สื่อการเรียนรู้อธิษฐานธรรม 4

    

อยากได้สื่อการเรียนรู้อธิษฐานธรรม 4 ไม่ว่าจะเป็น วีดีโอ บทความ เทศนา เรื่องเล่า นิทาน หรืออะไรก็ได้ที่เป็นสื่อการเรียนรู้แบบ ฟัง-ดูแล้ว เข้าใจง่าย




อธิษฐานธรรม

ธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ
๔ อย่าง คือ ปัญญา สัจจะ จาคะ
อุปสมะ, ตามพระบาลีว่า ปฺํ
นปฺปมชฺเชยฺย ไม่ควรประมาทปัญญา
สจฺจมนุรกฺเขยฺย ควรตามรักษาสัจจะ,
จาคมนุพฺรูเหยฺย ควรเจริญจาคะ, สันฺติเมว
สุสิกฺเขยฺย ควรศึกษาสันติ.
สำหรับในข้อต้น ไม่ประมาทปัญญา
ก็คือไม่เลินเล่อ ไม่หลงระเริง ใช้ปัญญา
พิจารณา, อะไรที่มาประสบหรือจะนึก
เรื่องอะไร ก็ใช้ปัญญาพิจารณาจับเหตุจับ
ผลสอดส่องให้ได้ประสบความจริง, เมื่อ
ไม่ประมาทใช้ปัญญาพิจารณาแล้วก็ได้
ประสบสัจจะ คือความจริงอันเป็นข้อ ๒.
๑. ตามความจริง ปัญญานั้นทุกคน
มีอยู่ด้วยกัน แต่ว่าบางคนไม่ใช้หรือใช้
แต่ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบหรือใช้น้อย บาง
คนใช้ในทางดีทางชอบหรือใช้มาก. เมื่อ
ใช้ปัญญาพิจารณาในเรื่องใด ในธรรมอัน
ใด ก็จะพบสัจจะความจริงในธรรมอันนั้น.
๒. เมื่อพบความจริงซึ่งเป็นสัจจะ
แล้ว ก็ต้องรักษาสัจจะคือความจริงไว้,
เหมือนดังเราจะทำอะไร พิจารณาว่า
อย่างไรดี อย่างไรชั่ว อย่างไรผิด อย่างไร
ถูก, เมื่อเห็นจริงแล้วต้องรักษาความจริงที่
พิจารณาเห็นไว้, ถ้าไม่เช่นนั้น ถึงคราวจะ
ทำอะไรก็ทำไปตามอำนาจอคติ ไม่ทำตาม
สัจจะ ความจริงที่พิจารณาเห็น. ต่อเมื่อ
ได้ใช้ปัญญาพิจารณาเห็นว่าอย่างไรเป็นจริง
ถึงคราวทำ ก็ทำตามความจริง ไม่ลุ
อำนาจของอคติ นี่จึงเป็นอัน รักษาสัจจะ.
๓. แต่เพราะว่ามีข้าศึกของสัจจะอยู่
แม้จะใช้ปัญญาพิจารณาเห็นจริง แต่มีข้า-
ศึกคอยทำให้เสียสัจจะ กล่าวสั้น ๆ ก็คือ
อคตินั่นแหละ, ถึงใช้ปัญญาพิจารณาเห็น
จริง แต่ประกอบด้วยอคติ, เมื่อทำก็ทำผิด
จากความจริงไป. เพราะฉะนั้น ท่านจึงให้
ใช้ จาคะ คือ สละบริจาคสิ่งที่เป็นข้าศึก
แก่ความจริง.
๔. เมื่อใช้ปัญญาพิจารณาเห็นสัจจะ
ความจริง, อะไรที่เป็นข้าศึกแก่ความจริง
ก็สละเสีย. ส่วนที่เหลืออยู่ก็จัดเป็นสงบ
หรือ สันติ, ท่านสอนให้ศึกษา คือให้รู้จัก
หน้าตาของสันติว่าเป็นอย่างไร, นี่กล่าว
ทั่ว ๆ ไป.
ถ้าว่าจำเพาะการปฏิบัติธรรม จะปฏิบัติ
ธรรมอะไร ก็ต้องใช้ปัญญาพิจารณาให้
เห็นสัจจธรรมปรากฏขึ้น, เมื่อเห็นสัจจ
ธรรมปรากฏขึ้นแล้ว, ใจคนยังไม่แน่นอน
เพราะมีข้าศึกมาหลอกล่อ มาครอบงำให้
เห็นผิดจากความจริงไป เช่น โลภะ โทสะ
โมหะ มาครอบงำ แม้เคยเห็นจริงไว้แล้ว
แต่ไม่ทำตามสัจจะคือเห็นจริง, เพราะ-
ฉะนั้น ท่านจึงสอนให้เจริญจาคะ คือ
สละบริจาค เมื่อใช้ปัญญาพิจารณาธรรม
เห็นธรรมที่เป็นสัจจธรรม, ถ้ามีข้าศึกเกิด
ขึ้นมาทำให้เสียความจริง ก็สละเสีย, ใจก็
จะสงบอยู่เป็นสันติ, ศึกษาคือดูให้รู้จัก
หน้าตาของสันติที่เกิดขึ้น, ทำเช่นนี้ได้ชื่อ
ว่าปฏิบัติในอธิษฐานธรรม.
แต่ในพระสูตรที่แสดงอธิษฐาน เมื่อ
พระพุทธเจ้าทรงแสนดงอธิษฐานธรรม ก็
ทรงแสดงธาตุ ๖ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม
อากาศ และ วิญญาณธาตุ ธาตุรู้ ให้
พิจารณาให้เห็นตามเป็นจริงว่า นี่เป็นดิน
น้ำ ไฟ ลม อากาศ ให้พิจารณาดูที่ตน,
และเพื่อให้พิจารณาดูต่อไปว่า ธาตุรู้ขยาย
ออกไปอย่างไร จึงแสดงถึงอายตนะ คือ
ผัสสายตนะ บ่อเกิดแห่งผัสสะ คือ ธาตุรู้
ออกไปทางตาก็ประสบรูป ออกไปทางหู
ก็ประสบเสียงเป็นต้น จนถึงธาตุรู้ออกไป
ทางมนะ ก็ประสบธรรม คือเรื่อง ให้
รู้จักตามเป็นจริง, เมื่อธาตุรู้ออกไปทาง
อายตนะภายใน ไปประสบอายตนะภาย
นอก หรืออารมณ์ ก็ไปยึดถืออารมณ์ คือ
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรม
คือ เรื่อง, รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
และธรรมคือเรื่อง ๖ อย่าง เป็นที่ตั้งของ
ความยินดี ๖ เป็นที่ตั้งของความยินร้าย
หรือโทมนัส ๖ เป็นที่ตั้งของอุเบกขา คือ
กลาง ๆ ๖ จึงเป็น ๑๘. ธาตุรู้ออกไปตาม
อายตนะ ก็ไปวนเวียนอยู่ในอารมณ์ ๑๘
นี้, รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และ
ธรรมเป็นที่ตั้งของความยินดี ๖ ยินร้าย ๖
อุเบกขา ๖ วนกันอยู่เช่นนี้, พิจารณาให้ดี
จนไม่ติดอยู่ในอารมณ์ ๖ หรือแยกออกไป
เป็น ๑๘, ทีนี้จะเหลือแต่เวทนา คือ เสวย
สุข เสวยทุกข์ เสวยไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุข,
ถ้าไม่รู้ตามเป็นจริงก็ไปติดเวทนา, ท่านจึง
สอนให้ใช้ปัญญาพิจารณาดูเวทนาอีก ให้
เห็นเวทนาก็สักแต่ว่าเวทนา เกิดขึ้นแล้วก็
ดับไป แล้วก็เกิดขึ้นใหม่ แล้วก็ดับไป จน
ธาตุรู้เป็นธาตุรู้ไม่ยึดถือเวทนา รู้จัก
เวทนาตามเป็นจริง ธาตุรู้ก็คงเป็นธาตุรู้,
เป็นเช่นนั้นแล้ว ความเกิดก็ไม่มี, เมื่อ
ความเกิดไม่มี ความแก่ ความตายก็
ไม่มี, เมื่อความแก่ความตายไม่มีแล้วธาตุ
รู้ก็ไม่ดิ้นรน. แต่ถ้าว่าด้วย บุคคลา-
ธิษฐาน คือยกบุคคลเป็นที่ตั้ง ก็เรียกว่า
ผู้รู้, ผู้รู้ตามเป็นจริงแล้วไม่ติดใน ดิน
น้ำ ไฟ ลม อากาศ, ไม่ติดใน รูป เสียง
กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรม คือเรื่อง,
ไม่ติดเวทนา คงเป็นผู้รู้ตามเป็นจริง, ผู้
รู้นั้นก็ไม่เกิด เมื่อไม่เกิด ก็ไม่แก่ ไม่
เจ็บ ไม่ตาย ผู้รู้นั้นจึงชื่อว่าเป็นผู้พ้น.
ผู้ใช้ปัญญาที่พิจารณานั้น ได้ชื่อว่าไม่
ประมาทปัญญา, สัจจะ คือ ความจริง
ก็ปรากฏเกิดขึ้น, สิ่งไรที่เคยยึดถือไว้
เพราะความรู้ผิดจากความจริงก็สละไป
หมดเป็นจาคะ, สันติ คือ สงบก็ปรากฏ,
ในพระสูตรแสดงความต่อเนื่องกันเช่นนี้
แต่ว่าอธิษฐานธรรม อาจจะนำไปใช้
ในทางอื่น ๆ ได้กว้างขวางทั่วไป.
( โอ. ๑/๗๗-๘๐ ).



 เปิดอ่านหน้านี้  3489 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย