ถามเรื่องการอุทิศส่วนบุญ

 kakas   

การทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วนั้น บางท่านก็บอกว่าผู้ที่ล่วงลับไปแล้วนั้นไม่ได้รับส่วนบุญนั้นทุกคน จึงอยากถามว่าผู้ที่ล่วงลับไปที่จะได้รับส่วนบุญที่อุทิศไปให้มีพวกไหนบ้าง และผู้ที่ไม่มีสิทธิ์รับส่วนบุญที่ญาติทำบุญอุทิศไปให้นั้นมีพวกไหนบ้าง เพราะอะไร




ทำบุญให้ผู้ตายนี้ท่านแสดงไว้ว่ายากนักผู้ที่ตายจะได้รับ เหมือนกับงมเข็มอยู่ในก้นบ่อ แต่ผู้ยังมีชีวิตอยู่ก็ชอบทำ นับว่าเป็นความดีของผู้นั้นอย่างยิ่ง ท่านเปรียบไว้ สมมุติว่าบุญที่ทำลงไปนั้นแบ่งออกเป็น ๑๖ ส่วน แล้วเอาส่วนที่ ๑๖ นั้นมาแบ่งอีก ๑๖ ส่วน ผู้ตายไปจะได้รับเพียง ๑ ส่วน เท่านั้นฟังดูแล้วน่าใจหาย

เพราะฉะนั้นเราทั้งหลายจึงไม่ควรประมาท ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่นี้มีสิ่งใดควรจะทำก็ให้รีบทำเสียตายไปแล้วเขาทำบุญไปให้ไม่ทราบว่าจะได้รับหรือไม่ ถึงแม้ได้รับก็น้อยเหลือเกิน เพราะคนตายแล้ว เขาเรียกว่าเปรต ไม่ได้เรียกว่า บิดา มารดา ป้า น้า อาว์ ครูบาอาจารย์ อย่างเมื่อเป็นมนุษย์อยู่นี้หรอก ในบรรดาเปรตเหล่านั้นมี ๑๑ พวก

มีจำพวกเดียวที่จะได้รับส่วนบุญที่คนยังมีชีวิตอยู่อุทิศไปให้ เรียกว่า ชีวิตูปรัตตเปรต เปรตจำพวกนี้ได้รับทุกข์ร้อนลำบากมาก เพราะในเปรตโลกนั้นไม่มีการทำนาค้าขาย แม้แต่ขอทานก็ไม่มี เสวยผลกรรมของตนๆ ที่ทำไว้ เมื่อยังเป็นมนุษย์อยู่นี้เท่านั้น ฉะนั้นเปรตจำพวกนี้แหละมนุษย์คนที่ยังเป็นอยู่ทำบุญอุทิศไปให้จึงจะได้รับ เปรตนอกนั้นแล้วไม่ได้รับเลย

เช่น ตายไปเกิดเป็นมนุษย์ก็ไม่ได้รับ นับประสาอะไร บางทีสามีภรรยานอนอยู่ด้วยกันแท้ ๆ ฝ่ายหนึ่งทำบุญขอให้อีกฝ่ายหนึ่งอนุโมทนาด้วย ก็ไม่รับ พวกที่ไปเกิดเป็นเดรัจฉานยิ่งไม่รู้กันใหญ่ ไปเกิดในนรกหมกไหม้ทุกขเวทนามาก ทำบุญอุทิศไปให้ก็ไม่รู้อะไร เพราะกำลังเสวยผลกรรมอันนั้นอยู่ หรือไปเกิดเป็นเทวดาชั้นใดชั้นหนึ่งก็เหมือนกัน เขากำลังเสวยผลบุญของเขาอยู่ เขาจะมาเอากุศลผลบุญของเราได้อย่างไร

http://www.thewayofdhamma.org/page4_1/puchainn.html




วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอรบกวนค่ะ
การไหว้บรรพบุรุษแบบจีนคือพอถึงกำหนดวันเสียชีวิต
ในแต่ละครั้งหรืออื่นๆจะมีการจัดไหว้ มีอาหารต่างๆนานา
พร้อมทั้งเวลากำหนดให้การไหว้ แล้วจึงจะลา
เพื่อทุกคนนำมารับประทานกัน

1) จริงหรือไม่ที่วิญญาณจะมารับอาหาร หรือ อะไรก็ตาม
ตามความเชื่อ ในวันนั้นๆ
2) แล้วถ้าเราไม่ไหว้ แต่เราเปลี่ยนเป็นการสวดมนต์
และส่งกุศล ให้แทนเช่นนี้ ได้หรือไม่
3) แบบไหนคือสิ่งที่ทำแล้วดวงวิญญาณของ
บรรพบุรุตจะได้รับมากกว่าและแน่นอนกว่า

ตั้งแต่ดิฉันได้ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่อง
การไหว้ดังกล่าวมาเป็นเวลาหลายปีแล้วค่ะ
ถ้าที่บ้านมีการจัดไหว้ถ้าไม่สะดวก หรือบางครั้งก็
ไม่ต้องการไปร่วมไหว้กับทุกๆคน แต่ดิฉันเปลี่ยนเป็นสวดมนต์แทน
รบกวนคุณเดฟ และ ทุกคนช่วยให้ความกระจ่างทีค่ะ






ตอบ


1) จริงหรือไม่ที่วิญญาณจะมารับอาหาร หรือ อะไรก็ตาม
ตามความเชื่อ ในวันนั้นๆ


ทันทีที่เราทุกคนตาย
จะต้องเกิดทันทีคับ
สุดแล้วแต่ว่าจะเกิดในภพภูมิใด สถานะใด
จะเป็น เทวดา เปรต อสุรกาย สัตว์ในนรก
ดิรัจฉาน หรือเกิดเป็นมนุษย์อีก
ก็สุดแล้วแต่กรรมใดจะเป็นชนกกรรมนำเกิด

ส่วนที่เราเรียกว่า วิญญาณ นั้น
ก็คือ จิต นั่นเอง
และในภพภูมิที่มีขันธ์ 5
รูปกาย กับ วิญญาณ (จิต) จะต้องเกิดร่วมกันเสมอ
ไม่ได้มีวิญญาณเปล่าๆ ไปล่องลอยเคว้งคว้างแต่อย่างใด
อย่างที่เราเคยเห็นในหนัง ในละคร

เวลาที่เรากระทำบุญกุศลต่างๆ แล้วอุทิศให้เค้า
เค้าจะได้รับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับฐานะของเค้า คือ

1. ต้องเกิดในภพภูมิที่ล่วงรู้การอุทิศได้
2. ต้องมีส่วนบุญกุศลจากการอุทิศเป็นอาหาร
3. ต้องเกิดกุศลจิตอนุโมทนาในบุญกุศลที่อุทิศให้

หากขาดอย่างใดอย่างนึงไป จะเป็น อฐานะ
คือไม่อยู่ในฐานะที่จะรับอานิสงส์ไพบูลย์จากการอุทิศได้

ผู้ที่อยู่ในฐานะนี้ คือ เปรต เท่านั้นคับ
เมื่อเปรตล่วงรู้การอุทิศ และเกิดกุศลจิตอนุโมทนา
ผลจากการอนุโมทนาของเค้านั่นเอง
เป็นอานิสงส์ให้เค้าได้รับอาหารพ้นจากความหิวโหย
และบางครั้งก็อาจพ้นจากสภาพความเป็นเปรตได้

ถ้าเค้าเกิดเป็นเทวดา
เราก็สามารถอุทิศให้ได้เช่นกันคับ
แต่ว่าเทวดามีอาหารทิพย์อย่างเทวดา
ไม่ได้มีส่วนบุญจากการอุทิศเป็นอาหาร
ดังนั้น เมื่อเทวดาล่วงรู้และเกิดกุศลจิตอนุโมทนา
ก็ไม่ช่วยให้เทวดาหายหิวโหย
แต่จะเป็นกุศลจิตที่เกิดขึ้นสั่งสม

คนเป็นก็เช่นกันคับ เราอุทิศให้คนเป็นได้
ด้วยการบอกกล่าวให้เค้าล่วงรู้
จะไปบอกด้วยตนเอง หรือ โทรศัพท์ไปบอก
อีเมล์ไปบอก ฯลฯ ได้ทั้งนั้นเลยคับ
แต่คนก็มีอาหารอย่างคน
เมื่อเค้าล่วงรู้และเกิดกุศลจิตอนุโมทนา
ก็ไม่ได้ทำให้เค้าหายหิวโหย
แต่จะเป็นกุศลจิตที่เกิดขึ้นสั่งสม

ดังนั้น การที่เราบูชาเซ่นสรวงด้วยอาหาร (อามิสบูชา)
ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะมากินอาหารนั้นเหมือนอย่างเราน่ะคับ
อาหารที่เราจัดเตรียมก็ยังคงอยู่ เอามากินต่อได้ใช่มั้ยคับ



เดฟ




2) แล้วถ้าเราไม่ไหว้ แต่เราเปลี่ยนเป็นการสวดมนต์
และส่งกุศล ให้แทนเช่นนี้ ได้หรือไม่


ประเพณีการบูชาเซ่นสรวงบรรพบุรุษ
เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีนิยม
ที่พี่น้องชาวจีนปฏิบัติกัน
เพื่อเป็นการระลึกนึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษ
แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูแม้ท่านจะล่วงลับไปแล้ว
และวันนั้น มักจะเป็นถือว่าเป็นวันรวมญาติด้วย
ใครที่ห่างหายไปไกล
ก็จะกลับมารวมตัวได้พบปะกัน
เป็นการสืบสานสัมพันธ์อันดี
เอื้ออาทรกันในหมู่เครือญาติด้วย

เราจะไม่ทำก็ได้
แต่ญาติพี่น้องอาจจะค่อนขอดเอาได้อ่ะนะคับ

ทั้งนี้.....
ถ้าไม่กล่าวถึงพิธีกรรมตามประเพณีแล้ว
การที่เราจะน้อมระลึกนึกถึงพระคุณของท่าน
และกระทำบุญกุศลแล้วอุทิศให้ผู้ตายนั้น
สามารถกระทำได้มากมายหลายอย่างเลยคับ
และสามารถจะกระทำได้ทุกที่ ทุกวัน ทุกเวลา
โดยไม่ต้องรอเทศกาลใดๆ เลยน่ะคับ

ลองดูรายละเอียดเกี่ยวกับ
บุญกริยาวัตถุ 10 ประการ นะคับ
จะทราบว่า ความดี หรือ บุญกุศลนั้น
กระทำได้มากมายหลายอย่าง
ทั้งทางกาย วาจา และใจ

ซึ่งการสวดมนต์ที่ประกอบด้วยสมาธิ สติ
น้อมไปตามความหมายหรือคำสอนตามบทสวด
ก็เป็นบุญกุศล เป็นคุณความดีอย่างนึงที่ได้กระทำคับ
และการกระทำความดี หรือบุญกุศลทุกอย่าง
สามารถอุทิศส่วนกุศลได้เช่นกันคับ





3) แบบไหนคือสิ่งที่ทำแล้วดวงวิญญาณของ
บรรพบุรุตจะได้รับมากกว่าและแน่นอนกว่า


อ่ะคับ ทั้งหมดได้เรียนให้ทราบดังรายละเอียด
ในข้อ 1 และ ข้อ 2 แล้วน่ะคับ

จะเห็นได้ว่าในส่วนของเรานั้น
เราสามารถกระทำความดีอันเป็นบุญกุศล
ได้ทุกอย่างเลยคับ ไม่ว่าจะเป็น ทาน ศีล ภาวนา
ไม่เลือกว่าจะบุญเล็กบุญใหญ่

ตั้งใจกระทำให้ดีที่สุดทุกๆ อย่าง
ตามโอกาส ตามกำลัง ตามเหตุปัจจัยในส่วนของเรา
แล้วก็เอื้อเฟื้ออุทิศบุญกุศลนั้นให้กับเค้า
นี่จบในส่วนของเราแล้วนะคับ

สำหรับในส่วนของเค้า
จะได้รับหรือไม่นั้นก็ขึ้นกับเหตุปัจจัยของเค้าแล้ว
ว่าอยู่ในฐานะหรือไม่ ดังที่เรียนไว้ตอนต้น

ดังนั้น เราทำในส่วนของเราให้ดีที่สุดน่ะคับ
โดยไม่ต้องไปวิตกกังวลว่าเค้าจะได้รับหรือไม่
เพราะทุกอย่างที่เรากระทำ
ย่อมเป็นผลดีที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
ไม่ว่าเค้าจะได้รับหรือไม่ก็ตามอ่ะคับ

ทำใจให้สบาย
ไม่ต้องห่วงในส่วนของเค้านะคับ
เรากระทำในส่วนของเราให้ดีที่สุดแค่นั้นเองคับ

อนุโมทนาคับ



เดฟวัดเกาะ


ท่านเดฟครับช่วยเมตตาขยายข้อความทั้ง 3 ข้อให้ด้วยครับ คือ


" เวลาที่เรากระทำบุญกุศลต่างๆ แล้วอุทิศให้เค้า
เค้าจะได้รับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับฐานะของเค้า คือ

1. ต้องเกิดในภพภูมิที่ล่วงรู้การอุทิศได้
2. ต้องมีส่วนบุญกุศลจากการอุทิศเป็นอาหาร
3. ต้องเกิดกุศลจิตอนุโมทนาในบุญกุศลที่อุทิศให้"

ยังไม่เข้าใจดีครับ...ขอบพระคุณครับ



1. ต้องเกิดในภพภูมิที่ล่วงรู้การอุทิศได้

ผู้ที่อยู่ในฐานะนี้ คือ เปรต เท่านั้นคับ
เมื่อเปรตล่วงรู้การอุทิศ และเกิดกุศลจิตอนุโมทนา
ผลจากการอนุโมทนาของเค้านั่นเอง
เป็นอานิสงส์ให้เค้าได้รับอาหารพ้นจากความหิวโหย
และบางครั้งก็อาจพ้นจากสภาพความเป็นเปรตได้


2. ต้องมีส่วนบุญกุศลจากการอุทิศเป็นอาหาร

คือการทำบุญเลี้ยงพระครับหรือทำทานใส่บาตร

นั่งสมาธิภาวนา


3. ต้องเกิดกุศลจิตอนุโมทนาในบุญกุศลที่อุทิศให้"

และเขาหรือคนที่จะรับต้องรับด้วยใจจริงครับ




กราบขอบพระคุณท่านเดฟมากๆครับ กระผมได้รับคำตอบที่ชัดเจนและเข้าใจดีแล้วครับเกี่ยวกับผู้ที่จะได้รับส่วนกุศลที่ญาติทำบุญไปให้นั้น แต่กระผมยังมีข้องสงสัยต่อเนื่องจากเรื่องนี้อีกนิดครับ คือ พวกที่จะได้รับส่วนบุญส่วนกุศลที่ญาติๆทำบุญอุทิศไปให้นั้น คือ เปรต เท่านั้น
..เมื่อเป็นอย่างนี้พวกที่ไม่ใช่เปรตที่ไปเกิดเป็นอย่างอื่น เช่นเทวดา หรืออื่นๆนั้นก็คงไม่ได้รับส่วนบุญที่ญาติทำบุญอุทิศไปให้ จึงอยากกราบเรียนถามว่า (1) เมื่อไม่ได้รับเขาจะทำอย่างไร (2) และสิ่งของที่ญาติๆทำบุญอุทิศไปให้นั้นจะไปอยู่ที่ไหน แล้วใครจะเป็นผู้ได้รับหรือไม่อย่างไรครับ กราบขอบคุณครับ

..กระผมไม่รู้จริงๆจึงกราบเรียนถาม กราบขอโทษที่ถามบ่อยครับ....


สิ่งไดที่คนนั้นๆทำก็ได้แก่คนที่ทำนั้นละครับไม่ได้ไปไหน


ผมแปดคิวครับท่านเดฟเป็นอาจารย์
อนุโมทนาครับkakas


จากที่อ่านข้างต้นนี้ โดยส่วนตัวเข้าใจว่าการอุทิศส่วนบุญกุศลนั้นได้ถึงผู้ที่เรากล่าวถึงทั้งหมดนะค่ะ เพราะว่าเป็นตั้งจิตอุทิศตรง ๆ อยู่แล้ว อย่างน้อยเราก็กล่าวว่า รวมทั้งเจ้ากรรมนายเวรทุกท่าน ซึ่งมั่นใจว่าได้รับหมดทุกท่าน อันนี้แสดงความคิดเห็นเท่านั้นนะค่ะ และในทางกับกันเราอุทิศให้คนเป็น ๆ ซึ่งเราไม่อยากคล้องกรรมแล้ว ไม่ทราบว่าอันนี้จะหลุดพ้นกันหรือไม่ คืออโหสิกรรมทุกอย่างให้แล้ว


อย่างที่กลาวมานั้นละครับ

มีแต่เปรตเท่านั้นที่ได้รับในส่วนนั้น

แต่เจ้ากรรมก็แล้วแต่ว่าเขาจะอโหสิให้เราหร์อเปล่า

ก็ขึ้นอยู่กับการที่เขาจะมีกุศลจิตที่จะรับเอาครับ


ถามเพื่อเป็นความรู้ครับ

แล้วถ้าหากว่าเราต้องการตัดกรรม กันคนที่เราไม่ชอบสามารถทำได้ไหมครับ เช่นถ้าเราไม่อยากที่จะยุ่งเกี่ยวกับคนคนนี้ ในอนาคต หรือ ในภพไหนๆ มารถทำได้ไหมครับ

ขอบคุณครับ


อนุโมทนาสาธุครับ ท่าน มิตรตัวน้อย และท่าน 8q





จากที่อ่านข้างต้นนี้ โดยส่วนตัวเข้าใจว่าการอุทิศส่วนบุญกุศลนั้นได้ถึงผู้ที่เรากล่าวถึงทั้งหมด นะค่ะ เพราะว่าเป็นตั้งจิตอุทิศตรง ๆ อยู่แล้ว อย่างน้อยเราก็กล่าวว่า รวมทั้งเจ้ากรรมนายเวรทุกท่าน ซึ่งมั่นใจว่าได้รับหมดทุกท่าน อันนี้แสดงความคิดเห็นเท่านั้นนะค่ะ และในทางกับกันเราอุทิศให้คนเป็น ๆ ซึ่งเราไม่อยากคล้องกรรมแล้ว ไม่ทราบว่าอันนี้จะหลุดพ้นกันหรือไม่ คืออโหสิกรรมทุกอย่างให้แล้ว ... TUM_MAX

1. ผู้จะรับบุญที่เราอุทิศให้ได้นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆดังนี้ครับ

๑. ผู้นั้นต้อง"รู้"ว่ามีผู้อุทิศบุญมาให้
๒.เขาต้อง"อนุโมทนา"หรือยนดีในบุญนั้น
๓. เป็นผู้ที่เกิดในอัตตภาพของ"ปรตูชีวตกเปรต"ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีสภาวะที่จะรับการอุทิศบุญได้


2. ไม่ทราบว่าอันนี้จะหลุดพ้นกันหรือไม่ คืออโหสิกรรมทุกอย่างให้แล้ว

กรรมที่ทำไปแล้ว แม้ผู้ที่ถูกกระทำจะกล่าวว่า"อโหสิกรรม"ก็ไม่ได้หมายความว่ากรรมนั้นกลายเป็นศูนย์หรือไม่ส่งผลต่อไป ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจให้ถูกตรง และตราบเท่าที่เรายังไม่เป็นพระอรหันต์ ต้องเกิดอีกโอกาสที่จะพบกันอีกก็ยังมีอยู่ ยิ่งผูกพันธ์ทางความคิดก็ยิ่งมีโอกาสพบกันอีกสูงมากครับ..เพราะจิตปรารภสิ่งใด เขาจะยึดกับสิ่งนั้น ข้อที่จะไม่ได้ใกล้ชิดกันอีกจึงเป็นไปไม่ได้ บางที เขาอาจได้มาเกิดเป็นลูก พ่อแม่หรือพี่น้องก็เป็นได้..จึงพึงยุติความย้ำคิดย้ำทำในบุคคลและพึงแผ่เมตตาให้เขา วางอุเบกขาในที่สุดว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นต้น


แล้วถ้าหากว่าเราต้องการตัด กรรม กันคนที่เราไม่ชอบสามารถทำได้ไหมครับ เช่นถ้าเราไม่อยากที่จะยุ่งเกี่ยวกับคนคนนี้ ในอนาคต หรือ ในภพไหนๆ มารถทำได้ไหมครับ ขอบคุณครับ sexykeng

คำว่าตัดกรรมนั้นไม่มีครับ มีแต่ว่ากรรมหมดอำนาจการส่งผลเองหรือบุคคลผู้ทำกรรมเป็นพระอรหันต์ดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว ไม่มีขันธ์๕เพื่อการรับผลกรรมอีกต่อไปนั่นแหละคือการหมดกรรมโดยสิ้นเชิง


อยากรู้ทุกเรื่องทุกมุมของเรื่อง การอุทิศส่วนกุศล ให้ขอหนังสือธรรมะชุด
"การอุทิศส่วนกุศลตามแนวพระไตรปิฎก" เรียบเรียงโดย อ.สนธิชัย ทวีโชคทรัพย์สิน
ท่านได้รวบรวมเนื้อหาการอุทิศส่วนกุศลจากพระไตรปิฎก บอกเล่มบอกหน้า และอธิบายอย่างมีเหตุมีผลตามอรรถกถา โทรขอได้ฟรี ครอบครัวละ 1 เล่มเท่านั้น
เพราะมีเหลือน้อย โทรไปขอได้ 20 ท่านแรกเท่านั้น หมายเลข 086-036-7162 ( นานๆแจกทีเพราะมีไม่มาก เฉพาะผู้สนใจจริงๆ อย่าคิดว่าเป็นของแจกก็ขอฟรีๆ ได้แล้วไม่อ่านหรือไม่สนใจ ไม่ต้องขอเผื่อใคร แจกแก่ผู้สนใจจริงๆเท่านั้น )


อยากรู้ทุกเรื่องทุกมุมของเรื่อง การอุทิศส่วนกุศล ให้ขอหนังสือธรรมะชุด
"การอุทิศส่วนกุศลตามแนวพระไตรปิฎก" เรียบเรียงโดย อ.สนธิชัย ทวีโชคทรัพย์สิน
ท่านได้รวบรวมเนื้อหาการอุทิศส่วนกุศลจากพระไตรปิฎก บอกเล่มบอกหน้า และอธิบายอย่างมีเหตุมีผลตามอรรถกถา โทรขอได้ฟรี ครอบครัวละ 1 เล่มเท่านั้น
เพราะมีเหลือน้อย โทรไปขอได้ 20 ท่านแรกเท่านั้น หมายเลข 086-036-7162 ( นานๆแจกทีเพราะมีไม่มาก เฉพาะผู้สนใจจริงๆ อย่าคิดว่าเป็นของแจกก็ขอฟรีๆ ได้แล้วไม่อ่านหรือไม่สนใจ ไม่ต้องขอเผื่อใคร แจกแก่ผู้สนใจจริงๆเท่านั้น )


อยากรู้ทุกเรื่องทุกมุมของเรื่อง การอุทิศส่วนกุศล ให้ขอหนังสือธรรมะชุด
"การอุทิศส่วนกุศลตามแนวพระไตรปิฎก" เรียบเรียงโดย อ.สนธิชัย ทวีโชคทรัพย์สิน
ท่านได้รวบรวมเนื้อหาการอุทิศส่วนกุศลจากพระไตรปิฎก บอกเล่มบอกหน้า และอธิบายอย่างมีเหตุมีผลตามอรรถกถา โทรขอได้ฟรี ครอบครัวละ 1 เล่มเท่านั้น
เพราะมีเหลือน้อย โทรไปขอได้ 20 ท่านแรกเท่านั้น หมายเลข 086-036-7162 ( นานๆแจกทีเพราะมีไม่มาก เฉพาะผู้สนใจจริงๆ อย่าคิดว่าเป็นของแจกก็ขอฟรีๆ ได้แล้วไม่อ่านหรือไม่สนใจ ไม่ต้องขอเผื่อใคร แจกแก่ผู้สนใจจริงๆเท่านั้น )


อยากรู้ทุกเรื่องทุกมุมของเรื่อง การอุทิศส่วนกุศล ให้ขอหนังสือธรรมะชุด
"การอุทิศส่วนกุศลตามแนวพระไตรปิฎก" เรียบเรียงโดย อ.สนธิชัย ทวีโชคทรัพย์สิน
ท่านได้รวบรวมเนื้อหาการอุทิศส่วนกุศลจากพระไตรปิฎก บอกเล่มบอกหน้า และอธิบายอย่างมีเหตุมีผลตามอรรถกถา โทรขอได้ฟรี ครอบครัวละ 1 เล่มเท่านั้น
เพราะมีเหลือน้อย โทรไปขอได้ 20 ท่านแรกเท่านั้น หมายเลข 086-036-7162 ( นานๆแจกทีเพราะมีไม่มาก เฉพาะผู้สนใจจริงๆ อย่าคิดว่าเป็นของแจกก็ขอฟรีๆ ได้แล้วไม่อ่านหรือไม่สนใจ ไม่ต้องขอเผื่อใคร แจกแก่ผู้สนใจจริงๆเท่านั้น )


 เปิดอ่านหน้านี้  5941 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย