ทำไมปล่อยปลาชนิดไหน ต้องห้ามกินปลาชนิดนั้น

    

เราเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยถือสักเท่าไหร่กับเรื่องที่ปล่อยปลาชนิดไหนต้องห้ามกินปลาชนิดนั้น.....เราไม่รู้นะว่าทำไมต้องห้ามกิน ใครเป็นผู้ตั้งกฎนี้ขึ้นมา...แต่เห็นใครๆ ก็บอกว่าถ้าปล่อยแล้วกินมันจะบาป เราก็ไม่รู้นะว่าจริงหรือไม่

แต่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่ามมา เราได้ไปตลาดกับน้องคนหนึ่ง ในขณะที่เรากำลังซื้อผักอยู่นั้น เราเหลือบไปเห็นปลาดุกที่เค้าขายอยู่ ก็เลยรู้สึกอยากทำบุญอยากช่วยปล่อยปลาพวกนั้น....
พอเราจะซื้อน้องเรากลับร้องห้ามและบอกว่า "อย่าปล่อยเลย เดี๋ยวไปซื้อปลาไหลปล่อยกันดีกว่า"

แต่เรารู้สึกว่าเราอยากปล่อยมากๆ เราก็ไม่สนใจ แต่น้องยังห้ามและบอกอีกว่า "ปล่อยปลาไหลดีกว่าคนเราไม่ค่อยกินกัน เพราะปล่อยปลาอะไรก็ห้ามกินปลานั้นนะ"

เราก็เลยบอกไปว่า "ปลาไหลเราก็กิน"

น้องเราเลยถามว่า "แล้วปลาดุกล่ะเราไม่กินเหรอ"

เราก็เลยบอกไปว่า "ไม่อ่ะ...ไม่ชอบกินปลาดุก"

ทั้งๆ ที่จริงเราก็กินนะปลาดุกน่ะ แต่เราโกหกน้องเพื่อจะได้ปล่อยปลา
แล้วเราก็เลยซื้อปลามาโลนึงไปปล่อยสมใจ......
ลองคิดดูดิ่ ถ้าวันนั้นเราเชื่อน้อง และยึดถือกับความเชื่อนั้น ปลาดุกที่น่าสงสารคงตกไปอยู่ในท้องใครก็ไม่รู้....และเราเชื่อนะว่ายังมีคนที่คิดแบบน้องคนนี้อีกเยอะ คิดแบบว่าไปหาปลาที่เราไม่ชอบกินหรือปลาที่เราไม่ค่อยจะกินกันปล่อยกันดีกว่า.....แต่สำหรับเรา เราไม่ถือความเชื่อพวกนี้หรอกถ้าเราไปเดินตลาดแล้วอยากปล่อยปลาไม่ว่าจะเป็นปลาชนิดไหน และเรามีกำลังซื้อ เราก็จะปล่อย.....




ใครเป็นผู้ตั้งกฎนี้ขึ้นมา
เป็นกุศโลบายที่บางคนคิดขึ้นเอง ไม่ใช่สิ่งควรใส่ใจเพราะไม่เกี่ยวกันกับการให้ชีวิตสัตว์

ราเหลือบไปเห็นปลาดุกที่เค้าขายอยู่ ก็เลยรู้สึกอยากทำบุญอยากช่วยปล่อยปลาพวกนั้.
ตรงนี้เป็นกุศลเจตนามีผลดีเเก่ตนเอง

แต่น้องยังห้าม
ตรงนี้เป็นความเห็นผิด ห้ามผู้อื่นทำกุศลมีอกุศลวิบากเป็นผล ควรรีบแก้ไขให้ถูกต้อง/color]

แต่เราโกหกน้องเพื่อจะได้ปล่อยปลา
การโกหกเป็นการล่วงศีลข้อ4 มีอบายเป็นที่ไป ส่วนเจตนาช่วยปลาเป็นกุศลเกิดในขณะจิตหลังจากโกหก color=green]เราไม่จำเป็นต้องโกหกเพื่อการทำความดี


แต่สำหรับเรา เราไม่ถือความเชื่อพวกนี้หรอกถ้าเราไปเดินตลาดแล้วอยากปล่อยปลาไม่ว่าจะเป็น ปลาชนิดไหน และเรามีกำลังซื้อ เราก็จะปล่อย.....
สาธุ สาธุ สาธุครับ


ปุญฺญญฺเจ ปุริโส กยิรา.................................กยิราเถนํ ปุนปฺปุนํ

ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ.......................................สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโยติ



หากบุรุษพึงทำบุญไซร้ พึงทำบุถญนั้นบ่อยๆ พึงทำความพอใจในบุญนั้น...

เพราะว่า การสั่งสมซึ่งบุญ นำสุขมาให้...

*******************************************

ขออนุโมทนาสาธุ กับการขวนขวายทำความดีของท่าน


*******************************************

อภิตฺถเรถ กลฺยาเณ........................ปาปา จิตฺตํ นิวารเย

ทนฺธํ หิ กรโต ปุญฺญํ........................ปาปสฺมึ รมตี มโนติ


บุคคลพึงขวนขวายในกรรมอันงาม พึงห้ามจิตจากบาป

เพราะว่า เมื่อบุคคลทำบุญช้า ใจย่อมยินดีในบาป.

*********************************************

เมื่อใดจิตเป็นกุศลอยากทำบุญ เมื่อนั้นจงขวนขวายทำกิจอันเป็นบุญนั้นให้จงได้

ไม่พึงปล่อยให้ล่วงเลยขณะจิตอันเป็นกุศลนั้น

เพราะว่า...จิต ย่อมยินดีในกุศลกรรม เฉพาะในเวลากระทำกรรมอันเป็นกุศลเท่านั้น

พ้นจากนั้นแล้ว (จิต) ย่อมยินดีในบาป.




ดูเหมือนในหนังสือ กฎแห่งกรรม ของ ท.เลียงพิบูลย์ (จำไม่ได้เล่มไหน)

มีเรื่องแบบนี้อยู่ คือ คนที่ปล่อยปลาตัวใดแล้ว ไม่ควรไปกินปลาตัวที่เราปล่อย

เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ไปกินถูกปลาที่เราปล่อย เลยต้องงดกินปลาชนิดนั้นไปก่อน

ก็เป็นการเผื่อไว้ก่อน แต่ถ้ามั่นใจ100เปอร์เซนต์ว่า ไม่กินถูกปลาที่เราปล่อยแน่ ก็ไม่ต้องห่วงอะไร

หรือรอให้หมดอายุขัยของปลาก่อนก็ได้ ชัวร์ดี


 เปิดอ่านหน้านี้  3199 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย