รบกวนช่วยแก้ไขจิตใจที

ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงเป็นแบบนี้ ตอนนี้ตกงานด้วยไม่ได้ทำไรก็เครียดๆนะ
ตอนเครียดๆก็จะอยู่คนเดียว แต่แป๊บๆก็หาย แต่หลังๆกลับมีอาการวิตก
เริ่มแรกก็คือยาที่เคยกินก็ไม่กิน กลายเป็นวิตกกลัวกินยา นึกว่าตัวเองต้องไปหาหมอจิตแพทย์มั้ย
หลังๆของบางอย่างเราก็ไม่กิน เพราะใจไปคิดว่ามันไม่ดี กลัวตัวเองเกิดสักวันไม่กินอะไรเลยคงแย่
ไม่รู้ทำไมจิตใจถึงเป็นแบบนี้ พยายามหาอะไรทำ แต่อยู่ๆใจมันก็ชอบกลับไปคิด กลับไปกังวล
กับสิ่งที่ไม่เป็นเรื่อง ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เป็น เล่าให้แม่ฟัง แม่บอกว่าเราจิตอ่อนอะไรกระทบหน่อยก็แปรๆ
เราเป็นคนขี้กังวล ไม่รู้จะทำยังไง กลัวใจตัวเองจะคิดไรฟุ้งซ่านมากมายไปกว่านี้
หลายวันนี้เคยลองนั่งสมาธินะ แต่ไม่ได้ติดต่อกันทุกวัน ก็ไม่รู้ว่าไอ้อาการดังกล่าวจะช่วยได้มั้ย
นั่งๆเหมือนคนหลับใน แต่จริงๆยังไม่หลับอะ แต่จิตมันก็ไปคิดเรืองที่กังวลอีก ไม่รู้จะทำยังไงดี
เหมือนคนจะบ้าๆยังไงบอกไม่ถูก มันทำให้รู้สึกแย่นะที่ตัวเองกลายเป็นแบนี้ เราควรจะทำยังไงดี



DT08389

ว้าวุ่น



ขอร่วมส่งกำลังใจให้คุณว้าวุ่นครับ

ไม่ได้ทำงานจึงวิตกกังวลในเรื่องของตัวเองครับ เป็นธรรมดาของคนจิตอ่อนแอ
อย่างที่คุณแม่บอกครับ..

คุณแม่คงเป็นกำลังใจให้คุณอีกคนนะครับ..เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ คงรู้สภาวะจิตใจ
ของลูกดี แสดงว่าเห็นใจลูกมากนะครับเท่ากับลดความกังวลคุณได้มากทีเดียว

การเข้าหาธรรมะ และการปฏิบัติจะรักษา และทำให้เราเข้าใจชีวิตที่ผันแปรขึ้น-ลง
ได้อย่างมากครับ

ขอให้คุณมั่นใจในคุณความดีทั้งปวง คุณแห่งพระพุทธคุณ คุณแห่งพระธรรม
คุณแห่งพระอริยะสงฆ์มีจริง
ขอให้คุณมั่นใจในความดีงาม(เช่นการให้ทาน รักษาศีล การสวดมนต์
เจริญภาวนา) ในกุศลที่คุณเคยกระทำว่ามีคุณจริงครับ
เหล่านี้จะทำให้คุณมีจิตใจที่เข้มแข็ง ไม่อ่อนไหวจนเกินเหตุ แล้วจะผ่านช่วงระยะ
เวลาเหล่านี้ได้อย่างดีครับ

บุญรักษาครับ

ความคิดเห็นที่ 1  / aa1234 / 26 พ.ย. 2551 21:58 น. 



การที่จิตไม่หยุดคิด มันเป็นเรื่องปกติของจิต
ธรรมชาติมันเป็นอย่างนั้นกันทุกคน
แต่อาจจะมากน้อย

มีแนวทางปฏิบัติธรมที่เหมาะกับคนชอบคิด ชอบกังวล
ลองศึกษาแนวทางหลวงพ่อปราโมช ปาโมชโช
เริ่มด้วยการดาวน์โหลด mp3 มาฟัง
ฟังอันไหนก็ได้ เพราะมันเป็นเรื่องเดียวกันในที่สุด
ตรงไหนไม่เข้าใจก็ฟังผ่านๆไปก่อน จะเข้าใจที่หลังเอง

www.wimutti.net


ความคิดเห็นที่ 2  / kamin / 27 พ.ย. 2551 01:43 น. 



ผมเป็นหนักกว่าคุณอีก เวลาจิตฟุ้งซ่าน หายใจลึกๆ ท่องพุทโธในใจ ช่วยให้เราอยู่ได้ไปวันๆ สักวันชีวิตต้องดีขึ้นครับ ถ้าไม่ดีก็ไม่ต้องไปใส่ใจมันช่างมัน ผมกะจะพุทโธไปจนลมหายใจสุดท้ายเลยนะเนี่ย จากคนล้มเหลว

ความคิดเห็นที่ 3  / wasawaum / 27 พ.ย. 2551 11:24 น. 



ธรรมชาติจิตที่คิดฟุ้งไปแบบนี้เพราะขาดการเจริญสมาธิและสติในการพินิจพิจารณาและการติดยึดในเรื่องนั้น ๆ อ่ะค่ะ เรื่องราวที่เกิดขึ้นมันก็เลยวนเวียนอยู่ในหัวแบบข้ามช็อตไป ๆ มา ๆ แบบจับต้นชนปลายไม่ค่อยจะถูก เป็นธรรมดานะคะ โดยเฉพาะ ยิ่งมีความคาดหวังบางอย่างในใจด้วยแล้ว จึงปรุงเป็นความเครียดภายในขึ้นมาเอง ชีวิตคน ๆ หนึ่ง ก็เป็นไปได้ที่จะมีจุดแบบนี้ได้ค่ะ ซึ่งหลายคนเท่าที่เจอ ก็เปลี่ยนจุดนี้ของชีวิตมาเข้าใจโลกเข้าใจธรรมชาติได้อย่างดีได้นะคะ อยู่ที่มุมมองและความเข้าใจในธรรมชาติของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเราน่ะค่ะ อาจจะพลิกวิกฤตตรงนี้ เป็นโอกาสในชีวิตก็ได้

อันนี้ลองขอแนะนำวิธีง่าย ๆ ไปลองทำดูนะคะ ถ้าเป็นคนชอบคิดๆๆๆแบบนี้ไม่จบไม่สิ้น หาข้อสรุปไม่ได้ วิตกกังวลต่าง ๆ ก็ลองหาสมุดกับปากกาขึ้นมาซักชุดนึง พอจิตใจเริ่มมีความคิดเมื่อไหร่ หยิบปากกาขึ้นมาเขียนเลยค่ะ เขียนทุกอย่างที่อยากจะเขียนที่อยู่ในใจเรานั่นแหละค่ะ ทุกครั้งที่มีความคิด เขียนไปเลยค่ะ สบายใจเมื่อไหร่ก็หยุด

การเขียนมีแง่ดีนะคะ มันทำให้เราค่อย ๆ คิดได้และช่วยจัดระเบียบความคิดเป็นความเข้าใจได้ เหมือนตอนเด็ก ๆ ที่เราต้องทดเลข เราทดในกระดาษใช่มั๊ยคะ คิดในหัวเนี่ย ถ้าไม่คล่องจริง ๆ หรือไม่เป็นอัจฉริยะแล้ว ก็ยากที่จะคิดออก เพราะทำให้เราเห็นภาพ และค่อย ๆ ลำดับความคิดของตนเองได้ เหมือนที่เรากำลังพยามอธิบายเรื่อง ๆ หนึ่งให้คนฟังเข้าใจ เราก็ต้องค่อย ๆ อธิบายเรื่องไปตั้งแต่ตอนแรกจนกระทั่งตอนสุดท้าย เสร็จแล้วจุดนี้ล่ะค่ะ เขียน ๆ ไปครั้งแรก ๆ ก็อาจจะยังมีความสับสนอยู่บ้าง แต่เขียนบ่อยเข้า ๆ จิตจะมีสภาพคลาย และเข้าใจตัวปัญหา พร้อมทั้งหาทางออกให้เสร็จสรรพเลยค่ะ

ลองดูนะคะ ได้ผลไม่ได้ผลยังไงก็ขอให้ได้ลองก่อนคะ ถึงจะรู้ อาจจะใช้เวลาซักหน่อย แต่ก็ใจเย็น ๆ นะคะ ^-^

ความคิดเห็นที่ 4  / mina / 27 พ.ย. 2551 13:22 น. 





ผมไม่มีแม่ อยู่กับพ่อสองคน
แต่ก่อนพ่อผมก็ตกงาน จากเคยอยู่ดีกินดีมีเงินใช้คล่องก็ต้องประหยัด
หางานไม่ได้พ่อต้องไปหาซื้อเสื้อผ้ามือสองมาสวมใส่ทั้งสองคน
เก็บขยะพวกพลาสติก กระดาษใส่กระสอบเอามาขายพ่อผมก็ทำได้และได้เงินด้วย
ผมไปกับพ่อแทบทุกวัน วันไหนไปโรงเรียนก็ช่วยพ่อตอนเย็น
พอได้เงินมาก้อนหนึ่ง พ่อก็เก็บขยะน้อยลง หันมารับซื้อของเก่าจากร้าน จากบ้านคนมั่งมีที่ใจบุญบางทีก็ขาย บางบ้านก็ให้ผมและพ่อฟรี ๆ

ได้สนทนากับคนโน้นคนนี้ เห็นคนพิการ เห็นคนป่วย เห็นคนที่มีปัญหาชีวิตที่แย่กว่าเราอีกมากมาย

พ่อบอกว่าถ้าเราคิดในแง่บวก
อย่าเอาเราไปเทียบกับคนที่เหนือกว่า
อย่าดูถูกคนที่ต่ำกว่า
มีเมตตากับทุก ๆ คนเราก็จะสบายใจ
รู้จักพอรู้จักให้ อย่าเอาของของคนอื่นให้เขาทุกข์ร้อนเราจะมีความสุข

พ่อผมไม่ได้เป็นลูกจ้างใครแต่ซื้อมาขายไป
สุจริตในอาชีพ ไม่เบียดเบียนใคร
ปัจจุบันมีอาหารใส่บาตร มีเงินทำบุญช่วยเหลือคนอื่น

พ่อบอกว่าเราสองพ่อลูกก็มีประโยชน์แก่สังคมเหมือนกันนะ


สวัสดีครับทุก ๆ ท่าน


TOOMAIN ม.1/1.


ความคิดเห็นที่ 5  / TOOMAIN / 27 พ.ย. 2551 15:39 น. 




คุณเอาเวลามาคิดวางแผนรับสถารการณ์ดีกว่าเอาเวลาไปคิดฟุ้งซ่านซึ่งทำให้จิตใจเราเศร้าหมองเปล่าๆ
ดูความรู้ความสามารถ ดูประสบการณ์ที่ทำงานมา หาทางใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ที่เรามีอยู่
อย่าเอาความคิดไปคิดรู้สึกกังวลแต่ในอนาคต เอาความคิดมาดูปัจจุบัน ดูตัวเราเอง หาตัวเราเองว่ามีดีอะไรแล้วเอาออกมาใช้ประโยชน์เถอะครับ

ด้วยความปรารถนาดี



ความคิดเห็นที่ 6  / นาคราช / 28 พ.ย. 2551 08:03 น. 



เราก็ท่องพุทโธเหมือนกันเวลาที่เครียดท่องไปเรื่อยๆอย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าความทุกข์ที่เราเจอทุกวันมันก็จะมีวันดับไปไม่มีใครโชคร้ายไปตลอดหรอกค่ะเป็นกำลังใจให้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 7  / chicgal1 / 28 พ.ย. 2551 19:05 น. 

 เปิดอ่านหน้านี้  2539 

 ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น


กรุณาล๊อกอินสมาชิกเว็บธรรมะไทยก่อนครับ... Login


  แสดงความคิดเห็น


Go to top


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย