เห็นคนทำผิด ช่วยปิดเป็นความลับดีไหม

    

ขอเกริ่นนำด้วยคำถามที่ว่า...ถ้ารู้ว่าคนรู้จักค้ายาเสพติด จะทำอย่างไร
1.แจ้งตำรวจ ภัยสังคมอย่างนี้ปล่อยไว้ทำไม
2.เฉยๆปล่อยให้เวรกรรมจัดการ ไม่ใช่ธุระฉันกรรมใครกรรมมัน ไม่เสี่ยงให้ถูกมันตามอาฆาตหรอก
3.แจ้งเตือนให้คนใกล้ชิดได้รับทราบ เผื่อหาทางออกได้ เพราะที่ต้องค้ายาอาจมีเหตุจริงๆ เช่น แม่ของคุณน้ำเดอะสตาร์ แล้วคนซื้อยาส่วนใหญ่ก็สมัครใจกันทั้งนั้น

คราวนี้มีอีกคำถามค่ะ ถ้ารู้เรื่องอ.มหาลัยหื่นกาม(กรณีนศ.ถูกหลอกไปร่วมเพศ จำใจไม่ได้แลกเกรด) จะทำอย่างไร
1.แจ้งตำรวจ หรือองค์การมหาลัย หรือผู้บังคับบัญชาของเขา ต้องเอาให้ถึงที่สุด ภัยสังคมอย่างนี้ปล่อยไว้ได้ยังไง แต่ก็ไม่ได้อยากให้ชีวิตเขาต้องพัง ถึงเหตุผลที่ทำไม่ใช่เพราะเรื่องจำเป็นใด และคนที่ถูกกระทำก็เพราะรู้ไม่เท่าทันกลชั่ว อย่างไรคนเราก็ควรได้รับโอกาสกลับตัว และเราไม่ควรตัดสินชีวิตใคร
2.เฉยๆปล่อยให้เวรกรรมตามทัน ไม่ใช่ธุระฉัน กรรมใครกรรมมัน ไม่เสี่ยงให้ถูกตามอาฆาตหรอก
ถ้างั้นก็ต้องเฉยไป แม้รู้ว่าคงมีอีก หลาย หลาย หลาย คนต้องรับกรรม
3.แจ้งเตือนให้คนใกล้ชิดได้รับทราบ ซึ่งคงต้องเป็นภรรยา แต่อันนี้ขอบอกว่าเสี่ยงต่อการทำลายครอบครัวเขาสุดๆ ถ้าคิดดูอีกที ถึงไม่บอกภรรยาเขาวันนี้ สักวันถ้าเขาเลิกไม่ได้ ไม่ใช่แค่ภรรยา แต่ทั้งตระกูลเขาก็อาจซวย

อาจบอกว่าปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรมและโชคชะตา แต่ที่ จขกท รอดมาได้ เพราะเหยื่อคนก่อนมากระซิบเตือนไว้ได้ทัน ไม่ได้นั่งรอโชคชะตา หรือคิดเอาแต่ว่ามันเป็นเวรกรรมต้องรับไป

ถ้าไม่ทำอะไร ปิดเอาไว้ เข้าข่ายสมรู้ร่วมคิดไหมเอ่ย
ตอนนี้นั่งแผ่เมตตา ส่งแรงอธิษฐานไปทุกวัน เพราะ จขกท รับไม่ได้จริงๆ ถ้าเรื่องร้ายแรงในชีวิตผู้หญิงจะต้องไปเกิดขึ้นกับใครอีก

อ.มหาลัยคนนี้ ดูภายนอกไม่ออกเลยว่า แท้จริงแล้วหื่นกามแค่ไหน ถ้านิ่งเฉยต่อไป ก็ไม่รู้ต้องมีอีกกี่คน
ถ้าจะทำอะไรไป ก็เหมือนไปตัดสินทำลายชีวิตเขาและครอบครัว

จขกท.อึดอัดใจ ไม่อยากเห็นใครเจ็บปวด ไม่อยากให้ใครต้องรับกรรม
ถ้าคุณเป็น จขกท. จะทำเ่ช่นไร





จากที่เคยทราบเรื่องประมาณนี้ในพุทธศาสนา
" มีพระรูปหนึ่งนั่งสมาธิอยู่โคลนต้นไม้ แล้วก็มีโจรวิ่งหนีทหารผ่านมาทางที่ท่านนั่งอยู่ พระท่านนี้รู้แน่ว่า ถ้าบอกทหารแล้วโจรต้องโดนจับแน่ ซึ่งจะเป็นการก่อเวร(ให้ท่าน)ขึ้นอีก ท่านจึงลุกขึ้นเดินไปยืนที่อื่น แล้วพวกทหารก็เข้ามาถามท่านจริงๆ แล้วท่านก็บอกว่า "เรายืนอยู่ตรงนี้ ไม่เห็นโจรเลย" (ซึ่งก็ใช่ครับ ขณะที่ท่านยืน ณ ่ตำแหน่งนี้ไม่เห็นโจรมา แต่ตอนนั่งอยู่เห็นโจร...ถือว่าท่านไม่ได้โกหกหรือปิดบังอะไร...
...เพราะขึ้นอยู่กับการวางใจของท่าน(ผู้พูด)ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร) "

จากที่เล่ามาพระรูปนี้ท่านทราบว่า ถึงท่านไม่บอกทหาร ก็ต้องมีคนอื่นบอกทหารอยู่ดี เพราะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม คนที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน(หมายถึง โจร นะครับ) สักวันตัวเองจะเดือดร้อนยิ่งกว่า


ฉะันั้น เรื่องที่คุณ " Witness " ถามมา มันอยู่ที่มุมมองของแต่ละคนครับ
คุณมีสิทธิ์ที่จะแจ้งตำรวจ หรือ ไม่แจ้งก็ได้ ครับ (ไม่ว่าคุณจะเลือกทำแบบไหนก็ไม่ต้องรู้สึกผิดนะครับ)
ถ้าคุณแจ้งตำรวจ ผมว่าเป็นการดีที่จะช่วยเหลือผู้คนอีกมากมาย...(คุณได้บุญครับ)
แต่ถ้าคุณไม่แจ้งตำรวจก็ไม่เป็นไร สักวันก็ต้องมีคนแจ้งตำรวจอยู่ดี(กรรมได้ให้ผลกับคนชั่วแล้วครับ)


" กรรมวิบาก...ย่อมยุติธรรมกับทุกคน "

หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วย เป็นเพียงมุมมองหนึ่งนะครับ
สาธุ


เมื่อมองอย่างพุทธ ผมก็เห็นด้วยกับคุณเปรียวนะครับ
คำตอบจากคุณเปรียวคงเพียงพอจะทำให้สบายใจได้ แต่ผมขอแสดงความเห็นเลยต่อไปอีกหน่อยนะครับ

พุทธศาสนาส่งเสริมการเรียนรู้จนรู้แจ้งด้วยตนเองแล้วจึงสามารถตัดสินใจในสิ่งต่างๆได้อย่างมั่นใจด้วยตนเอง

เมื่อ จขกท. (ตอนแรกผมแปลไม่ออก)เห็นผู้อื่นประสพสภาวะทุกข์ หรือ ได้รับความเดือนร้อน แล้วประสงค์จะให้เขาพ้นจากความทุกข์นั้น ก็เป็นความดีที่เหมือนจะทำได้ง่าย แต่สำหรับจขกท.แล้ว ไม่ได้จบแค่นั้น คือ จขกท. เป็นผู้มีปัญญามีความรอบคอบจึงเห็นว่าการช่วยคนหนึ่งอาจนำสิ่งที่ดูเหมือนเป็น"ความเดือดร้อน"มาสู่อีกคนหนึ่งได้ จึงไม่สามารถตัดสินใจได้

ผมเห็นด้วยครับ หากเป็นตัวผมการที่จะตัดสินใจ และดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นธรรม(เป็นไปตามธรรมอย่างถึงที่สุด) นี้ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายเลย

1. ต้องอาศัยความเข้าใจ และรอบคอบ

ถ้าดูว่า กรณีอ.มหาลัย กับ นศ.นี้ ผู้ประสพสภาวะทุกข์ หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือคือ นศ. ก็ใช่ครับ แต่ อ.มหาลัยก็เป็นผู้ประสพสภาวะทุกข์ และต้องการความช่วยเหลือเช่นกัน คือ เป็นทุกข์เพราะอยู่ใต้อำนาจกิเลสเรื่องของการติดกาม และก็เป็นผู้ที่ต้องได้รับความช่วยเหลือและควรได้รับความปรารถนาดี ความเมตตาจาก จขกท.เช่นกัน

หาก จขกท. ปล่อยให้เลยตามเลย ตัวอ.ก็คงเป็นทุกข์(แต่ตัวอ.อาจคิดว่าเป็นสุขเพราะด้อยปัญญา)อยู่ใต้อำนาจกิเลสต่อไป แบบนี้น่าจะเรียกได้ความเป็นความเดือดร้อนมากกว่าการถูกจับและลงโทษครับ การถูกจับและถูกลงโทษเป็นการช่วยเหลือให้ผู้ทำผิดได้สำนึกตัวไม่ปล่อยใจให้ตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส

2. ช่วยเหลือด้วยจิตเมมตาอย่างแท้จริง ไม่แบ่งแยกแบ่งฝ่าย

เมื่อเห็นแล้วว่าอ.เองก็เป็นผู้ที่ต้องได้รับความช่วยเหลือและควรได้รับความปรารถนาดี ความเมตตาจาก จขกท.เช่นกัน เราก็จะไม่แก้ไขเหตุการณ์ด้วยความโกรธแค้น อยากจะให้ผู้ทำผิดในความคิดของเราได้รับโทษตามความต้องการของเรา(สะใจเรา) แต่เป็นการแก้ไขเหตุการณ์ด้วยความเมตตา ปรารถนาดีต่อผู้อื่นโดยไม่แบ่งแยก และ ปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์อย่างแท้จริง

3. มีความพากเพียรแก้ไขให้เขาพ้นทุกข์อย่างแท้จริง

เมื่อมีความปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์อย่างแท้จริงแล้ว จะรู้ว่าการที่คนทำผิดแล้วถูกลงโทษ(ตามกฏหมาย)แล้ว ก็ไม่ได้มีสิ่งใดเป็นเครื่องการันตรีว่าเขาจะเข้าใจและไม่ทำผิดอีก ข้อนี้จะแก้ไขได้ก็ด้วยวิธีเดียวคือการให้เขาเข้าใจในธรรม หรือให้ธรรมทานแก่เขา ให้เขาเข้าใจด้วยตนเองและไม่ทำผิดอีก

ทั้ง 3 ขั้นตอนนี้คือความเห็นของผม ที่แสดงว่าการตัดสินใจอย่างเป็นธรรมไม่ใช่เรื่องง่าย และยังเป็นเรื่องยากกว่าหากจะดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างถึงที่สุดโดยธรรม คือให้สำเร็จถึงขั้นที่ 3 นั้นต้องอาศัยผู้ฝึกตน ศึกษาเรียนรู้ เข้าถึงคุณธรรมชั้นสูงได้แล้ว จึงจะเป็นครูผู้ให้ธรรมทานได้

อย่างไรก็ตามหากเข้าใจได้เพียงข้อแรก(เข้าถึงใจจริงๆนะ ไม่ใช่แค่เข้าหัว) ก็พอจะทำให้เราสบายใจ และเรียกได้ว่าเป็นผู้มีปัญญาพอจะเอาตัวรอดได้แล้วครับ

ความเห็นของผมทั้งหมดนี้อาจพอที่จะเป็นประโยชน์ได้บ้าง (หรืออาจเกินพอ หากเป็นคำตอบที่ไม่ตรงกับคำถามก็ต้องขออภัยครับ)

แต่จากการอ่านกระทู้ ผมมั่นใจว่า จขกท. เป็นผู้มีปัญญาสามารถตัดสินใจแก้สถานการณ์อย่างดีที่สุดได้ด้วยตัวเองแน่นอนครับ

อนุโมทนา


ขอบพระคุณ คุณเปรียว และคุณ Parthomwat มากค่ะ การเข้ามาถามในเว็บนี้ได้รับคำตอบที่เป็นธรรม และมีเมตตาอย่างแท้จริง ความจริงคนดี ไม่หลอกลวง จริงใจและซื่อสัตย์ก็คงพอจะมีอยู่บ้างในสังคมนะคะเนี่่ย

รู้สึกดีขึ้นจังเลย เพราะว่าเหตุการณ์ที่เกือบจะเกิดขึ้น มันมาจากความจริงใจ ขี้เกรงใจคนเกินไปของเรา แต่ก็คงเพราะกรรมเก่าช่วยไว้

ขอบคุณมากค่ะ


 เปิดอ่านหน้านี้  3396 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย