ทำอย่างไรดี

    

ลูกชายกินเหล้าแล้วชอบด่าพ่อ แม่ ทำลายข้าวของอยากทราบว่าทำ กรรมอะไรมา และไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ช่วยหาวีธีให้ด้วยจนหนทางจริงๆขอบพระคุณท่าน
จากแม่ที่รักลูก




ใช้วาจาหวานหู ไม่รู้หาย
วาจากล่าว ให้ลูกชาย ได้รู้เห็น
พ่อและแม่ กว่าจะสร้่าง เจ้่ามา ยากลำเค็ญ
บาปจะเล่น หัวกบาล เจ้าแก้วใจ

ลูกจะดี เพราะพ่อแม่ ได้สอนสั่ง
ลูกจะพัง เพราะพ่อแม่ ไม่เอาไหน
ลูกคบเพื่อน มีตัวอย่าง ทำอะไร
อยู่ที่ใคร ให้คิด พิจารณา
หากจะสอน ก็ให้สอน ตอนไม่ดื่ม
และเว้นลืม คำกล่าว มีคะขา
คำทีหวาน หว่านล้อม ด้วยวาจา
อย่าดุด่า มันก็รู้ ด้วยตัวเอง
หากมันเมา เข้ามา ก็อย่าดุ
เอาน้ำถู ผ้าเช็ด อย่าข่มเหง
เฝ้าคอยดู หาข้าวปลา อย่ากริ่งเกรง
อย่าล้งเล้ง ค่อยพูด พิสูจน์ดู




กรรมเป็นของๆตนจริงๆไม่ว่าชาติไหนเคยทำกับใครไว้ชาตินี้จึงต้องมาพบมาเจอแต่ถ้าเคยทำกับผู้มีพระคุณเช่นพ่อแม่กรรมนั้นก็ย้อนติดตามมาและต่อไปไม่รู้จบสิ้นเข้าวัดทำบุญฝึกสมาธิให้จิตใจสงบและแผ่เมตรตาให้ตนเองให้กับลูกและเจ้ากรรมนายเวรเป็นประจำอย่างน้อยก็ช่วยให้คุณมีจิตใจสบายขึ้นไม่มากก็น้อยแล้วแต่บุญของคุณลูกจะดีหรือไม่ก็เป็นส่วนที่พ่อแม่ให้ความเอาใจใส่น้อยไปเด็กจึงขาดความอบอุ่นและหาอะไรมาปกปิดประชดตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจแต่ไม่ได้เป็้นที่พ่อแม่ทั้งหมดมีหลายอย่างชักจูงจนเด็กหลงติดกับสิ่งเหล่านั้นใจเย็นๆพ่อแม่รักลูกทุกคนลูกทุกคนก็ทราบดีแต่ที่ลูกดื่มเมาอาจเป็นช่วงที่เขาอยากรองอยากเป็นตัวของตัวเองแต่หลงผิดคอยให้กำลังใจลูกด้วยการทำบุญฝึกจิตให้เป็นสมาธิแผ่เมตรตาถ้าคุณทุกข์คุณอาจจะทำอะไรหรือพูดอะไรออกไปโดยที่ไม่ตั้งใจว่าพูดถูกจุดดำที่ลูกกำลังประชดคุณอยู่หรือยิ่งห้ามยิ่งยุ้ปล่อยกายเขาไปคุณก็แผ่เมตรตาให้กับตัวจิตวิญญาณในกายเขาเข้าไว้อาจช่วยตัวคุณและลูกได้รองทำดูนะค่ะดีกว่ามานั่งเสียใจร้องให้กับสิ่งที่ทำอะไรไม่ได้ห้ามก็ไม่ได้ด่าว่าก็ไม่ได้ชี้แนะทักเตือนก็ไม่ฟังแล้วจะเสียสุขภาพจิตคุณต่อไปทำไมหันหน้าเข้าวัดฝึกอบรมณ์จิตคุณให้สงบเพื่อความเป็นจริงดีกว่าค่ะ


พ่อแม่เป็นพรหมของลูก ซึ่งมีคุณธรรมคือ พรหมวิหาร 4 มีดังนี้...
1. เมตตา คือ ความปรารถนาให้ลูกมีความสุข
2. กรุณา คือ ความปรารถนาให้ลูกพ้นทุกข์
3. มุทิตา คือ ความยินดีด้วยที่ลูกมีความสุข
4. อุเบกขา คือ ความวางใจเป็นกลางเมื่อลูกประสพความทุกข์ และไม่สามารถช่วยเหลือได้

ข้อ 1-3 ต้องประกอบด้วยคุณธรรมที่ชื่อว่า "อุเบกขา" เสมอนะครับ
หากคุณแม่พยายามเต็มที่กับลูกแล้วไม่ได้ดั่งใจ..ก็ขอให้คุณแม่ปล่อยวางนะครับ
เพราะไม่มีพ่อแม่คนไหนที่จะเลี้ยงลูก ดูแลลูก อุ้มลูก สอนลูก ได้ตลอดไป...
...ให้คิดว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมและทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกมันบังคับไม่ได้(แม้แต่ลูกเรา)

ถ้าพ่อแม่ไม่รู้จัก "ปล่อยวาง(อุเบกขา)" ย่อมทำให้เป็นทุกข์กับลูกเสมอ..ไม่จบไม่สิ้นนะครับ

ให้กำลังใจ แม่ที่รักลูก นะครับ

หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้นะครับ
สาธุ


พอจะบอกได้ไหมค่ะ สำหรับคนที่ตั้งกระทู้ อยากทราบว่า ช่วงตอนคุณเป็นเด็ก และสาวๆ และวัยทำงาน คุณปฏิบัติตน และพ่อแม่ของคุณอย่างไรบ้าง


ดิฉันเป็นลูกชาวนา ทำนา ตอนนี้มาอยู่กรุงเทพขายของชำ เท่าที่จำได้ไม่เคยด่าพ่อแม่
เพราะพ่อแม่มีพระคุณมาก แต่ที่เสียใจมากเพราะไม่เคยนึกว่าจะเจอเรื่องแบบนี้
สำหรับพ่อแม่ดิฉันไม่เคยมีเรื่องอย่างนี้เลยตลอดชีวิตท่าน
ขอขอบคุณทุกท่านจากใจจริง


จะดี หรือเลวอย่างไร เขาก็เป็นลูกเรานะคะ
เลือดในอกเรา..ตัดยังไงก็ไม่ขาด
แสดงว่าเคยผูกเวร ผูกกรรมกันมาก่อน
เคยสร้างอกุศลกรรมตรงนี้กันมา จึงเป็นแม่ เป็นลูกกัน

แนะให้คุณเปิดวิทยุสังฆทานธรรม Fm.89.25 ตั้งแต่เช้า ถึงค่ำเลยค่ะ
เพราะรายการนี้ เป็นรายการพุทธศาสนาตลอด 24 ชม.ค่ะ
เป็นรายการวิทยุทางธรรมที่ดีมากค่ะ เปิดให้ดังๆเลยนะคะ จะพูดถึงเรื่อง
ความกตัญญูต่อพ่อแม่บ่อยๆ เผื่อเขาจะได้ยิน แม้เพียงประโยค
สองประโยค ได้เข้าหูเขาบ้าง ถ้ากุศลที่คุณและลูกยังมีอยู่
เกิดส่งผลตอนนั้น เขาก็ค่อยๆกลับใจได้ค่ะ
ขอให้คุณอย่าด่าว่าเขานะคะ พูดกับเขาด้วยวาจาไพเราะ
เขาด่า ก็เฉย อย่าไปด่าตอบ เพราะเขากำลังเมา ไม่ได้ก่อประโยชน์
แต่อาจจะเพิ่มโทสะให้ทำลายข้าวของเสียหาย

อะไรที่สามารถป้องความเสียหายได้ ก็ค่อยๆหาหนทางดูนะคะ

คุณแม่ก็ต้อง หมั่นทำบุญทำกุศลนะค่ะ ทำแล้วก็อธิษฐานจิตทุกครั้ง
ให้ลูกกลับใจมาเป็นคนดี

ผลออกมาเป็นอย่างไร ก็เล่าให้ทราบอีกครั้งนะคะ
ขอส่งกำลังใจไปให้ค่ะ


กรรม เกิดจากผลของการกระทำ
ใครทำอะไรเอาไว้ก็ได้รับอย่างนั้น จะช้าเร็ว แล้วแต่โอกาส เวลา ที่เราได้เจอ

คุณแม่ที่รักลูก คุณทำดีต่อพ่อแม่ของคุณเสมอมา แต่พอเจอกับลูกของตนเอง กลับทำให้คุณเสียใจ การอบรมสั่งสอนของเรา มีมากน้อยแค่ไหน การพาเค้าไปเจอะเจอในสิ่งที่สงบมีบ้างมากน้อยแค่ไหน เราจะมาสั่งสอนเค้าตอนโตแล้ว มันสายเกินไปจนกว่า เค้าเองจะได้พบกับผลที่เค้าทำไว้ ...


......ถ้าสอนกันไม่ได้จริงๆ....แต่ยังรักลูกเหลือเกิน....ก็ใช้หลักที่ว่า"เนื้อไหนร้ายก็ตัดทิ้งเสีย..ยอมสละเนื้อเพื่อรักษาอวัยวะ....ยอมสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต...." ไปจากเขาอย่าอยู่ร่วมกันเพราะจะทำให้เขาสะสมบาปมากยิ่งๆขึ้นไป...ไปเสียก่อนที่จะสายเกินไปเพราะไม่รู้ว่าวันไหนเขาจะเมาจนขาดสติ......ถึงขั้นกระทำปิตุฆาตหรือมาตุฆาตได้เพราะถือว่าเป็นบาปกรรมที่หนักที่สุด........บางทีการที่ให้เขาได้อยู่คนเดียวอาจช่วยให้เขาได้ทบทวนพฤติกรรมตัวเองและคงคิดได้ถ้าเขายังพอมีบุญ


 เปิดอ่านหน้านี้  2910 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย