ขอปรึกษาครับผมตกงาน T_T

 โก้   

กลุ้มใจครับผมตกงานมานานมากแล้วหางานไม่ได้สักทีทั้งๆที่เราก็ ตักบาตร บูชาพระ นั่งสมาธิภาวนา เกือบทุกวันไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านทุกวันอาทิตย์รักษาศีล5เป็นปกติรักษาศีล8ทุกวันพระแต่ทำไมชีวิตของเราจึงแย่ลงครับท้อใจมากเลยครับตอนนี้




น่าเห็นใจท่านผู้ถามมากครับ..และอนุโมทนาในการเจริญกุศลต่างๆครับ

ภาวะการตกงานของผู้คนนับแต่นี้ ก็จะเพิ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะกิจการหลายๆแห่งกำลังทะยอยปิดตัวลง
ความเดือดร้อนนานาประการก็จะถาโถมเข้าใส่มหาชนหมู่มาก ข้าวยากหมากแพง คนพาลเช่นโจรก็จะมากขึ้น คนเครียดมากขึ้น ต้องเจ็บป่วยมากขึ้น บางคนแก้ทุกข์ผิดทางก็หันไปดื่มเหล้า หรือติดยาเสพติด เพื่อให้ลืมความทุกข์ของตน
พึงทราบว่า ผล นี้ว่า ... เกิดเพราะเหตุที่ตนเองเคยทุศีลมาก่อนในอดีต...โภคะหรือสมบัติที่เคยได้ก็อันตรธานหายไปในอาการต่างๆ
และแม้ปัจจุบัน ก็ยังอาจจะมีการเบียดเบียนผู้อื่นอยู่ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอันใด..ตรงนี้ ต้องสำรวจตรวจตราความเป็นไปของตนเองให้ดีๆ
และหรือ การที่ตนเองมีพฤติกรรม ที่เป็นปัจจัยแก่ผลบาปอย่างนี้ให้ส่งผลโดยสะดวก ก็ได้แก่ ความเกียจคร้าน, หนักไม่เอา เบาถึงจะสู้ , อู้งาน, มักเป็นคนผิดวินัย,ความเป็นผู้ว่ายาก, ความไม่รู้จักพอ, ความเห็นแก่ตัว, การทุจริต, หรือความไม่ฉลาดในการงานของตน, สะเพร่า, ไม่ซื่อสัตย์ ,หรือเป็นตัวสร้างปัญหาแก่ส่วนรวม ฯลฯ
ปัจจัยอันใดอันหนึ่ง หรือหลายๆอย่างตามที่ได้กล่าวมานี้ พบได้ว่า เป็นสาเหตุให้ตกงานได้

เหตุเก่า แก้ไม่ได้ ... ดังนั้นพึงให้ความสำคัญเหตุใหม่ในปัจจุบัน ว่า ตนเองนั้นบกพร่องด้วยเรื่องอันใด
ในยามที่ เป็นยุคเฟื่องฟู ....กิจการหลายๆแห่ง ก็ล้วนทะยานไปข้างหน้า วิ่งให้ทันกับความเร็วของตลาด ดังนั้น แม้กิจการเหล่านั้น จะมีเจ้าหน้าที่ที่บกพร่อง หรือไม่เหมาะสมอยู่บ้าง พบได้ว่า พวกองค์กรเหล่านั้น เขาก็ยอมปล่อยให้เป็นไป เพราะต้องใช้ความเร็ว ไม่มีเวลาจอดรถ (คล้ายๆอย่างนั้น)
พอเศรษฐกิจชะลอตัว โดยเฉพาะชะลอตัวอย่างรุนแรง ก็จะเกิดภาวะแรงเฉื่อยเกิดขึ้น ....ตอนนี้เอง ที่หลายๆแห่งเริ่มกลับมารัดเข็มขัด มาปรับปรุงการทำงาน การตรวจสอบถี่ยิบก็เกิดขึ้น การพิจารณาความเหมาะสม การจ้างงานในบุคคลที่ประโยชน์น้อยหรือน้อยมากก็จะถูกปัดฝุ่นขึ้นมาพิจารณา อย่างมากมาย
คนที่แฝงตัวในรูปแบบที่ว่ามาก็จะถูกเพ่งเล็ง หรือไม่ก็คาดโทษ ในที่สุดก็ถูกไล่ออกจากงาน ก็มี ....นี่เป็นการตกงาน ประเภทหนึ่งได้

อีกประเภทหนึ่ง คือความไม่รู้จักพอ..มีหลายคนชอบกระโดดเปลี่ยนงาน โดยเฉพาะคนที่มีความเก่งมาก เพราะอาจจะมีความฝันของตนเอง ก็เปลี่ยนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเสมอๆ พยายามจะเติบโตอย่างรวดเร็วเหมือนไม้ตอน ..ให้ผลเร็ว แต่ไม่มีรากแก้ว
รากแก้วคือ ความผูกพันแน่นหนา ความจงรักภักดีซึ่งกันและกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง..เหมือนแผ่นดินเก่า ย่อมยึดเหนี่ยวรากแก้วของไม้ใหญ่ไว้ ฉันใด ...ความผูกพัน ความเยื่อใยในกันและกันของนายจ้าง กับลูกจ้างที่ซื่อสัตย์ ก็ฉันนั้น
ในบางคนกระโดดแล้ว โตทันใจ... ในปีต่อๆไป ก็ปรารถนาที่จะได้อัตราความเติบโตที่ดีกว่าเดิม หรืออย่างน้อยๆก็ต้องดีในอัตราส่วนเท่าๆเดิม ความคาดหวังอย่างนี้ก็เกิดขึ้นมา..คราวนั้น หากไม่ได้รับผลที่ตนพอใจ ก็ผิดหวัง ก็หาทางกระโดดใหม่ ไต่ไปเรื่อยๆ... ในที่สุด ก็ถึงจุดอับเพราะไม่มีที่ให้โต เพราะทุกอย่างมีจุดอิ่มตัวทั้งนั้น
นี่ก็เป็นภาวะตกงาน อีกประเภทหนึ่งได้ ....ตนเองนั่นแหละไม่พอ เมื่อไม่พอก็ไม่ทน ทนไม่ได้ ยอมรับไม่ได้..ต้องลาออกไป และไปที่ใหม่ก็ไม่ถูกใจเพราะไม่ได้ดั่งใจ..ในที่สุดก็เลยตกงานก็มี..

ดังนั้น ให้ท่านผู้ถามสำรวจปัญหาของท่านผู้ถามเองว่าตกในภาวะอันใด เช่น ตกงานเพราะเลิกกิจการ ...อย่างนี้ ให้ดูเรื่องศีลปัจจุบันของตนเอง และให้รู้ว่าเป็นวิบากกรรมเก่าที่ไม่ดีหนุนมาด้วย ต้องยอมรับ....
หรือตนเองมีข้อบกพร่อง ที่ไม่สมประสงค์ขององค์กร ต้องรีบเปลี่ยนทัศนคติ และปรับปรุงตนเอง
หรือในที่สุด ก็ต้องเป็นคนพอเป็น ไม่เลือกงาน สิ่งเหล่านี้ ผลไม่ดี นั้น ไม่ควรจะเกิดเพราะ "ความพยายามผิด" ของตนเอง..

เมื่อพบจุดที่ต้องแก้ ก็แก้ไขให้ตรงจุด ..การเฝ้าวิตกกังวลทุกข์ร้อนไม่ก่อประโยชน์เลย เพราะใจที่เสีย ไม่สามารถทำผลที่ดีให้เกิดเป็นผลได้
ดังนั้น ควรเริ่มต้นจากการสอดส่องพิจารณาจุดด้อย จุดดีของตน แล้วตั้งใจหางานทำ โดยไม่เกี่ยงงาน.... เล็กได้เป็นอย่างยอมรับในสถานการณ์ที่เหลือพื้นที่ หรือตัวเลือกน้อยลงอย่างนี้

ขอให้มั่นใจในการทำกุศลและประพฤติธรรม เพราะธรรมะย่อมรักษาเราผู้ประพฤติครับ แม้อกุศลวิบากจะมีกำลังแรงอยู่เวลานี้ แต่ไม่มีอะไรที่คงที่ถาวรตามกฏแห่งไตรลักษณ์ สถานการณ์ที่คิดว่าแย่มากๆนี้จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นในวันหนึ่ง ขอให้ได้พบสิ่งอันพึงประสงค์ครับ



สาธุครับ คุณ ddman

ผมก้อเป็นคนหนึ่งที่ตกงาน
คงเป็นวิบากกรรมของผมเอง
ทุกวันนี้ผมก็ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิวันละ 10-20นาที
หวังว่าสักวัน วิบากกรรมจะผ่านพ้นไปได้ครับ





เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตคนทุกคนนั้นจะมองเพียงแค่ชาติเดียวไม่ได้ ภพชาติของทุกคนยาวนานมากนัก ในอดีตไม่สามารถที่จะล่วงรู้ได้ว่าเคยทำอะไร แก่ใครไว้บ้าง แต่ไม่ควรไปคำนึงถึงอดีต กรรมที่ทำแล้วก็เป็นอันทำ ปัจจุบันเท่านั้นสำคัญที่สุด มีสติระลึกรู้เท่าทันความคิดทุกขณะ อย่าท้อถอยในการทำความดี เมื่อถึงเวลาแล้วทุกอย่างก็จะลงตัว.......วันนั้นก็จะเป็นวันที่เราได้ประกาศสัจจะ (ความจริง) ที่ว่า ทำดีได้ดี ให้ปรากฏชัดแก่ตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างภาคภูมิใจ...........ขอจงประสบผลในสิ่งที่มุ่งหวังเทอญฯ


สวัสดี คุงพี่ที่ไม่มีงานทำ อยากให้พี่ทำใจให้สบายค่ะ ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ทุกคนย่อมตกงาน แต่นู๋ไม่ตกงานนะก่ะ คุงพี่ลองเข้าไปตามเวปไซต์รับสมัครงานค่ะ หรือไม่ก็เวปของกรมจัดหางานเลยก็ได้ค่ะ คิดว่าน่าจะมีบริษัทที่เค้าต้องการคนอยู่บ้าง อย่างบริษัทที่นู๋ทำอยู่เค้าก็รับพนักงานใหม่เหมือนกันนะคะ แต่เป็นกำลังใจให้พี่ๆ ทุกคน ขอให้รักษาศีล เจริญภาวนา แล้วก็ทำบุญกันเยอะๆ นะก่ะ เจริญในธรรมทุกท่านค่ะ(ขอให้พี่ได้งานทำกันทุกคนเจ้าค่ะ)


ผลบุญกุศลที่คุณทำในวันนี้จะส่งให้คุณมีทางเลือกที่ดีในชีวิต
วันนี้ผมก็ตกงานเช่นเดียวกับคุณ
แต่ผมมีโอกาสได้สร้างบุญกุศล ด้วยการช่วยเหลือผู้คนให้เขามีชีวิตที่มีความสุข
และนั่นก็ส่งผลให้เราสามารถอยู่ได้ในสังคมอย่างมีความสุขจากผลตอบแทนที่เราได้ช่วยเขาไว้ ถ้าคุณปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้คน และมันสามารถส่งผลตอบแทนให้คุณมีความสุขได้ด้วย ผมยินดีช่วยเหลือคุณด้วยเช่นกัน
แบ่งปันบุญครับ 089-2002505


ดิฉันมีประสบการณ์จากการตกงาน 4 ปีเต็ม ในระหว่างที่ตกงานดิฉันมาปฏิบัติธรรมที่สวนโมกเข้าคอร์ดมาตลอด ดิฉันกลับขึ้นกรุงเทพไปพักกับน้องสาว ซึ่งน้องสาวยังเรียนปริญญาตรีอยู่ กลางคืนนึกถึงหลวงพ่อพุทธทาส และขอกับท่านให้ได้งานใกล้วัดสวนโมกจะได้มาปฏิบัติธรรม จนถึงปี 2540 ที่วิทยาลัยสังกัดอาชีวศึกษาได้เปิดสอบ ดิฉันเข้าสอบบังเอิญสอบได้และได้มาทำงานใกล้กับสวนโมก หลังจากเข้าทำงานดิฉันได้ทำบุญเลี้ยงพระที่สวนโมกในวันที่ 9 กันยายน 2540 ทุกวันนี้ดิฉันยังเชื่อว่าหลวงพ่อพุทธทาสยังไม่ตาย แต่กายสังขารแตกดับ แต่จิตท่านยังไม่ดับ ทุกๆ วันเสาร์ดิฉันมาฟังธรรมลานหินโค้งตลอดจน คุณแม่ไม่สบายต้องอยู่ดูแลท่าน ตอนนี้ครอบครัวของดิฉันย้ายมาอยู่ที่อำเภอไชยา นี้เป็นสิ่งที่ดิฉันถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะคนเราจะหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยเหตุที่ดีด้วย ดิฉันเชื่อหลวงพ่อพุทธทาสท่านสอนว่า ทุกย่างอยู่ที่เราต้องสร้างเหตุที่ดี และผลที่ตามมาก็จะดี อย่ารอคอย แต่ให้เราพยายามด้วยตัวเอง เมื่อได้เราจะมีความภาคภูมิใจในสิ่งที่กระทำไป


 เปิดอ่านหน้านี้  3046 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย