่งเรื่องไม่ดีของร้อนเราอย่าเอาตัวเองลงไปเกี่ยว มองอะไรเย็นๆทำใจเราให้สะอาดดีกว่า มองดูตัวเราดีพัฒนาตัวเรา ผู้ชาย..ถ้าไม่เลวเกินไปเขาจะทราบเองค่ะ สิ่งไหนดีสิ่งไหนไม่ดี คอยให้กำลังใจเขาคอยปลอบโยนเขา พาเขาไปสู่สถานที่ดี ให้ความอบอุ่นเขาแต่อย่าด่า อย่าบ่น อย่าสอน อย่าจี้จุดของเรื่อง เรามีหน้าที่สร้างบรรยากาศในบ้านของเราค่ะ เรียกว่าอยู๋ร่วมกันและรักแบบเมตตาไม่ใช่เจ้าของหรือกิเลส ไหวมั้ยค่ะ และที่สำคัญก่อนแต่งต้องคุยกันก่อนเรื่องการป้องกันตัวเอง ไม่ใช่เราเป็นแม่พระอนุญาติเขาแต่เป็นการคุยวงกว้างเตือนสติเขาค่ะ ส่วนเขาความรัก ความดี ความสงบ ความเข้าใจ ความเมตตา วันนึงเขาคงคิดได้และเปลี่ยนตัวเองบ้าง.....ดูผู้ชายดูให้ลึก ดูถึงความอบอุ่นในครอบครัวพ่อแม่เขา การได้รับการเลี้ยงดูแต่เด็ก การใช้ชีวิตของเขาตั้งแต่เด็ก แล้วจะพอสรุปได้ค่ะว่าเขาเป็นคนแบบไหน ต้องการอะไรในชีวิต จิตใจเป็นอย่างไร เป็นแฟนกันมาตั้งนานเขาคงคุยให้ฟังบ้างน่ะค่ะ และที่สำคัญลองพากันเข้าวัด พบพระธรรม พบศาสนาบ้างน่ะค่ะ ทีนี้คุณต้องตัดสินใจเอาเองไหวมั้ยเพราะคุณคบและรู้จักเขาที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4  / พ้นน้ำ / 18 ม.ค. 2552 22:01 น. 



ให้อภัยได้ให้อภัยเถอะครับ ถ้าไม่เบียดเบียนจิตใจตนเอง ผมไม่รู้ว่าคุณ เชื่อเรื่องกรรมเก่าหรือเปล่า แต่การที่จะเป็นคู่ครองกันได้ ต้องทำบุญร่วมกันมานะครับ ไม่ใช่อยู่ดีๆก็จะเป็นสถาบันครอบครัวครับ ผมเห็นมาเยอะแล้ว ดูใจกันมานาน ไปนอนพักบ้านผู้ชายอยู่หลายปีไม่ได้แต่ง พอแต่งงานเพราะผู้ชายบอกว่าต้องแต่งงานให้เกียตริผู้หญิง ก็เห็นเป็นการดีครับ ปรากฏว่าบุญกรรมที่ทำร่วมกันมาคงหมดลงกระมั่ง สรุปก็ต้องเลิกลาหย่าร้างกันไปครับในเวลาเพียง2ปี คำแนะนำ คุณใช้สติพิจารณา พูดคุย อย่างมีเหตุผล เราชาวพุทธ พระพุทธองค์ทรงสอนให้ใช้ปัญญาและสติ อย่าใช้อารมณ์มาตัดสินปัญหาครับ ส่วนจะเลิกกันหรือไม่เลิกกัน มีคำตอบปลายทางอยู่แล้วครับ (ลองอ่านในเวปดูก็รู้ครับว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ประสบปัญหาต่างๆแล้วแต่กรรมแล้วแต่วาระ)
ปล.ผมใช้ชีวิตครอบครัวแต่งงานมา17ปีแล้วครับ ยอมรับว่ามีปัญหากันอยู่บ้าง แต่ถ้าต่างคนต่างมีเหตุผล ไม่มีใครเป็นเจ้าของใคร รักได้แต่อย่าหลง รักอย่างมีเหตุมีผล รักในความดีที่มอบซึ่งกันและกัน ปล่อยวางบ้างในสิ่งอันควร ในสิ่งที่เหมาะสม เค้าเรียกว่ารักเป็นครับ ชีวิตคู่จริงๆปลายทาง จะเหมือนเป็นเพื่อนคู่ชีวิตกันหรือญาติคนนึงมากกว่าคำว่า "สามีภรรยา"ครับ
ทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ โปรดใช้วิจารญาณในการตัดสินใจ ใช้สติแล้วจะเกิดปัญญาครับ

ความคิดเห็นที่ 5  / ปิยะ / 19 ม.ค. 2552 21:53 น. 



ขอบคุณ คุณพ้นน้ำ และคุณปิยะ น่ะค่ะ ดิฉันคิดแล้วว่าชาติที่แล้วคงไปทำกรรมอะไรกับเขาไว้ ชาตินี้เขาถึงมาเอาคืน ดิฉันตัดสินใจที่จะให้โอกาสตัวเอง ให้อภัยเขา และอโหสิกรรมให้เขา ตอนนี้ดิฉันรู้แล้วค่ะว่าดิฉันทิ้งพ่อผู้ให้กำเนิดไป 10 ปี เพื่อไปดูแลใครคนนั้นที่เขาไม่เคยสนใจด้วยซ้ำว่าดิฉันจะรู้สึกยังไง จะเป็นยังไง ทุกวันต้องร้องไห้ทุกวัน ต้องโดนเขาตะคอกทุกวัน ต้องรับภาระค่าอะไรของเขาอีกตั้งมากมาย เงินส่งแชร์เขาก็เปียเอาไปใช้หมด ไม่เคยสนใจด้วยว่าดิฉันจะมีกินมั้ย เงิน 500 บาท สุดท้ายที่มีก็เอาให้เขา ตัวเองต้องกินข้าวกับน้ำปลา มันทรมานมากเลยค่ะ เวลาไม่มีเงินก็กลับมาบ้าน เจอพ่อถามว่ามีเงินใช้ไหม เอาเงินที่พ่อไปก่อนซิ ฉันเหมือนลูกอกตัญญูเลยค่ะ เวลามีไม่เคยให้เขาใช้ แต่เวลาไม่มีต้องเอาเงินมาใช้ ทำให้รู้สึกผิดมากเลย ตอนนี้ฉันรู้แล้วค่ะว่า ฉันควรที่จะกตัญญูต่อพ่อ (แม่เสียชีวิตแล้วค่ะ) โดยการเรียนปริญญาใบที่ 2 (นิติศาสตร์) จบแล้วก็จะต่อเนฯ และจะสอบ อัยการ ผู้พิพากษา ถ้ามีโอกาส ฉันจะทำอะไรเพื่อให้พ่อได้ภูมิใจบ้าง ทุกวันดิฉันสวดมนต์ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร เผื่อจะบรรเทาเคราะห์กรรมลงไปได้บ้าง ตั้งแต่สวดมนต์ดิฉันรู้สึกนอนหลับสบายขึ้นเยอะ จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน อ่านหนังสือ (กฎหมาย) แล้วทำให้เข้าใจและจำได้ดียิ่งขึ้น ขอบคุณทุกคนมากน่ะค่ะที่ให้คำแนะนำ

ความคิดเห็นที่ 6  / wimonphan / 20 ม.ค. 2552 17:49 น. 



ขอให้คุณโชคดีและสมหวังในทุกๆเรื่องที่ตั้งใจทำและหวังน่ะค่ะ ดิฉันเข้าใจความรู้สึกและจิตใจของคุณ ทำบุญไหว้พระสวดมนต์เยอะๆนะค่ะ วันนึงหมดกรรมคงจะได้รับอะไรดีๆบ้าง ถ้าเขาไม่กลับตัวแรงบุญจะพาคุณหลุดจากจุดนี้เอง หรือแรงบุญอาจทำให้เขาได้รับและเห็นแสงสว่างขึ้น เอาใจช่วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7  / พ้นน้ำ / 20 ม.ค. 2552 21:54 น. 



สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้น สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับเป็นธรรมดา ภาวนาให้ขึ้นใจ

ความคิดเห็นที่ 8  / สีลวัฒน์ / 21 ม.ค. 2552 13:17 น. 



เป็นกำลังใจให้กับพี่ที่กำลังท้อแท้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9  / ลูกหมู / 21 ม.ค. 2552 17:41 น. 



ผมว่าคุณต้องตอบแทนคุณบิดา ให้มาก ๆ ครับ
และผลกรรมดีอันนี้เอง จะช่วยทำให้ทุกอย่างในชีวิต
ของคุณดีขึ้น

รักพ่อ รักแม่ ก่อนที่จะรักใคร
อย่าทอดทิ้งท่าน กลับไปดูแล ปรนิบัติท่าน
ในยามแก่ชรา ครับ อย่าไปสนใจแฟนมากนัก
พ่อ แม่ ต้องมาก่อนครับ

แฟนคุณ ผมคิดว่า เป็นคนขี้โมโหครับ
ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ ไม่มีเหตุผล
แถมเจ้าชู้ อีกต่างหาก ถ้าคบกันต่อไป
คุณจะทุกข์ใจแบบนี้อีก
ผมถือว่า ทำผิดหลายครั้งมากครับ

คนขี้โมโห อย่างไรเสีย มันก็จะโมโห
มันเป็นนิสัยติดตัวมานาน อาจนานจากอดีตชาติได้ครับ
จะให้เปลี่ยนกันง่าย ๆ นั้นทำได้ลำบาก
ต้องใช้ การปฏิบัติธรรม เท่านั้น
อยู่ที่ว่าคุณจะอดทนได้ไหม แต่ความรัก
ที่เป็นความอดทนแบบนี้ มันจะมีความสุขได้อย่างไร

สามีที่ดีต้อง เป็นคนรักครอบครัว
พูดจากันด้วยเหตุผล เกรงใจภรรยา
หนักนิดเบาหน่อย ก็ต้องให้อภัยกัน
ไม่ถือโทษ โกรธเคือง รับผิดชอบต่อหน้าที่งาน
ไม่ติดเหล้า ติดยา

ขอให้คุณพ้นจากทุกข์โดยเร็วครับ


ความคิดเห็นที่ 10  / julonk / 22 ม.ค. 2552 18:16 น. 



ความรักคือความทุกข์ สุดท้ายทุกข์ที่สุดคือการพรัดพราดจากกันไป (เสียชีวิต) แน่นอนพูดอย่างนี้ดูใจดำเกินไป แต่ความใจดำและคำพูดเช่นนี้จะทำให้คุณไม่ต้องทุกข์อีกต่อไป ความรักมีมากมายหลายแบบ รักพ่อรักแม่ รักตัวเอง เป็นรักที่ประเสริฐสุดนะค่ะ แต่ถ้าคุณคิดว่ายังตัดเขาไม่ได้ไม่เป็นไร เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวคุณ จะเจ็บจะทุกข็อย่างนี้ไปอีกนานไหน ตัวคุณเองให้คำตอบได้ดีที่สุด แต่ก็ต้องชื่นชมนะค่ะว่าอย่างน้อยคุณยังประคองตัวคุณเองได้ โดยไม่สติแตกหรือเเกดรื่องไม่คาดฝันขึ้น เอาอย่างนี้ดีไหม ลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดู เช่นการปฏิบัติธรรม การศึกษาพระอภิธรรม เหล่านี้ช่วยคนพ้นทุกข์มาเยอะแล้วนะค่ะ ลองทำดู

เป็นกำลังใจให้เสมอนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11  / ศรีวิไล อนันต์สุข / 15 พ.ค. 2552 18:37 น. 

 เปิดอ่านหน้านี้  2607 

 ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น


กรุณาล๊อกอินสมาชิกเว็บธรรมะไทยก่อนครับ... Login


  แสดงความคิดเห็น


Go to top


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย