ความในใจและหาทางออก

 เซนทฺ   

ชาติก่อนผมต้องทำบาปไว้เยอะแน่ๆ เพราะชาตินี้ผมไม่มีความสุขเลย จากน้ำมือพ่อของผมเอง
ความเจ้าชู้ของพ่อ ทำให้ผมต้องลาออกจากงานมาดูแลแม่ และกิจการที่บ้าน(ถ้าหากไม่มีเรื่อง แม่กับพ่อก็ดูแลกิจการกันได้) ตอนนี้พ่อติดทั้งเหล้า บุหรี่ หวยหุ้น(เล่นมันจันทร์-ศุกร์) เวลาลูกค้าสั่งของพ่อจะไม่สนใจ ผมไม่น่าโง่เลย ไม่น่าลาออกจากงานเลย เหมือนกับว่าผมต้องมารับผิดชอบกับงานนี้ ทำให้พ่อสบาย ไม่ต้องทำงาน ถ้าผมมีธุระ พ่อก็จะไปแทน แต่ต้องหลังหวยหุ้นออกแล้วเท่านั้น ลูกค้าต้องการของด่วน จะทำไง ทำให้แม่ต้องทะเลาะกับพ่อแทบทุกวันหรือว่าทุกวัน

ณ ปัจจุบันนี้เป็นรายที่ 3 แล้ว ชาวบ้านเขาก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนไม่ดี ทำให้ครอบครัวหนึ่งต้องแตกแยกมาแล้ว(อันนี้ผมรู้ ผมเห็น) ผู้หญิงคนนี้ก็อยู่กลุ่มหวยเหมือนกัน พ่อสงสารมันมั้ง มันมีอาชีพรับถ่ายเอกสาร อาชีพนี้มันก็ไปแย่งเมียหลวงมา มันมีพี่ชายและลูกติดของมันมาอยู่ที่ร้านด้วยกัน เหลือแค่พวกมัน 3 คน ผู้ชายที่มันไปแย่งเขามา เริ่มตาสว่าง ย้ายไปอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง เหตุนี้มั้งที่พ่อเข้าไปเกี่ยวข้องเพราะความสงสาร

ผมและแม่ได้รับรู้ รับเห็นตอนคนที่ 2 ผมสงสารแม่มาก เกลียดพ่อมาก มันคงเป็นสันดานของพ่อผมเอง ถึงจะจับได้คาหนังคาเขา พ่อก็ไม่ยอมรับ บางอย่าง บางเรื่อง ผมเห็นกับตาผมเอง พ่อก็ไม่ยอมับ มันทำให้ผมหมดศรัทธาในตัวพ่อ และเกลียดมากขึ้น บางทีอารมณ์ผมก็หลุด วางมวยกับพ่อ ด่าพ่อก็มี เพราะความอดทนมันหมดแล้ว ผมก็รู้การทำร้ายพ่อ ด่าพ่อมันบาป แต่จะให้ผมทำอย่างไร

เวลาพ่อไปส่งของ แต่ละครั้งนานมากๆ อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น เช่น ทุกคืนพ่อจะออกไปข้างนอก เขาว่าไปกินเหล้ากับเพื่อน ผมก็ตระเวนหา ผมเห็นพ่อขี่รถผ่านหน้าผมไป อีกเดี๋ยวมันก็ขี่รถตามมา เหตุการณ์แบบนี้หลายครั้งมาก เขาก็บอกว่าไม่ได้ไปกินด้วยกัน หรือพามันไปเที่ยวด้วยระหว่างไปส่งของ โทรนัดกัน

ผมถึงว่าชาติก่อนต้องทำบาปเยอะแน่ๆ

ผมไม่รู้จะทำไงแล้วครับ เวลาพ่อออกไปข้างนอก ใจผมคิดแล้วจะออกไปหาใคร ออกไปทำอะไร จิตผมตกทุกวัน ในใจผมด่าพ่อทุกวัน(ถ้าเขาไม่ทำอะไรที่มันรบกวนจิตใจผม) ผมไม่อยากเป็นคนบ้า และไม่อยากทำร้าย หรือด่าพ่อ

ผมกับแม่เหนื่อยครับ

วิธีเดียวคงต้องให้แม่กับพ่อหย่ากัน เรื่องถึงจะจบมั้งครับ

แน่ละครับเป็นใครก็ไม่อยากให้ครอบครัวต้องแตกแยก ถ้าไม่จำเป็น

ทำไมคนนอก ถึงได้มีอิทธิพลต่อครอบครัวมากขนาดนี้ครับ




ชาติก่อนผมต้องทำบาปไว้เยอะแน่ๆ เพราะชาตินี้ผมไม่มีความสุขเลย จากน้ำมือพ่อของผมเอง

อนุโมทนาสาธุครับใน"กัมมสกตาปัญญา"คือความรู้เข้าใจในกรรมและผลกรรม
การที่เราต้องมาประสบเเหตุให้เกิดทั้งทุกข์และสุขนั้น ก็เนื่องมาจากเหตุเก่าที่ตนทำมาไว้แล้วในอดีต..ทำเหตุใดไว้ก็จะได้ผลตรงตามเหตุนั้น เมื่ิอทำเหตุบาปผลก็คือความเดือดร้อนทุกรูปแบบ ไม่มีสิ่งใดที่เกิดมาด้วยความบังเอิญหรือพระเจ้าที่ใหนมาบันดาลให้ สิ่งทั้งปวงล้วนไหลมาจากเหตุ นี้คือคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย..

กรรมนั้นเขาจัดสรรค์ให้เราต้องมาเกี่ยวข้องผูกพันธ์กับพ่อขี้เหล้า เจ้าชู้ทำให้แม่และเราเดือดร้อน..นั่นย่อมชี้ถึงเหตุเก่าที่เราเป็นผู้ไม่ประพฤติศีลจึงได้มาเป็นเผ่าพันธ์ของคนไม่มีศีลเช่นกัน..ดังนั้นท่านจึงต้องยอมรับว่าทั้งหลายที่เกิดขึ้นนี้ มีมาจากบาปกรรมของเรา เวลานี้ผลเขาได้ปัจจัยมาสนองเราอยู่ แล้วเราจะอาศัยผลกรรมนี้มาเป็นปัจจัยให้ทำบาปกรรมใหม่หรือ..หรือจะนำมาใช้เป็นเหตุแห่งบุญใหม่ต่อไป ..

ถ้าพูดให้ตรงก็ว่า กรรมนั้นเขาให้ผลสมควรเสมอ เที่ยงตรงยิ่งกว่าระบบยุติธรรมใดๆในโลก ..

ท่านเองบัดนี้ถูกผลกรรมกระทบแล้วเป็นปัจจัยให้บันดาลโทสะถึงขั้นผรุสวาจาและกายทุจริต(วางมวย)กับพ่อนี่นับว่าน่าห่วงมากครับ... พ่อผู้มีพระคุณทำให้เราเกิดมามีตัวตนได้ ( ลำพังแม่คนเดียวย่อมไม่อาจมีลูกได้เลย)..ลองย้อนคิดถึงอดีตนะครับว่าพ่อคนนี้ได้เคยทำงานหาเลี้ยงเรามาไม่มากก็น้อย ทำไมท่านจึงเลี้ยงเรา...เพราะความรักเมตตาใช่หรือไม่ ?? ยามลูกป่วยไข้พ่อก็ดูแลให้ได้รับการรักษารอดชีวิตมาจนบัดนี้..ลองคิดดูดีๆครับว่าท่านจะทำเช่นนั้นได้หรือหากไม่รักและเมตตาเรา..

เวลานี้พ่อเปลี่ยนไป เพราะไม่เคยฟังหรือรู้ธรรมะ จึงทำการล่วงศีลจนทำให้บริวารเดือดร้อนอยู่ เราควรจะเมตตาสงสารท่านว่ากำลังพาตนไปสู่ทางแห่งความฉิบหายทั้งในปัจจุบันและภพหน้า เ พราะปล่อยให้ตัณหาราคะเข้ามาบงการจิตใจจนตกต่ำ ใครจะช่วยท่านได้ ? บางที หากเรามีธรรมะ อาจสามารถช่วยท่านได้บ้างกระมัง..

เวลานี้ท่านผู้ถามเองยังมีกำลังธรรมไม่พอ ต้องสะสมพลังให้เเข็งแรงเสียก่อนจึงจะช่วยตนเองให้พ้นทุกข์ได้ก่อน จากนั้นจึงจะสามารถสงเคราะห์พ่อแม่ให้พ้นทุกข์ได้

บาปกรรมที่ล่วงเกินพ่อแม่นั้นมีผลหนักแทบจะเท่ากับทำกับพระอรหันต์จึงพึงพยายามฝึกสติตามข่มโทสะอย่าให้ล่วงออกมาเป็นกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมที่เป็นบาป..เวลานี้เราต้องมาทำงานแทนพ่อก็นับว่าเป็นบุญมากหาโอกาสทำไม่ได้ง่ายๆนัก นี่เรียกว่าเป็นผู้ที่มีกตัญญูกตเวทิตา อย่าได้คิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีเพราะทำให้พ่อสบายเกินไปเลย...

คนที่ช่วยเหลือพ่อแม่นั้น เขาจะไม่มีวันตกต่ำเลย ไม่เชื่อ ขอท้าพิสูจน์ในระยะยาวต่อไปเถิดท่านจะทราบด้วยตนเองแน่นอน..

สิ่งดีที่คุณควรทำต่อไปคือศึกษาพระธรรมคำสอนเพื่อให้เกิดปัญญาสามารถเข้าใจและแก้ทุกข์ที่เกิดได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้พึงรักษาศีล๕ให้มั่นคง หมั่นเจริญสติแผ่เมตตาให้พ่อเนืองๆ..

ท่านต้องเข้าใจว่า เราจะบังคับควบคุมคนอื่นๆให้เป็นดังความต้องการของเรานั้นย่อมเป็นไปไม่ได้เพราะทั้งเขาและเราต่างมีเหตุปัจจัยประกอบต่างกัน และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แม้แต่ใจเราเองก็เถอะเราบังคับเขาไม่ให้โกรธได้เลย จริงใหม? และจะบังคับคาดหมายคนอื่นได้อย่างไร..

ดังนั้น พึงพยายามวางอุเบกขาในพฤติกรรมของพ่อ และหลีกเลี่ยงที่สุดที่จะไม่ทะเลาะว่าหรือทำร้ายพ่อ..อย่าลืมว่าทำเหตุอย่างไรย่อมได้ผลสนองเช่นนั้น ตอนทำสาแก่ใจดีแต่เวลารับผลคงไม่สนุกแน่

ให้ทำเสมือนหนึ่งไม่สนใจพ่อ แต่คอยดูแลห่างๆ หากเราสามารถควบคุมเรื่องเงินทองได้ ก็พึงทำด้วยความแยบคาย อธิบายให้พ่อเข้าใจว่าต้องเก็บเงินไว้เจือจุนธุรกิจในอนาคตบ้าง เพราะเวลานี้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจอาจกระทบเราได้..พยายามเลิกคิดจับผิดคาดคั้นพ่อ เพราะอย่างไรๆ ท่านก็ไม่บอกความจริง..ท่านผู้ถามต้องเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ให้ควบคุมใจตนไม่ส่งส่ายหาเรื่องพ่อ แต่ยอมรับว่าพ่อกำลังเดินทางผิด
พยายามสงบไม่หาเรื่องทะเลาะ ฝึกความอดทนให้มั่นคง เมื่อมีเรื่องจะพูดกับพ่อก็ให้พูดดีๆมีเมตตา ..

เมื่อเราเปลี่ยนแปลงไป เป็นคนสงบพ่อจะแปลกใจ อาจมีสติรู้สึกตัวได้ ถึงตอนนั้นท่านก็ชวนพ่อแม่ไปฟังธรรม ทำบุญร่วมกัน นี่เป็นโอกาสตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างแท้จริง คือการยังพ่อแม่ให้เข้าถึงพระธรรมและศีล

เรื่องนี้อาจไม่ง่ายที่จะทำ แต่ถ้ามีใจจะทำก็ย่อมไม่ยาก และผลนั้นย่อมไพบูลย์ยิ่งนัก

เป็นกำลังใจให้ครับ


ขอบคุณ คุณ ddman มากครับ สำหรับคำแนะนำ การที่ผมได้ระบายความในใจ แล้วมีใครรับฟังสักคน มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นบ้าง

เรื่องที่ว่า วางมวย เพราะพ่อทำร้ายแม่ ผมยอมไม่ได้

พ่อจะทำตัวในลักษณะอยากเก็บเธอไว้ทั้ง 2 คน ระหว่าง แม่กับมัน ท่าเดียวพูดดี พูดร้ายก็จะเก็บไว้ทั้ง 2 คน

เรื่องการเงิน จะปิดประตูหมดก็ไม่ได้ เพราะ ผมขับรถส่งของ แม่จะผลิตของที่หนึ่ง ส่วนพ่อจะอยู่หน้าร้าน ป้องกันได้ไม่หมดครับ น่าเป็นห่วงมาก

ขนาดผมบวช ผมบอกพ่อให้ทำตัวดีๆ ลูกจะบวช ปกติทุกวันเสาร์พ่อจะไม่กลับบ้าน เขาว่าไปกินเหล้า เล่นไพ่บ้านเพื่อน ไม่รู้มีมันอยู่ด้วยไหม ก็ยังเป็นเหมือนเดิม คือไม่กลับบ้าน ลองคิดดู อะไรกันเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เรื่องวางมวย เกิดก่อนผมบวชนานมาก

อีกอย่างนะครับ ถ้าให้ผมว่างเฉย แล้วเกิดมาวันหนึ่งครอบครัวผมพังทลายลงต่อหน้าต่อตา การวางเฉยนั้นมันจะดีเหรอครับ ผมยังสงสัยในข้อนี้

ผมอาจต้องพึ่งหมอโรคจิต เพื่อบำบัดจิตใจ


ก็น่าเห็นใจนะครับ บางเรื่องและหลายเรื่องทีเดียวที่ดูคล้ายกับว่า เราควรใช้วิถีแบบโลกเข้าจัดการกับปัญหา..ผมอาจทำให้คุณไม่สบายใจนักหากจะบอกว่า ในการใช้วิธีการใดๆเข้าจัดการนั้น ก็ย่อมหลีกเลี่ยงการทำบาปและบุญได้คละเคล้ากันไปไม่ได้ ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาไตร่ตรองในกรรมวิธีที่ใช้ให้รอบคอบว่า....

๑. เป็นไปด้วยเมตตาหรือพยาบาทวิตก

๒. เป็นไปเพื่อประโยชน์มุ่งหมายเฉพาะชาตินี้หรือชาติต่อๆไป ประโยชน์เพื่อโลกสมบัติหรือธรรมสมบัติ

๓. หากเราเข้าใจได้เรื่องกรรมและผลของกรรม ให้ดูว่าทำเหตุนี้เเล้วผลควรจะเป็นอย่างไร อย่าลืมคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า ทำเหตุเช่นไร ผลทำนองเดียวกันย่อมตามมา

๔. หากแม้ว่าต้องกระทำการอันเจือด้วยบาปกรรม ก็พึงพิจารณาโทษแห่งบาปกรรมนั้น แล้วเลือกทางที่คิดว่าบาปน้อยที่สุด และวางใจเอาเจตนาดีมีการปกป้องทรัพย์และมารดาเป็นต้น นำไป อย่าได้ตั้งเจตนาว่าจะทำร้ายอ้ายอีคนใดเพราะความแค้นพยาบาท ดังนั้น แม้ในคราวที่บาปกรรมตามมาทันเราจะได้มีกุศลมารองรับแทรกได้ เช่นว่า ถูกลูกด่าทอแต่ลูกก็เก็บรักษาทรัพย์ไว้ทำงานศพเราในบั้นปลาย ทำนองนี้...

อีกอย่างนะครับ ถ้าให้ผมว่างเฉย แล้วเกิดมาวันหนึ่งครอบครัวผมพังทลายลงต่อหน้าต่อตา การวางเฉยนั้นมันจะดีเหรอครับ ผมยังสงสัยในข้อนี้

ข้อนี้พึงเข้าใจว่ามิได้วางเฉยเหมือนปล่อยปละละเลย ที่ให้วางเฉย คือ วางเฉยต่อการทำบาปกรรมของพ่อ เฉยคือให้ละวางกิเลสโทสะของตนที่จะเข้าทำร้ายพ่อด้วยกายวาจาและใจ เพื่อป้องกันตนเองจากบาปกรรมหนัก ความชั่วของพ่อไม่อาจพาเราไปนรกได้ แต่พฤติกรรมความคิดของ เรานั่นเองที่จะนำเราไป จึงว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของๆตน ใครๆจะทำกรรมแทนกันไม่ได้ เหมือนการกินข้าวเราจะกินแทนให้คนอื่นอิ่มย่อมไม่ใช่ฐานะที่จะเป็นได้...

ถามว่า หากไม่วางเฉย พ่อจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นอย่างที่เราต้องการหรือ? ใครสามารถเข้าไปจัดการกับกิเลสตัณหาของพ่อ?? ขนาดเราเองยังจัดการกิเลสโทสะของตนเองได้ยากเย็นยิ่งนัก เราจะทำอะไรกับใจคนอื่นได้เล่า..?

เราไม่อาจแก้ไขคนอื่นได้ แต่แก้ตนเองได้ เพราะ"คน"เกิดมาด้วยผลของบุญต่างจากเดรัจฉานที่มาด้วย บาปกรรม สัตว์คิดไม่ได้ เขาตอบสนองสิ่งรอบตัวด้วยอำนาจสัญชาตญานเพียงอย่างเดียว..เขาคิดไม่ได้ว่านี่พ่อแม่พี่น้องจึงปฏิบัติต่อกันเยี่ยงสัตว์ในทุกรูปแบบ เพื่อความอยู่รอดแต่คน สามารถคิดได้ มีความฉลาดมีปัญญาพอที่จะฝึกตนแม้จนถึงขั้นสุดยอดระดับพระพุทธเจ้าที่ไม่มีสัตว์..อื่นใดเทียบได้ หรือในระดับต่ำๆรองลงมาเ่ช่นพระอริยะบุคคล , คนที่มีศีลธรรมอย่างชาวบ้านทั่วๆไป ส่วนพวกที่มาสว่างแล้ว ทำตัวเหมือนสัตว์ คือขาดศีลธรรม คติของเขาย่อมจัดเขาไปตามประสงค์นั่นแหละ คือได้เกิดในหมู่เดรัจฉาน ไม่จำต้องคิดแช่งหรือเร่งเขาให้เป็นบาป..แก่เราเองเลย อำนาจกรรมนั้นแม่นยำเที่ยงตรงอย่างที่ระบบยุติธรรมใดๆในโลกไม่อาจเทียบได้

เราเกิดมาแล้วนับภพชาติไม่ถ้วน และยังจะไปต่ออีกในสังสารวัฏอันยาวไกล ได้ทำมาแล้วบุญบาปทุกชนิด..ที่กำลังผจญอยู่นี้ ใครๆทำให้เราไม่ได้จริงๆ เรานั่นแหละร่างโปรแกรมนี้ไว้ก่อนแล้ว การตอบสนองใดๆของเราเป็นการร่างโปรแกรมใหม่ สำหรับเรา เลือกเอาครับว่า จะร่างแบบใดดี..

อนึ่ง ขอให้มั่นใจในฤทธิ์แห่งบุญต่างๆเถิด คนที่มีบุญคือทานศีลภาวนาเหมือนคนมีทรัพย์ เขาหวังสิ่งใดเขาย่อมสำเร็จในทุกสิ่งปรารถนา หากเป็นผู้มากด้วยทุจริตทั้งกายวาจาใจ ข้อที่ปรารภอยากได้ความสุขย่อมไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ แม้พระเจ้าอะไรๆ ผีเทวดาหรือพระพุทธเจ้าองค์ใด ก็ไม่อาจมาบันดลบันดาลอะไรให้ใครๆตามการร้องอ้อนวอนเซ่นสรวงบูชาได้เลยหากเขาผู้นั้นไม่มีบุญอันตนสั่งสมมาดีแล้ว..

หากเราเห็นทุกข์โทษแห่งบาปกรรม แล้วพยายามแก้ไขด้วยวิธีแห่งบุญย่อมชื่อว่าเป็นผู้ฉลาดคิด เมื่อจิตเข้าสู่ร่องแห่งกุศล หากทำไว้บ่อยๆเนืองๆย่อมมีกำลังนำร่องเอากุศลวิบากมาส่งผลเบียดแทรกบาปกรรม ที่กำลังเป็นไปนี้ให้ลดหรือหมดกำลังลง เหตุการณ์ต่างๆย่ิอมคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นได้ อย่างที่กล่าวแล้วข้างบนว่า เราทำมาทั้งบุญบาปผสมกันมานับไม่ถ้วนแล้ว..


ขออนุโมทนาที่เคยบวชครับ นับว่ามีบุญไม่ธรรมดาเลยนะครับ



"ชีวิตนี้น้อยนัก แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นทางแยก
จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น
พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี
แล้วจงเลือกเถิด เลือกให้ดีเถิด"

จากหนังสือ "ชีวิตนี้น้อยนัก"

http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=368.0


ขอบคุณครับ

ผมชอบประโยคนี้มากๆ "ถูกลูกด่าทอแต่ลูกก็เก็บรักษาทรัพย์ไว้ทำงานศพเราในบั้นปลาย" แสดงว่า คุณ ddman ต้องเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้งมาก นับถือ นับถือ

"ขออนุโมทนาที่เคยบวชครับ นับว่ามีบุญไม่ธรรมดาเลยนะครับ " ประโยคนี้หมายถึงอะไรครับ ผมยัง งง งง ผมยังไม่ได้บ้า หรืออะไรทำนองนี้ ผมมีคุณสมบัติของผู้บวชนะครับ

ในเมื่อห้ามพ่อไม่ได้ ผมก็จะปล่อย ผมจะรักษ์ตัวผม รักษ์แม่ของผม รักษ์น้องของผมและกิจการ

ตอนผมบวช น้องโทรมาบอก เผื่อว่าผมบวชเป็นพระแล้ว พ่อจะฟังบ้าง ฟังนะแต่ไม่ปฏิบัติตาม ผมก็ปล่อยวาง โอกาสสักครั้งที่ได้บวช ผมก็โกยบุญเยอะๆ

บางครั้งที่พ่อทำเรื่องประเภทนี้ ความรู้สึกมันปรี๊ดขึ้นสมองเลยครับ ก็อาจมีบ้างที่ควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่บ้าง

ถ้าคุณ ddman มีอะไรจะแนะนำ เชิญเลยนะครับ ปกติผมก็ทำบุญอยู่เรื่อยๆ นะครับ ทางธรรมยังมีเรื่องราวให้ศึกษาอีกมาก ต้องขอคำแนะนำด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ


"ขออนุโมทนาที่เคยบวชครับ นับว่ามีบุญไม่ธรรมดาเลยนะครับ

ที่ว่าไม่ธรรมดาหมายความว่า"พิเศษอย่างยอดเยี่ยม" เพราะคนที่จะมีโอกาสบวชนั้นยากยิ่งนัก การบวชย่อมหมายถึงความมีศรัทธาที่จะประพฤติวัตรของพระสงฆ์อันเป็นทางแห่งพรหมจรรย์ ย่อมเป็นการสั่งสมอุปนิสัยให้ได้พ้นทุกข์ในที่สุด จึงชื่นชมมากครับ..

บางครั้งที่พ่อทำเรื่องประเภทนี้ ความรู้สึกมันปรี๊ดขึ้นสมองเลยครับ ก็อาจมีบ้างที่ควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่บ้าง

เป็นเรื่องปกติครับ ถ้าไม่ปี๊ดนี่อาจแปลก แต่ให้ฉวยโอกาสเอาอาการปี๊ดที่เกิดมาเป็นกรรมฐานเลยครับ..ดูซิว่าปี๊ดตลอดเวลาหรือพักนึงก็หายไป ไม่แน่ อาจประจักษ์สภาวะเห็นพระไตรลักษณ์ของอาการปี๊ด ก็เรียกว่าไม่เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นคนนะครับ..

ปกติผมก็ทำบุญอยู่เรื่อยๆ นะครับ ทางธรรมยังมีเรื่องราวให้ศึกษาอีกมาก ต้องขอคำแนะนำด้วยนะครับ
โอ สาธุๆๆ ขอให้มั่นใจเถิดครับว่าบุญจะเป็นที่พึ่งของเราได้ และพยายามศึกษาธรรมะที่ถูกต้อง นะครับ ผมขอแนะนำเว็บอีกที่หนึ่งที่ปลอดภัยจากธรรมะบิดเบือน
คุณจะพบกัลยาณมิตรมากมายที่นั่น ความรู้ของผมยังน้อยนักครับ คุณจะได้ความรู้ทางธรรมที่ถูกตรง กว้างขวางที่เว็บนี้ ประเภทสอนธรรมะออกนอกลู่นอกทางไปผุดทีี่นี่ไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะผู้รู้เขาสอดส่ิองทั่วถึงและรีบกำจัดทันทีเนื่องจากจะทำให้ธารณชนรู้ผิดๆ..

http://larndham.net/index.php?s=ce6d48be7b82c753145201b7e58f27e6&showforum=3

ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปครับ


สิ่งที่พระพยอมเสียใจที่สุดในชีวิต

โยมพ่อของอาตมาเป็นคนขี้เหล้า... หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็กินเหล้าหมด

พอเมาก็ดุด่าโยมแม่กับอาตมา อาตมาไม่ชอบพ่อมาก.......

วันหนึ่ง โยมพ่อเมากลับบ้านไม่ได้ มีคนให้อาตมาพายเรือไปรับ

ตอนนั้น อาตมายังเป็นวัยรุ่น ทำงานมาทั้งวันก็อยากจะนอน....อยากพักผ่อน....

อาตมารู้สึกโมโหมาก

พอพายเรือกลับบ้าน ก็ทิ้งโยมพ่อไว้ในเรือ

แต่พ่อเมามากลุกไม่ไหว ตะโกนเรียก....

“ ไอ้ยอม... ไอ้ยอม... มาอุ้มกรูขึ้นบ้านหน่อย... กรูขึ้นไม่ไหว ”

ไอ้เราก็ทนรำคาญไม่ไหว เดินกระทืบเท้า ตึง.. ตึง.. ตึง..

กระชากร่างพ่ออุ้ม ในขณะที่อุ้ม..

ความรู้สึกเจ็บแค้นที่พ่อทำให้เราลำบาก ชอบด่าว่าเราเจ็บๆ

พออุ้มพ่อขึ้นมาจากเรือ... ถึงหัวสะพาน

จับร่างพ่อกระแทกกับหัวสะพาน ก้นพ่อกระแทกกับ พื้นไม้อย่างแรง
เสียงดังโครม....

พ่อแกร้องไห้.... แล้วพูดว่า

“ ไอ้ยอมนะ... ไอ้ยอม.. กรูอุ้มมรึงมาแต่เล็กแต่น้อย....

กรูนอนหลับ.. แต่มรึงไม่ยอมนอน... ร้องไห้กวน..

กรูต้องลุกมาอุ้มมรึง...ร้องเพลงกล่อมให้มรึงนอน

จะไปไหนมรึงไม่ไหว.. มรึงเหนื่อย.. กูก็ต้องอุ้มมรึง.. ทั้งที่กรูก็เหนื่อย

กรูอุ้มมรึง.. มรึงทั้งขี้..ทั้งเยี่ยว.. ใส่กรู

แต่กรูไม่เคยทุ่มมรึงลงกับพื้นเลย....

เพราะกรูรักมรึง......

วันนี้... มรึงอุ้มกรู เหล้ากรูไม่ได้หกโดนมรึงสักนิด มรึงทุ่มกรูลงพื้นทำไม.....”

พอพ่อพูดจบ น้ำตาไม่รู้มาจากไหน มันไหลพรูลงมาอาบสองแก้ม

อาตมาเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน

ก้มลงกราบพ่อ แล้วพูดว่า

“ พ่อครับ ต่อจากนี้ไป... ผมจะอุ้มพ่อตลอดชีวิต

โดยไม่บ่นและทุ่มพ่อ ลงพื้นอีกแล้วละครับ ”

หลังจากนั้น อาตมาทำงานอย่างหนักเพื่อมาให้พ่อ หวังให้พ่อสบายขึ้น

แต่เมื่อถึงวันนั้น มันก็สายไปแล้ว

โยมพ่อได้จากอาตมาไปแล้ว

คิดแล้วมันทรมานใจเหลือเกิน อาตมาทำผิดพลาดไปแล้ว และแก้ไขไม่ได้

จึงอยากเตือนทุกคนเอาไว้ ไม่อยากให้เสียใจไปตลอดชีวิต

แล้วคุณล่ะ เคยทำอะไรให้พ่อเสียใจบ้างหรือเปล่า

บางครั้งเราอาจเข้าใจท่านผิด

บ้างครั้งท่านเฉยเราก็คิดว่าท่านไม่สนใจ

แต่พอเราโตเราก็จะรู้เองว่า

สิ่งที่ท่านทํากับเรามันเป็นสิ่งที่ท่านหวังดีกับเราเสมอ

ขอให้รู้จักค้นหาหัวใจตัวเองให้ทันเวลา

ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป..... "

---------------------------------------------
สำหรับบางคน......

บางสิ่งบางอย่าง ลำบ๊ากลำบาก แต่เราสามารถ มุมานะทำเพื่อแฟนหรือคนรักของเรา

แต่บางสิ่งง่ายๆ สำหรับพ่อแม่ของเรา เรากลับไม่ค่อยอยากทำให้ท่าน

ทั้งๆที่ท่านลำบากเลี้ยงเรามา มาคิดได้เมื่อสายไปแล้ว....

เคยได้ยินมาว่า....

ข้าวร้อนๆกับปลาเค็ม 1 ชิ้น ตอนพ่อมีชีวิตอยู่

มีค่ามากกว่า "เนื้อมังกร...หน้าศพ" ตอนพ่อตาย...


ที่มา

http://board.palungjit.com/f8/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD-194328.html


สาธุครับทุกท่าน


ผมก็เสียใจกับการกระทำที่ทำกับพ่อ แต่สาเหตุมันมาจากพ่อ ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ผมก็อยากที่จะตาสว่าง

การที่คนเราเมา จะทำให้พูดความจริงออกมา จริงหรือไม่ เพราะผมไม่กินเหล้าเบียร์

ผมก็อยากที่จะได้รับความสุขบ้าง ไม่มีใครหรอกที่จะไม่รักพ่อแม่ แต่จะรักมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง ผมรักนะ ผมก็ไม่รู้ว่าพ่อคิดอย่างไร ถามเขาแล้ว เขาไม่พูด เอาแต่เดินหนี

ถามผมนะ แต่ก่อน ผมไม่เคยทำอะไรที่ให้พ่อแม่เสียใจเลย จนกระทั่งเรื่องของพ่อ มันถูกสะสมมาเกือบ 10 ปี ความคิด การเปลี่ยนแปลง แย่ลง ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ทำให้พ่อแม่เสียใจ แต่ทำไงได้ ในเมื่อตัวเราไม่ใช่ตัวเราเอง


คุณเซนทสามารถเลือกที่จะปรับปรุงได้นะครับ มิได้หมายความว่าเราไม่อาจเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้แม้ในสถาน การณ์เลวร้าย ขอเพียงให้มีความคิดเห็นที่ถูกต้องเท่านั้น แม้เราเลือกเหตุการณ์ที่ดีๆไม่ได้ เพราะกรรมเก่าเขาจัดฉากมาแล้ว แต่หากเราใช้"ฉาก"เก่า"นี้มาแสดง"บทบาทใหม่ที่ดี" ก็ย่อมมีผลให้ได้ฉากใหม่ที่ดีในอนาคตแน่นอน..

เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้ แต่เราเปลี่ยนตนเองได้ครับ ผมมั่นใจในคุณความดีที่คุณเซนทได้เคยสั่งสมมาแล้วว่าจะมาให้ผลเบียดวิบากที่ไม่ดีไปได้ ขอเป็นกำลังใจ ให้พ้นวิกฤติชีวิตได้ด้วยดีครับ

อนึ่ง ตัวอย่างของหลวงพ่อพยอมนี้เป็นเรื่องสำหรับเตือนใจว่าขณะนี้พ่อยังมีชีวิตอยู่ เราพึงใช้โอกาสดีนี้ตอบแทนคุณท่านให้ดีที่สุด ท่านเคยอุ้มชูเลี้ยงเรามาเหมือนกัน ท่านเคยปลอบเราเวลาเราร้องไห้ ท่านเคยปกป้อง เราจากอันตรายเมื่อเรายังเล็ก ท่านคงเคยพาเราไปเที่ยวหรือป้อนข้าวน้ำให้เราด้วยความรักเเละเมตตาที่สุด..

ที่ท่านเปลี่ยนไปนั้นเพราะไม่สามารถควบคุมกิเลสตัณหาของตนเองได้ เหมือนเราๆทุกคน แต่นั่นมิได้หมายความว่าท่านเกลียดชังเรา แต่ท่านไม่เป็นที่ยอมรับของเีราเองต่างหาก ท่านคงไม่เคยแม้จะคิดว่าเราเป็นศัตรูของท่าน ท่านเพียงทำอะไรๆด้วยคิดว่านั่นคือความสุขของท่าน แต่ลืมคิดไปว่า ท่านทำให้เกิดความ เดือดร้อนแก่คนรอบตัว...คนเราทุกคนทำผิดกันได้... อย่างไรเสีย ผมก็คงต้องบอกว่า การให้อภัยโดยเฉพาะแก่ผู้ให้กำเนิดเราย่อมมีคุณมหาศาลแก่ตนเอง จึงฝากไว้เพื่อพิจารณาด้วยนะครับ..พ่อเคยให้อภัยเรามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ลองคิดดูเถิดครับ..




ความเห็นนี้นานมากจึงมา

กรรมนั้นจำแนกสัตว์ทั้งหลายให้เลว แลประณีต
กรรมนั้นใครก่อก็รับไปปฏิเสธมิใด้
ก็กรรมนั้นหล่ะเราอาจเคยทำจึงต้องมาอยู่รับ ในสถานการณ์นี้ที่เราคิดว่าไม่ควรเลย
ก็กรรมนี้ อาจเป็นกรรมแรกในปัจจุบันนี้ก็ใด้ ผู้ใดทำก็รับกันไปแน่นอน

ถ้าอยากเลี่ยงไป ออกไป ไม่ปะปนก็รักษากรรมในปัจจุบันครับ ทำให้เป็นกุศลอาจิณกรรม
ทำดี คิดดี พูดดีจนชินนั่นหล่ะ ... สุขก็จะมาเป็นเพื่อนที่ใจเราครับ ...

บางท่านบางคนหลงไปเพราะกรรมที่ทำไม่ดีนั่นก็กรรมเขาแน่นอน
เขาก็รับอยู่ด้วย และก็นับวันก็ยิ่งหนักขึ้น เราเบี่ยงเบนเขาไม่ใด้แต่เราเบี่ยงเบนเราใด้ครับ
ความทุกข์มาจากหลายๆที่ แต่ก็มาลงที่ใจนี่หล่ะ ดักใว้ด้วยสติใด้แล้วตั้งมั่นดีๆ เดี๋ยวปัญญาก็เกิดเอง

สถานการณ์แย่ๆมีมากเรื่อง มากคน มากตัวประกอบเหมือนละครน้ำเน่า เราอย่าเข้าไปเล่นไปรับบทบาทครับ
เป็นผู้ดูเพื่อสังเวช ให้เป็นบ่อเิกิดแห่งปัญญาดีกว่า วันนี้ดูกายดูใจตัวเองดีกว่าไม่ส่งจิตออกนอกไปพิจารณาใคร
ปัญหาแก้ใด้แน่นอน ทำเดี๋ยวนี้ใด้เดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องรอชาติไหนๆ หรือรอให้ใครๆมาบันดาล

พ่อและแม่ก็สักแต่ว่าพ่อและแม่ หน้าที่เราคือทดแทนพระคุณท่านเท่านั้นด้วยความอ่อนน้อมยิ่งยวด
ท่านจะเป็นอย่างไรก็ช่างเถิด กรรมใดใครสร้างกรรมนั้นก็เป็นเจ้าเรือนของเขาเอง ทั้งตัวเราเองด้วย
ส่วนเราทำกตัญญุตากรรม เป็นมหากุศลอยู่แล้ว ทางโลกก็ดำเนินชีวิตไปครับ
เป็นสัมมาอาชีวะ เท่านั้น ทุกสิ่งอย่างก็เป็นอันยุติใด้ ด้วยปัญญาตน
ด้วยความเพียรตน ด้วยสติอันชอบของตน

ปล่อยวางเสียใดด้วยปัญญา นั่นหล่ะดีครับ ผลลัพท์เป็นเลิศ วิเศษสุด ...

Prateep




ครับ ถ้าความลับมีในโลก ก็คงจะดี

ไม่รู้ ไม่เห็น จะเป็นสุข ^_^

เมื่อรู้ เมื่อเห็น จะเป็นทุกข์ T T


ขอขอบคุณ สำหรับ ทุกๆ บทความคับ ผมเข้าใจแล้ว ว่า ผมควรจะเดินไปทางใหน แต่ก่อนจะไปถึงจุดหมายปลายทาง นั่นคือ เชิงตะกอน ผมขอทำวันนี้ ให้ดีที่สุดก่อนคับ..ผมจะเปนคนดี...


ผมจะขออธิบายเรื่องกรรมง่ายๆๆให้เข้าใจนะ อันแรกคือ นั้นพ่อกับแม่เขาย่อมมีกรรม

ร่วมกันมาตั้งแต่อดีตชาติ (กรรมนั้นคือการกระทำ)เราย่อมไปยุ่งบุพกรรมของตัวบุคคล

ไม่ได้พอเขาหมดกรรมกันเด๋วเขาก็แยกจากกันเอง ส่วนตัวคุณนั้นได้รับอานิสงค์แห่ง

กรรมนั้นคือ มีกรรมเป็นมรดก มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ กรรมนั้นย่อมสืบต่อทางสายเลือด

วิธีแก้คือ อยู่ในความตั้งมั่นของศีล 5ข้อ ทำไม่ได้ ก็สัก3ก็ยังดี (หมั่นถือศีลสัก3-5วันยิ่งดี)

ทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรของพ่อและแม่แบบเจาะจงยิ่งดีเพราะจะ

ได้เต็มๆๆ




ถ้าเขาไม่ทำบุญนี่เคล็ดลับนะ ไปขโมยตังพ่อแม่เลย 1บาท 5บาท 10บาท 20บาท

ไปทำบุญและก็เอาตังเราไปไว้คืนที่เดิมไว้ให้เหมือนเดิมเท่าเดิม

เขาได้ทำบุญเหมือนกันอานิสงค์เท่ากันกับที่เขาได้ทำ


อย่าทำเกินกว่านี้นะ ซวยเองนะฉันไม่ยุ่งด้วยหล่ะ


 เปิดอ่านหน้านี้  2718 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย