นั่งสมาธิแล้วรู้สึกว่าวูบหรือดิ่งลงสู่เหวลึก

    

เมื่อครั้งผมเป็นสามเณร ได้ฝึกนั่งสมาธิคนเดียว พอนั่งไปนานๆรู้สึกเหมือนโลกเอนเอียง พอถึงอีกระดับหนึ่งรู้สึกเหมือนดิ่งลงเหว คือวูบ ผมกลัวเลยออกจากสมาธินั้น ผมอยากถามว่าเป็นเพราะอะไรครับ




ผู้ใฝ่ธรรม [125.27.114.128] 30 พ.ค. 2551 11:05 น.

เป็นเพราะจิตตกอยู่ในภวังค์ เป็นผลเดียวกันกับคำตอบที่เคยให้ไป แต่คนละลักษณะ

คือ ผลสมาธิที่ตกลงสู่จิต เสียดทานกับอุปทานที่เคยมี (โลภ โกรธ หลง) บางคนง่วงนอน

บางคนรู้สึกเหมือนเมาคลื่น บางคนคนหัวหมุน ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ กรรม หมายถึง

ความโลภ โกรธ หลง สมัยก่อนมาปฏิบัติสมาธิเป็นสำคัญ ก็ประมาณนี้จ้า....


บอกวิธีแก้ให้เค้าด้วย คำตอบที่ 1 ว่าควรทำอย่างไรต่อไป


บอกวิธีแก้ให้เค้าด้วย คำตอบที่ 1 ว่าควรทำอย่างไรต่อไป

ชิน - 125.24.5.56 [30 พ.ค. 2551 12:32 น.] คำตอบที่ 2

ไม่ต้องแก้ สมาธิที่คุณทำอยู่กำลังแก้ให้อยู่แล้ว ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ
ของธรรมข้ออื่นๆ ที่จะมาสนับสนุนให้อาการต่างหมดเร็วหรือช้า...ธรรมที่ว่า ก็เช่น
ศรัทธาในพระรตนตรัย ความเพียร ความระรึกถึงคุณท่าน ฯลฯ เป็นต้น ถ้าปริมาณ
โมหะเดิมมีไม่มากนัก ไม่นานก็จะหายไปเองจ้า....

"ลำดับแห่งนิวรณ์ธรรมสิ้นสุดลง ปฐมฌาณก็ตั้งขึ้น..."


อาการนี้เราก็พบนะคล้ายมีคนมาตบศรีษเราด้วย ขอบคุณทีช่วยตอบเราจะพยายามต่อไป


สวัสดีครับผู้ใฝ่ธรรม

อาการที่เล่ามานั้น เป็นอาการที่จิตกำลังดิ่งลงสู่สมาธิ

คนที่ยังไม่เคยทำมาเลย พอเกิดอะไรขึ้นนิดหน่อยก็มักจะตกใจกลัว เพราะไม่มีครูบา
อาจารย์ที่ถูกต้องคอยแนะนำ ไปถามพระบางรูปที่ไม่เคยปฏิบัติ กลับขู่ต่อไปอีกว่า
"นั่งสมาธิ เดี๋ยวจิตก็ออกจากร่าง เดี๋ยวก็ตายหร็อก"..."นั่งสมาธิ เดี๋ยวกรรมฐานแตก
ก็จะเป็นบ้าไปหร็อก" ผู้ที่ได้ฟังมาแบบนี้ก็ตกใจกลัว ทีหลังก็เลยไม่กล้าปฏิบัติ น่า
สงสารนะ ผมก็เคยถูกเขาปั่นหัวมาแล้วตั้งแต่เป็นเด็ก พอได้มากราบครูบาอาจารย์
จึงพอจะเข้าใจได้บ้าง

จิตมันจะวูบอย่างไรก็อย่าตกใจ คอยระวังสติไว้ให้ดี ดูว่ามันลงไปไหน ลงไปลึกเท่าไร
เมื่อมันลงไปจริงๆ เราก็จะพบด้วยจิตของเราเองแหละว่า มันไปพบอะไรบ้าง
.....แต่นี่เป็นเรื่องของสมาธิล้วนๆนะครับ ปัญญาไม่เกิดนะครับ


คุณทีพย์อักษรกล่าวถูกต้องแล้ว อนุโมทนา


คืออาการปกติครับ ช่วงเข้าสู่ภวังค์ จะหลับ หรือเข้าสู่สมาธิ


คำว่า สมาธิ เป็นการพิจารณากัมมัฏฐานบทใดบทหนึ่ง แล้วกำหนดอยู่ในกาย จิตนั้นต้องแน่วแน่อยู่เฉพาะในอารมณ์เดียว แต่ไม่ถึงกับเข้าสู่ภวังค์ที่เรียกว่า ฌาน มีสติสัมปชัญญะตั้งมั่นรู้ตัวอยู่ เพ่งพิจารณาธรรมทั้งหมดอยู่ในกาย ค้นคว้าหาเหตุผลเฉพาะในตนจนเห็นชัด ตระหนักตามความเป็นจริงว่าสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เมื่อมีสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี ดังนั้นสมาธิจึงสามารถละกิเลส มีสักกายทิฏฐิได้ สมาธินี้ถ้าสติอ่อนไม่สามารถรักษาได้อาจพลัดเข้าไปสู่ภวังค์เป็นฌาน ฌานถ้ามีสติสัมปชัญญะแก่กล้าขึ้นเมื่อไร ย่อมกลายเป็นสมาธิได้

ในกรณีที่จิตเข้าถึงฌานได้จะต้องเป็นภวังค์ก่อน ภวังค์นี้เป็นเครื่องวัดของฌาน ถ้าเกิดขึ้นของภวังคุบาท จะเกิดแวบขึ้นครู่หนึ่งแล้วนิมิตนั้นหายไปพร้อมทั้งภวังค์ด้วย ถ้าเป็นภวังคจรณะพอเกิดขึ้น ภวังค์นั้นก็เร่ร่อน เพลินไปตามนิมิตโดยสำคัญว่านิมิตนั้นเป็นเรื่องจริง ถ้านิมิตเป็นสิ่งที่น่ากลัว อาจทำให้เสียขวัญได้ บางทีก็รู้อยู่ว่านั่นเป็นนิมิตมิใช่ของจริง แต่ไม่ยอมทิ้งเพราะภวังค์ยังไม่เสื่อม ถ้าไม่เข้าถึงภวังค์ มีสติสัมปชัญญะแก่กล้า เป็นที่ตั้งของปัญญาได้เป็นอย่างดี มีวิปัสสนาปัญญาเกิดขึ้น นิมิตนั้นเลยกลายเป็นอุปจารสมาธิ ส่วนภวังค์กุปั่จเฉทะไม่มีนิมิตเป็นเครื่องปรากฏ ถ้ามีก็ต้องถอยออกมาตั้งอยู่ในภวังค์จรณะเสียก่อน

ถ้าเกิดจิตเข้าไปในฌาน จนเป็นเหตุให้เผลอตัวลืม สติไปยึดเอกัคคตารมณ์ (คืออารมณ์ที่มารวมอยู่ในอารมณ์เดียว) ว่าเป็นของบริสุทธิ์และดีเลิศ จิตตอนนี้จะรวมวูบเข้าภวังค์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆ กับเผลอสติหรือลืมสติไป นิมิตหรือความรู้อะไรจะเกิดขึ้นก็มักเกิดในระยะนี้ เมื่อนิมิตและความรู้เกิดขึ้นแล้ว จิตที่อยู่ในเอกัคคตานั้นจะวิ่งตามไปอย่างง่ายดาย เพราะจิตที่อยู่ในเอกัคคตารมณ์เป็นของเบาและไวต่ออารมณ์มาก ที่เราเรียกว่า จิตส่งใน เป็นอันตรายต่อผู้เจริญฌานอย่างยิ่ง อาจทำให้เสียผู้เสียคนไปก็มี ฌานมีเอกัคคตารมณ์เป็นเครื่องวัด แต่ไม่มีปัญญาพิจารณาสังขารให้เห็นเป็นไตรลักษณ์ได้ กิเลสของผู้ได้ฌานก็คือ มานะแข็งกระด้างทิฏฐิดื้อร้น เอาความเห็นของตนเองว่าถูกทั้งหมด คนอื่นสู้ตนเองไม่ได้ เรื่องนี้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความแน่วแน่ของฌาน หรือทิฏฐินิสัยเดิมของแต่ละบุคคลด้วย ทางแก้ก็คือต้องหาผุ้ที่ได้ผ่านเรื่องนี้มาแล้ว หรือเป็นผู้มีจิตใจสูงกว่า จึงจะแก้และแสดงให้เขาเห็นจริงตามนั้นได้ ถ้าแก้ไม่ตกก็เสียคนไปเลย

การเจริญสมถวิปัสสนานั้น ต้องรู้เห็นแจ้งด้วยตนเอง ส่วนสำคัญอยู่ที่กำลัง ๕ ประการ คือ ต้องมีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา เสมอ


ประภัสสร DT05496 [3 มิ.ย. 2551 12:17 น.] คำตอบที่ 8

เข้าใจว่า...คำสอนนี้จะมั่วนะจ๊ะ...อะ อะ อะ อะ

จะบอกห้าย....ภวังค์ขจิต...ก็คือจิตที่มีนิวรณ์อยู่นะจ๊ะ...อะ อะ อะ อะ

นิวรณ์ แปลว่า เครื่องกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดีจ้า...อะ อะ อะ อะ


เป็นอาการจิตที่จะรวมลงเป็นสมาธิครับ ดีแล้วครับแสดงว่าคุณก้าวหน้าในทางปฏิบัติแล้วครับ ไม่ต้องกลัวครับอะไรจะตกไปที่ไหนก็ช่างให้สติตามไปรู้ครับ จิตตกวูบไปถึงไหนสติตามรู้ไปถึงนั้น พอตกวูบไปจิตรวมลงเราก็จะได้รู้ครับว่าอ๋อจิตรวมที่ท่านว่าเป็นอย่างนี้เหรอ เดี๋ยวก็อ๋อไปเรื่อยครับ จิตรวมเข้าบ่อย ๆ จะเป็นฐานให้สมาธิแนบแน่นไปเรื่อยครับ จิตของผู้ปฏิบัติบางคนก็รวมแบบคุณครับ บางคนก็ค่อย ๆ สงบเข้าไป ไม่ต้องเป็ฯกังวลครับ


 เปิดอ่านหน้านี้  4846 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย