มุนีสูตร ฯ

 พญามาร   

ภัยเกิดแต่ความเชยชม ธุลีคือราคะ โทสะ และโมหะย่อมเกิดแต่ที่อยู่
ที่อันมิใช่ที่อยู่และความไม่เชยชมนี้แลพระพุทธเจ้าผู้เป็นมุนีทรงเห็น
(เป็นความเห็นของมุนี)ผู้ใดตัดกิเลสที่เกิดแล้ว ไม่พึงปลูกให้เกิด
ขึ้นอีก เมื่อกิเลสนั้นเกิดอยู่ ก็ไม่พึงให้หลั่งไหลเข้าไป บัณฑิตทั้งหลาย
กล่าวผู้นั้นว่าเป็นมุนีเอก เที่ยวไปอยู่ ผู้นั้นเป็นผู้แสวงหาคุณอันใหญ่
ได้เห็นสันติบท ผู้ใดกำหนดรู้ที่ตั้งแห่งกิเลสฆ่าพืชไม่ทำยางแห่งพืช
ให้หลั่งไหลเข้าไป ผู้นั้นแลเป็นมุนีมีปรกติเห็นที่สุดแห่งความสิ้นไป
แห่งชาติ ละอกุศลวิตกเสียแล้ว ไม่เข้าถึงการนับว่าเป็นเทวดาและ
และมนุษย์ ผู้ใดรู้ชัดภพอันเป็นที่อาศัยอยู่ทั้งปวง ไม่ปรารถนาภพอัน
เป็นที่อาศัยอยู่เหล่านั้นแม้ภพหนึ่ง ผู้นั้นแลเป็นมุนี ปราศจากกำหนัด
ไม่ยินดีแล้ว ไม่ก่อกรรม เป็นผู้ถึงฝั่งโน้นแล้วแล อนึ่งผู้ครอบงำธรรม
ได้ทั้งหมด รู้แจ้งธรรมทุกอย่าง มีปัญญาดีไม่เข้าไปติด (ไม่เกี่ยวเกาะ)
ในธรรมทั้งปวง ละธรรมได้ทั้งหมด น้อมไปแล้วในธรรมเป็นที่สิ้น
ตัณหา นักปราชญ์ย่อมประกาศว่าเป็นมุนี อนึ่ง ผู้มีกำลังคือปัญญา
ประกอบด้วยศีลและวัตร มีจิตตั้งมั่น ยินดีในฌาน มีสติ หลุดพ้นจาก
เครื่องข้อง ไม่มีกิเลสดุจหลักตอ ไม่มีอาสวะ นักปราชญ์ย่อมประกาศ
ว่าเป็นมุนี หรือผู้เป็นมุนี (มีปัญญา) ไม่ประมาท เที่ยวไปผู้เดียว
ไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริญ ไม่สะดุ้งหวาดเพราะโลกธรรม
เหมือนราชสีห์ไม่สะดุ้งหวาดเพราะเสียง ไม่ข้องอยู่ในตัณหาและทิฐิ
เหมือนลมไม่ข้องอยู่ในตาข่าย ไม่ติดอยู่กับโลก เหมือนดอกบัวไม่ติด
อยู่กับน้ำ เป็นผู้นำ ไม่ใช่ผู้ที่ใครๆ อื่นจะพึงนำไปได้ นักปราชญ์
ย่อมประกาศว่าเป็นมุนี หรือแม้ผู้ใดไม่ถึงความยินดีหรือยินร้าย ใน
เรื่องที่ผู้อื่นกล่าววาจาด้วยอำนาจการชมหรือการติ เหมือนเสามีอยู่ที่ท่า
เป็นที่ลงอาบน้ำ ผู้นั้นปราศจากราคะ มีอินทรีย์ตั้งมั่นดีแล้ว นักปราชญ์
ย่อมประกาศว่าเป็นมุนี หรือแม้ผู้ใดแลดำรงตนไว้ซื่อตรงดุจกระสวย
เกลียดชังแต่กรรมที่เป็นบาป พิจารณาเห็นกรรมทั้งที่ไม่เสมอและที่
เสมอ (ทั้งผิดทั้งชอบ) ผู้นั้นนักปราชญ์ย่อมประกาศว่าเป็นมุนี หรือ
แม้ผู้ใดยังหนุ่มแน่นหรือปูนกลาง สำรวมตนไม่ทำบาป เป็นมุนี มี
จิตห่างจากบาป ไม่โกรธง่าย ไม่ว่าร้ายใครๆ ผู้นั้นนักปราชญ์ย่อม
ประกาศว่าเป็นมุนี หรือแม้ผู้ใดอาศัยอาหารที่ผู้อื่นให้เป็นอยู่ ได้ก้อน
ข้าวแต่ส่วนที่ดีส่วนปานกลางหรือส่วนที่เหลือ ไม่อาจจะกล่าวชม
ทั้งไม่ กล่าวทับถมให้ทายกตกต่ำ ผู้นั้นนักปราชญ์ย่อมประกาศว่าเป็นมุนี
หรือแม้ผู้ใดไม่หมกมุ่นอยู่ในรูปแห่งหญิงอะไรๆที่กำลังเป็นสาวเป็นผู้รู้
เที่ยวไปอยู่ ปราศจากความยินดีในเมถุน ไม่กำหนัด หลุดพ้นแล้ว
จากความมัวเมาประมาทผู้นั้นนักปราชญ์ย่อมประกาศว่าเป็นมุนี หรือ
แม้ผู้รู้จักโลกเห็นปรมัตถประโยชน์ ข้ามพ้นโอฆะและสมุทร เป็นผู้คง
ที่ตัดกิเลสเครื่องร้อยรัดได้ขาดแล้ว อันทิฐิหรือตัณหาอาศัยไม่ได้แล้ว
ไม่มีอาสวะ ผู้นั้นนักปราชญ์ย่อมประกาศว่าเป็นมุนีคนทั้งสองไม่เสมอ
กัน มีที่อยู่และความเป็นอยู่ไกลกัน คือคฤหัสถ์เลี้ยงลูกเมีย ส่วน
ภิกษุไม่ยึดถือว่าเป็นของเรามีวัตรงาม คฤหัสถ์ไม่สำรวมเพราะบั่นรอน
สัตว์อื่น ภิกษุเป็นมุนี สำรวมเป็นนิตย์ รักษาสัตว์มีชีวิตไว้ นกยูง
มีสร้อยคอเขียว บินไปในอากาศ ยังสู้ความเร็วของหงส์ไม่ได้ในกาล
ไหนๆ ฉันใด คฤหัสถ์ทำตามภิกษุผู้เป็นมุนี สงัดเงียบเพ่งอยู่ในป่า
ไม่ได้ ฉันนั้น ฯ




 เปิดอ่านหน้านี้  2694 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย