|
ผู้สนใจท่านหนึ่งได้เมล์มาถามปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้
ทางผู้ดำเนินการเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ แก่ท่านอื่นๆ ด้วย จึงขออนุญาตนำมาลงเอาไว้
ณ ที่นี้ ดังนี้
คำถาม
อยากทราบว่าในพระไตรปิฎกมีกล่าวไว้หรือไม่ว่า
อริยบุคคลระดับใด ที่จะอยู่ในเพศฆราวาสไม่ได้ จะต้องบวชทันที หรือภายใน
7 วัน มิฉะนั้นจะต้องละจากโลกนี้ไปทันที จะต้องเป็นระดับ อรหัตตมรรคขึ้นไปใช่หรือไม่
ได้ลองตั้งกระทู้ผ่านบาง web
มีผู้ให้คำตอบว่า................
" เท่าที่ทราบ ก็บอกว่า
ระดับพระอเสกขะเท่านั้น ที่ต้อง ห่มจีวร เป็นภิกษุ เพราะ
ในความเห็นของผมนะ เนื่องจากการเพ่งโทษ
พระอรหันต์ นั้น ผลคือบาปหนัก ท่านจึงเมตตา ท่านจึงต้องเปลี่ยนเป็นห่มจีวร
คนทั่วไปจะได้ไม่บาป
ว่ากันว่า กายปุถุชนไม่บริสุทธิ์พอ
ท่านจึง ห่มจีวร หรือไม่ก็ ละสังขาร ไป "
แต่เท่าที่ทราบ ระดับพระอเสกขะ ก็คือผู้ที่อยู่ในระดับพระอรหันต์ขึ้นไป
แสดงว่า คำตอบของคำถามที่ถามมาก็คือ ถ้าผู้ใดสำเร็จอรหัตตมรรค หรือ
อรหัตตผล จะต้องบวชทันที ตามที่เข้าใจใช่หรือไม่ เพราะตอนนี้กำลังถกปัญหานี้กับเพื่อนอยู่
เพราะเพื่อนเข้าใจว่า ต้องเป็นระดับอนาคามีขึ้นไป ที่จะครองเพศฆราวาสไม่ได้
มิฉะนั้น จะต้องละสังขารจากโลกนี้ทันที
ช่วยตอบข้อสงสัยนี้ให้ด้วยนะคะ
ตอบ
ผู้ที่ต้องรีบบวชทันทีนั้นก็มีแต่พระอรหันต์เท่านั้นครับ
สำหรับอรหัตตมรรคบุคคลนั้นยังจัดเป็นเสกขบุคคลอยู่ และเนื่องจากว่าเป็นอยู่เพียงแค่ขณะจิตเดียวก็เข้าสู่อรหัตตผล
คือเป็นพระอรหันต์ ดังนั้น ในทางปฏิบัติแล้ว คงกล่าวไม่ได้ว่าอรหัตตมรรคบุคคลต้องรีบบวชนะครับ
เพราะเวลาเพียงแค่ขณะจิตเดียวนั้นบวชไม่ทันอยู่แล้ว
ในพระไตรปิฎกที่กล่าวถึงเรื่องนี้ก็เช่น
เมื่อภัททชิกุมารบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว พระพุทธเจ้าก็ตรัสถามบิดาของภัททชิกุมารว่า
วันนี้บุตรของท่านควรจะบรรพชา หรือควรจะปรินิพพาน (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างของเรื่องนี้ครับ)
ส่วนอนาคามีบุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องบวชครับ
ตัวอย่างในพระไตรปิฎกเช่น จิตตคฤหบดี ก็เป็นอนาคามีบุคคล แต่ก็ยังถือเพศเป็นคฤหัสถ์
ไม่ได้บวชเป็นภิกษุนะครับ (มีรายละเอียดอยู่ในอรรถกถานิคัณฐสูตรที่
๘ พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เล่ม ๔ ภาค ๒ ว่า "จิตตคฤหบดี
เป็นอริยสาวกชั้นอนาคามีบุคคล" ครับ)
ส่วนเหตุผลที่พระอรหันต์ต้องรีบบวชนั้น
ตามความเห็นส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าเป็นเพราะท่านไม่มีความยึดมั่นสิ่งใดแล้ว
จึงไม่มีแรงกระตุ้นอะไรให้ท่านอยู่ในทางโลกอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็น รูป
เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หรือญาติพี่น้อง ครอบครัว ทรัพย์สมบัติ ฯลฯ
ท่านมองเห็นแต่ทุกข์โทษ ที่เกิดจากการครอบครองสิ่งเหล่านั้นเอาไว้
และจากการแสวงหาสิ่งใหม่ๆ
ดังนั้น ชีวิตทางโลกซึ่งท่านมองไม่เห็นประโยชน์สำหรับตัวท่านเอง
และทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น (เผยแพร่ศาสนา) ได้น้อย จึงเป็นสิ่งที่คับแคบสำหรับท่านมาก
ดังนั้น การปรินิพพานจึงประเสริฐกว่า ดังนั้น พระอรหันต์ที่ไม่ได้บวชจึงปรินิพพาน
อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ
รายละเอียดเรื่องที่พระอรหันต์ครองเพศฆราวาสไม่ได้
ต้องรีบบวชมีดังนี้ครับ
อรรถกถามหาปนาทชาดกที่ ๔ พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๔ - หน้าที่ 115 (ข้อความจากหน้าที่ 117)
..... ชาวพระนครทั้งสิ้นพากันสดับพระธรรมกถาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น.
ภัททชิกุมารนั้นกล่าวว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านทั้งหลายจงมา แม้เราก็จักฟังธรรม
แล้วประดับด้วยอาภรณ์ทั้งปวงเข้าไปพร้อมด้วยบริวารใหญ่ ยืนฟังพระธรรมกถาอยู่ท้ายบริษัท
ยังสรรพกิเลสทั้งหลายให้สิ้นไป. บรรลุพระอรหัต (เป็นพระอรหันต์ - ธัมมโชติ)
อันเป็นผลชั้นเลิศ.
พระศาสดาตรัสเรียกภัททิยเศรษฐีมาแล้วตรัสว่า
ดูก่อนมหาเศรษฐี บุตรของท่านประดับประดาตกแต่งแล้วฟังธรรมกถาได้ดำรงอยู่ในพระอรหัต
เพราะฉะนั้น วันนี้ บุตรของท่านควรจะบรรพชา หรือควรจะปรินิพพาน.
ภัททิยเศรษฐีกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
กิจด้วยการปรินิพพานแห่งบุตรของข้าพระองค์ย่อมไม่มี ขอพระองค์จงให้บุตรของข้าพระองค์นั้นบรรพชาเถิด
พระเจ้าข้า .....
|