|
สมัยพุทธกาลยังมีผู้เข้าใจผิดเรื่องมรรคผล
|
อรรถกถาธรรมบท : ชราวรรควรรณนา
เรื่องพระอธิมานิกภิกษุ
ข้อความเบื้องต้น
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน
ทรงปรารภพวกภิกษุผู้มีความสำคัญว่า ตนได้บรรลุพระอรหัตผลหลายรูป ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า
"ยานิมานิ" เป็นต้น.
พวกภิกษุสำคัญผิด
ดังได้สดับมา ภิกษุ ๕๐๐ รูปเรียนกรรมฐานในสำนักพระศาสดา
แล้วเข้าไปสู่ป่า พากเพียรพยายามอยู่ ยังฌานให้เกิดขึ้นแล้ว สำคัญว่า
"กิจบรรพชิตของพวกเราสำเร็จแล้ว" (คือบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว
- ธัมมโชติ) เพราะกิเลสทั้งหลายไม่ฟุ้งขึ้น (เพราะอำนาจของสมาธิในขั้นฌานข่มกิเลสเหล่านั้นเอาไว้
ดูเรื่องพุทธวิธีพัฒนาจิต ในหมวดบทวิเคราะห์ ประกอบ - ธัมมโชติ) จึง(กลับ)มาด้วยหวังว่า
"จักกราบทูลคุณที่ตนได้แล้วแด่พระศาสดา."
พระศาสดาจึงแก้ความสำคัญผิดนั้น
ในเวลาที่พวกเธอถึงซุ้มประตูชั้นนอกเท่านั้น
พระศาสดาตรัสกะพระอานนทเถระว่า "อานนท์ การงาน (เกี่ยว) ด้วยเราผู้อันภิกษุเหล่านี้เข้ามาเฝ้า
ยังไม่มี. ภิกษุเหล่านี้จงไปป่าช้าผีดิบ (เสียก่อน) กลับมาจากที่นั้นแล้วจึงค่อยเฝ้าเรา."
พระเถระไปแจ้งความนั้นแก่พวกเธอแล้ว.
พวกเธอไม่พูดเลยว่า "พวกเราจะได้ประโยชน์อะไรด้วยป่าช้าผีดิบ"
คิดเสียว่า "พระพุทธเจ้าทรงเห็นการณ์ไกล จักทรงเห็น (เหตุ) การณ์"
ดังนี้แล้ว ไปสู่ป่าช้าผีดิบแล้ว เมื่อเห็นศพในที่นั้น กลับได้ความเกลียดชังในซากศพที่เขาทิ้งไว้
๑ วัน ๒ วัน ยังความกำหนัดให้เกิดในสรีระอันสดซึ่งเขาทิ้งไว้ในขณะนั้น.
ในขณะนั้นก็รู้ว่าตนยังมีกิเลส.
พระศาสดา ..... ตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย
การที่เธอทั้งหลายเห็นร่างกระดูกเช่นนั้น ยังความยินดีด้วยอำนาจราคะให้เกิดขึ้น
ควรละหรือ ?" ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า
ยานิมานิ อปตฺถานิ อลาปูเนว*
สารเท
กาโปตกานิ อฏฺีนิ ตานิ ทิสฺวาน กา รติ.
"กระดูกนี้เหล่าใด อันเขาทิ้งเกลื่อนกลาด
ดุจน้ำเต้าในสารทกาล มีสีเหมือนนกพิราบ
ความยินดีอะไรเล่า ? (จักมี) เพราะเห็นกระดูกเหล่านั้น."
* อรรถกถาว่า อลาพูเนว.
|