ความตั้งใจที่ติดลบ

 Vipawee   

คนเราทุกคนยอมมีความตั้งใจแตกต่างกันไป บางคนตั้งใจที่จะช่วยเหลือในพระพุทธศาสนา บางคนก็ตั้งใจมาหาผลประโยนช์กับพุทธศาสนา พระสงฆ์บางรูปก็ใช้ศาสนาทำมาหากิน โดยไม่ได้ศรัทธากับมาขวางญาติโยมที่เข้าช่วยเหลือทางวัดด้วยความตั้งใจ อย่างนี้แล้ววัดจะมีคนเข้าไปทำบุญหรือเปล่า เพราะเข้าไปแล้วเจอแต่สิ่งที่ไม่ดี ความตั้งใจก็เลยติดลบ




คิดซะว่าใครทำอย่างไรก็ได้ผลอย่างนั้นน่ะค่ะ อะไรดีไม่ดีอย่างไร ถูกไม่ถูกอย่างไร เป็นความเห็นของคน ๆ นั้นค่ะ ไปตีค่าว่าอะไร ๆ ก็เป็นการสาวความให้ยืดยาวไปอีก ถ้าเค้าพูดดี ทำถูกใจเรา เราก็แค่ โมทนาสาธุกับเค้า หากทำมาไม่ตรงกัน ก็ลองพิจารณาดูเอาเองก่อน ถ้ามีโอกาสก็บอกกล่าวเล่าแจ้งกันได้ ฟังไม่ฟังนั้นอีกเรื่องหนึ่ง การเอาใจไปติดลบเช่นนี้ ก็เท่ากับเอาใจไปผูกติดกับเค้านะคะ เป็นผลให้สร้างภพ สร้างชาติไปได้อีกมากมาย ความจริงมันก็เป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยใช่ไหมคะ คนเค้าทำแบบนั้น เค้าก็ได้ผลแบบนั้น แต่เรากลับทุกข์ซะเอง

เราก็ทำเท่าที่เราทำได้ค่ะ เห็นอะไรดี ๆ ก็ทำไป ผู้ที่เห็นถูกท่านไม่ทวนกระแสโลกนะคะ ถือซะว่ามันก็อาจจะเป็นกรรมของคนที่ร่วมเห็นทางผิดเองน่ะค่ะ แต่ก็อย่าพึ่งท้อแท้ใจไปเลยค่ะ คนที่เห็นถูกก็มีอีกเยอะแยะมากมาย สำหรับผู้ที่ตั้งใจใฝ่ดียังมีโอกาสอีกมากค่ะ


mina DT08256 [30 พ.ย. 2551 12:49 น.] คำตอบที่ 1
..........................

อนุโมทนาด้วยครับ


เป็นเรื่องปกติของจิตใจซึ่งเป็นนามธรรมนั้น นับเป็นสิ่งรู้ได้ยาก เพราะเปลี่ยนแปลงรวดร็วประการหนึ่ง และมีความละเอียดลุ่มลึกประการหนึ่ง ...
แม้จะรู้สึกได้แต่ก็หาได้ทราบเหตุผลของใจได้ไม่ นอกเสียจากเป็นคนที่มีอัธยาศัยแยบคายเป็นธาตุมาแต่เกิด หรือไม่ก็ผู้ที่เรียนพระอภิธรรม และหรือผู้ปฏิบัติธรรมในภาควิปัสสนา เพราะได้การศึกษาเรื่องปรมัตถธรรมมาแล้วเป็นอย่างดี ดังนั้นความรู้สึกของท่านผู้ถาม จึงถือเป็นเรื่องปกติ
ก็ขอให้ท่านพึงสังเกตเรื่องต่อไปนี้ว่า เหตุผลของสภาพธรรมนี้มีปัจจัยอะไรในประเด็นต่อไปนี้เกี่ยวข้องหรือไม่...?

๑. การที่เรามีความตั้งใจที่จะทำอะไรมากๆนั้น ความตั้งใจนั้นมักมีตัณหาเข้าอาศัยได้ง่ายๆ ตัณหาก็คือความมุ่งหวังเอาผลที่ปรารถนาในใจลึกๆนั่นเอง
เมื่อไม่สมใจปรารถนา หรือได้ไม่เท่าถึงใจที่ตั้งกะเกณฑ์เอาไว้ ความรู้สึกผิดหวังลึกๆก็เกิดขึ้น กลายเป็นความรู้สึกที่เป็นไปกับโทสะอ่อนๆ หาความอิ่มอกอิ่มใจไม่ได้ อย่างนี้ชื่อว่า อปรเจตนาเสีย ทำให้กุศลที่ทำนั้นพร่องไปเพราะโทสะเกิดขึ้นภายหลัง...
หากผลของบุญนี้ส่งผล ย่อมกระทำให้เวลาได้สมบัติหรือทรัพย์ หรืออะไรก็แล้วแต่มาเชยชม ย่อมปรากฏความทุกข์ใจในภายหลังติดตามมา หรือเป็นผู้มักจะประสบความทุกข์ยากในวัยชรา
ดังนั้นให้รู้เหตุผลว่า เป็นไปกับความผิดหวังในเรื่องอะไร แล้วรีบโยนิโสมนสิการกลับทางกุศลให้เกิดโดยปรารภว่า แม้การตั้งความหวังนั้นก็เป็นเรื่องของอกุศล เราพึงเว้น เมื่อไม่หวัง ความผิดหวังก็ไม่ปรากฏ อะไรที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ เขาเป็นเพราะเหตุปัจจัยในอดีตหนุนหลังมา ก็เป็นเรื่องของเขา....
แต่เราผู้กระทำบุญนั้น บุญสำเร็จลงแล้วด้วยดี เพราะได้ไปพบแล้ว ได้ถวายทานแล้ว หยั่งศรัทธาของตนเองลงแล้วในพระพุทธศาสนาแล้ว เราไม่ควรยึดติดในวัดวาอาราม หรือเจ้าคณะ เจ้าอาวาส พระที่เราศรัทธาเป็นพิเศษ เพราะศรัทธาที่ไม่ประกอบปัญญานั้นย่อมกลายเป็นปัจจัยแก่ตัณหาได้ง่ายมาก เรื่องราวก็เลยจบลงด้วยความผิดหวังอย่างนี้ เป็นเรื่องมิควรเลย..... เพราะทำให้จิตของเราตกไปกับบาปอย่างน่าเสียดาย เราพึงเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งเถิด อย่ายึดถือในตัวบุคคลดีกว่า...
จากนั้นความอิ่มใจในบุญที่เกิดแล้วอย่างแท้จริง ก็จะเกิดขึ้นได้ เพราะเรารู้ว่า เราทำกุศลในพระพุทธศาสนา มิได้ทำกุศลในสมมุติสงฆ์รูปใดรูปหนึ่ง
๒. พึงระวังในเรื่องความศรัทธาที่ง่ายต่อตัณหาจะเข้าอาศัย
๓. อะไรเป็นเหตุขัดข้องในระหว่างการเจริญกุศล พึงรู้แล้วรีบโยนิโสมนสิการให้ใจยอมรับให้เป็น ความอาลัยในเรื่องมิควรก็จะยุติลงไป
๔. ต่อแต่นี้ หากจะเจริญกุศลใดๆ ก็พึงวางใจให้ถูกเสียแต่แรก อย่าไปคาดหวังเอาผล หรือแม้แต่ไม่ควรคาดหวังว่าจะต้องได้พบพระที่ตนนับถือ จะได้ฟังธรรมอันเป็นเครื่องปลื้มใจอย่างที่หวัง...
เพราะการจะได้พบ หรือได้ยิน ได้ฟัง ได้กลิ่น ได้สัมผัสกับอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น ย่อมเป็นผลจากวิบากกรรมเก่าทั้งสิ้น
หากเป็นไปด้วยอำนาจอกุศลกรรมเก่าส่งผล การเห็น การได้ยินฯนั้นย่อมเป็นเรื่องไม่ดี รับอารมณ์ที่ไม่ดีโดยสภาวะ
หากกุศลกรรมเก่าส่งผล การเห็นก็ดี การได้ยิน ฯ ก็ดี ย่อมเป็นไปกับอารมณ์ที่ดีโดยสภาวะ
ดังนั้นก็ไม่ควรผิดหวัง ถ้าเรื่องนี้จะมีที่ผิด ก็ผิดตรงที่เราใส่ความหวังไปไปแต่แรกไว้มาก เมื่อมีหวังก็ต้องผิดหวังเป็นธรรมดา ส่วนเรื่องวิบากนั้นเขาเป็นไปตามอำนาจเหตุปัจจัย ใครเล่าจะบังคับบัญชาได้ หากผู้ที่พยายามกระทำเช่นนั้น ก็ย่อมประสบทุกข์ในเวลาต่อมานั่นแหละ
ดังนั้นพึงรู้เหตุ รู้ผล รู้เรื่องกรรมใหม่ เรื่องวิบากเก่า ไม่พัวพันกัน ย่อมไม่ฝั้นเฝือ ย่อมเป็นผู้เข้าใจในสภาวะธรรมและวางใจได้อย่างถูกต้อง


 เปิดอ่านหน้านี้  2895 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย