ออกบวช แต่ปล่อยลูกไว้ให้สามีเลี้ยงเพียงคนเดียว...บาปหรือไม่

 nchaiyaw   

ตามหัวข้อเลยค่ะ ตอนนี้มีบุตรอายุ 1.6 ปีค่ะ แต่อยากออกบวชมากเลยรู้สึกเบื่อทางโลก แต่ก็เป็นห่วงลูก ไม่ทราบว่าถ้าเราออกบวชโดยให้สามีเลี้ยงลูกคนเดียวจะบาปมั๊ยค่ะ จะถือว่าราทอดทิ้งเค้าหรือไม่ เคยคุยเล่นๆ กับสามีเค้าก็บอกว่าเค้าสามารถเลี้ยงคนเดียวได้ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเอาเข้าจริงๆ เค้าจะยอมหรือไม่ รบกวนตอบคำถามด้วยนะคะ




ผู้ที่มีชีวิตที่เป็นสุข ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่อย่างไร ในสภาวะแวดล้อมแบบไหนก็สามารถเป็นสุขได้ สิ่งที่เป็นปัญหาคือเราจะสามารถเข้าใจและเผชิญหน้าในแต่ละสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมได้มากน้อยเพียงใด เราอาจจะ้ต้องมองให้ออกว่าเป้าหมายของการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ในชีวิตหนึ่ง ๆ คืออะไรกันแน่ ไม่ว่าการอยู่ในแบบของโลก เราก็ต้องมีหน้าที่ในแบบของโลก แม้กระทั่งการอยู่ในแบบของนักบวช เราก็ต้องมีหน้าที่ในแบบของนักบวช

การที่ท่านรู้สึกเบื่อทางโลกแล้วหันหน้าเข้าทางศาสนาก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ในแง่ของศาสนาก็ยังมีอีกหลายทางที่สามารถส่งเสริมให้เข้าใจ และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างจริงจัง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเพียรพยามอย่างต่อเนื่องของแต่ละบุคคล ซึ่งจะขอแนะว่าบทเรียนทางโลกก็เป็นบทเรียนหนึ่งที่ดีพอสมควรที่จะช่วยให้เราได้เข้าใจโลกและเข้าใจธรรมได้อย่างจริงจัง เพียงถ้าเราได้พยามที่จะมองในลักษณะของเหตุผล ที่มาที่ไป ซึ่งเป็นเรื่องของแนวการสอนตามพุทธศาสนาล้วน ๆ เสียด้วยซ้ำ

การจะบอกว่าปล่อยลูกไว้ให้สามีเลี้ยงนั้น บาปหรือไม่อยู่ที่ตัวของท่านเอง การที่ไปอย่างที่จังหวะ โอกาสอำนวย ซึ่งผู้บวชก็อิ่มอกอิ่มใจกับการกับการใช้ชีวิตทางธรรม มิได้มีการห่วงหน้าพะวงหลัง เข้าใจว่าทางที่เรามองนั้นคงไม่ผิดแน่ แต่เมื่อยังมีห่วงอาลัย ภาระผูกพันธ์ ความกังวลที่ยังตัดไม่ขาด นั่นก็หมายความว่าการไปของท่านเองจะเป็นจุดทำลายแนวทางในอนาคตได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เข้าใจว่ามีเพียงเราเท่านั้นที่จะตอบตนเองได้อย่างดี


ก่อนบวชต้องศึกษาธรรมะเยอะ ๆ ไว้ก่อนครับ
ต้องจัดการภารกิจทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อย
เพื่อไม่ให้เกิดกังวล ขณะบวชครับ
เพราะ ความกังวลนี้เอง เป็นเหตุให้จิตว้าวุ่น
ไม่สามารถเจริญสมาธิได้ครับ

ต้องมั่นใจแล้วว่า ท่านตัดกังวล ไม่มีห่วงแล้ว
จึงค่อยบวช ครับ


ไม่บาป

ยังตัดกังวลไม่ได้ก็ว่าไปตามความจริง

บุคคลวางอาชญาในสัตว์ทั้งปวงแล้ว ไม่เบียดเบียนบรรดาสัตว์เหล่านั้น
แม้ผู้ใดผู้หนึ่งให้ลำบาก ไม่พึงปรารถนาบุตรจะพึงปรารถนาสหายแต่ที่
ไหน พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด ฉะนั้น ความเยื่อใยย่อมมีแก่
บุคคลผู้เกี่ยวข้องกันทุกข์นี้ย่อมเกิดขึ้นตามความเยื่อใย บุคคลเล็งเห็น
โทษอันเกิดแต่ความเยื่อใย พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรดฉะนั้น
บุคคลอนุเคราะห์มิตรสหายเป็นผู้มีจิตปฏิพัทธ์แล้วชื่อว่าย่อมยัง
ประโยชน์ให้เสื่อม บุคคลเห็นภัย คือ การยังประโยชน์ให้เสื่อมใน
การเชยชิดนี้ พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด ฉะนั้น บุคคลข้องอยู่
แล้ว ด้วยความเยื่อใยในบุตรและภริยา เหมือนไม้ไผ่กอใหญ่เกี่ยวก่าย
กัน ฉะนั้นบุคคลไม่ข้องอยู่เหมือนหน่อไม้ พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือน
นอแรด ฉะนั้น เนื้อในป่าที่บุคคลไม่ผูกไว้แล้ว ย่อมไปหากินตาม
ความปรารถนา ฉันใด นรชนผู้รู้แจ้ง เพ่งความประพฤติตามความ
พอใจของตน พึงเที่ยวไปแต่ผู้เดียวเหมือนนอแรด ฉะนั้น การปรึกษา
ในที่อยู่ ที่ยืน ในการไปในการเที่ยวย่อมมีในท่ามกลางแห่งสหาย
บุคคลเพ่งความประพฤติตามความพอใจ ที่พวกบุรุษชั่วไม่เพ่งเล็งแล้ว
พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น การเล่นการยินดี ย่อมมี
ในท่ามกลางแห่งสหาย อนึ่ง ความรักที่ยิ่งใหญ่ย่อมมีในบุตรทั้งหลาย
บุคคลเมื่อเกลียดชังความพลัดพรากจากสัตว์และสังขารอันเป็นที่รัก พึง
เที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น บุคคลย่อมเป็นอยู่ตามสบาย
ในทิศทั้งสี่และไม่เดือดร้อน ยินดีด้วยปัจจัยตามมีตามได้ครอบงำเสีย
ซึ่งอันตราย ไม่หวาดเสียว พึงเป็นผู้เที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด
ฉะนั้น แม้บรรพชิตบางพวกก็สงเคราะห์ได้ยาก อนึ่ง คฤหัสถ์ผู้อยู่
ครองเรือนสงเคราะห์ได้ยาก บุคคลเป็นผู้มีความขวนขวายน้อยในบุตร
ของผู้อื่น พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น นักปราชญ์ละเหตุ
อันเป็นเครื่องปรากฏแห่งคฤหัสถ์ ดุจต้นทองหลางมีใบล่วงหล่น ตัด
เครื่องผูกแห่งคฤหัสถ์ได้แล้ว พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น ฯลฯ (จากกระทู้ที่ 992 http://www.dhammathai.org/webboard/dbview.php?No=992)

บอกแล้วจะเชื่อหรือไม่

จงพิจารณาด้วยปัญญาของท่านเองเถิด




ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจให้ถูกให้ตรงตามเหตุและผลกันก่อนเจ้าค่ะ

1.ท่านออกบวชมามีจุดประสงค์ที่จะสร้างบุญกุศล หรือสร้างบาปอกุศลละเจ้าคะ ?
ถ้าสร้างบุญกุศล การบวชของท่านย่อมได้บุญเจ้าค่ะ
ถ้าสร้างบาปอกุศล การบวชของท่านย่อมได้บาปแน่นอนเจ้าค่ะ


2.ท่านได้บุญจากการเลี้ยงลูก และได้บาปจากการไม่เลี้ยงลูกจริงน่ะหรือเจ้าคะ ?
หรือว่าได้บุญจากการให้ทาน รักษาศีล การเจริญภาวนา บรรลุฌานสมาบัติ 8 และบรรลุมัคค 4 ผล 4 กันแน่ ?
หรือว่าได้บาปตอนด่าลูก ทุบตีลูกยามโกรธบ้าง หรือกังวลใจกระวนกระวายใจยามลูกซุกซนเกิดอุบัติเหตุบ้าง เกเรเป็นอันธพาลบ้าง เจ็บไข้ได้ป่วยบ้าง กันแน่ ?


3.ท่านมั่นใจในตนเองมากเชียวหรือว่าตัวท่านสามารถเลี้ยงลูกของท่านได้ดีที่สุดในโลกเพียงคนเดียว คนอื่นไม่สามารถแน่ ถ้าท่านไม่เลี้ยงลูกแล้วลูกท่านโตขึ้นไม่ได้ เป็นคนดีไม่ได้ มีความสุขไม่ได้จริงหรือเจ้าคะ ?
หรือว่าคนอื่นอาจสามารถเลี้ยงลูกของท่านได้ดีกว่าท่านเลี้ยง ลูกเป็นคนดีมีปัญญาได้ดีกว่าท่านเลี้ยง ? ลองให้คนอื่นเลี้ยงดูก่อนก็ไม่น่าจะสายนะเจ้าคะ


4.ตอนนี้ท่านเป็นที่พึ่งเป็นเนื้อนาบุญของลูกและหมู่ญาติได้แล้วหรือเจ้าคะ ?
หรือว่าถ้าท่านออกบวชแล้วบรรลุฌานสมาบัติ 8 บรรลุมัคค 4 ผล 4 และนิพพานก่อน
แล้วตัวท่านเป็นเนื้อนาบุญเป็นที่พึ่งแก่ลูกและหมู่ญาติได้ดีกว่ากันกันแน่เจ้าคะ ?


5.บวชแล้วสึกออกมาไม่ได้ ? สึกออกมาแล้วบวชใหม่ไม่ได้ ?
หรือว่าบวชแล้วสึกออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ ? หรือว่าสึกออกมาแล้วบวชอีกเมื่อไหร่ก็ได้กันแน่เจ้าคะ ?




ถ้าท่านออกบวชแล้วเจริญสมณะธรรมจนบบรลุฌานสมาบัติ 8 หรือมัคค 4 ผล 4 ท่านย่อมได้บุญแน่นอนเจ้าค่ะ เป็นที่พึ่งเป็นเนื้อนาบุญของลูกและหมู่ญาติได้แน่นอนเจ้าค่ะ

ขออนุโมทนาส่วนกุศลในกุศลจิตที่คิดจะบวชและออกบวชแล้วเจ้าค่ะ


" กิเลสเครื่องกังวลใดมีอยู่ในกาลก่อน

เธอจงยังกิเลสเครื่องกังวลนั้นให้เหือดแห้งหายไป

กิเลสเครื่องกังวลใดจงอย่ามีแก่เธอในภายหลัง

ถ้าเธอจักไม่ยึดถือขันธ์ในท่ามกลาง

จักเป็นผู้สงบระงับแล้วเที่ยวไป "



ผู้มีปีติในธรรม

มีใจผ่องใสแล้ว

ย่อมอยู่เป็นสุข

บัณฑิตทั้งหลาย

ย่อมยินดีในธรรม

ที่พระอริยะเจ้าประกาศแล้ว

ในกาลทุกเมื่อ




เจริญในธรรมเจ้าค่ะ



ผู้หญิงบวชได้ด้วยเหรอค่ะ แล้วบวชที่วัดไหนได้ และหลังบวชแล้วต้องทำอะไรบ้างค่ะ เหมือนบวชพระมั๊ยค่ะ เพราะว่าอยากเรียนภาษาบาลีมากค่ะ


piyapud DT08347 [10 ม.ค. 2552 01:22 น.]าอยากเรียนภาษาบาลีมากค่ะ

ภาษาบาลีก็เป็นภาษาต่างประเทศภาษาหนึ่งเหมือนภาษาต่าง ประเทศอื่นๆที่เคยเรียน มีหลักภาษาคือไวยากรณ์ ใช้เป็นโครงสร้างในการสร้างประโยค ต้องทำความเข้าใจให้ดี แต่บาลีมีลักษณะคล้ายภาษารัสเซียในแง่มีวิภัตติ(ภาษายุโรปตะวันตกไม่มี วิภัตติ) ต้องจดจำมากพอสมควร พระต้องท่องเพราะต้องเอาไปสอบ แต่ชาวบ้านอาจไม่ต้องท่อง แต่ต้องทำความเข้าใจ แล้วทำแบบฝึกหัดให้มาก หลักไวยากรณ์อาจค่อยซึมจำได้ และควรมีกัลยาณมิตร คือผู้รู้คอยแนะนำเมื่อสงสัยติดขัด สามารถไปเรียนได้ที่นี่ครับ

บาลีเบื้องต้นที่ คณะ 25 วัดมหาธาตุ

หรือติดต่อที่นี่
http://www.medeepali.net/


ออกบวช แต่ปล่อยลูกไว้ให้สามีเลี้ยงเพียงคนเดียว...บาปหรือไม่

หากสามีรับรองว่าสามารถดูแลบุตรได้ก็ไม่น่ากังวลครับ แต่ต้องคุยกันก่อนอย่าวจริงจัง เพราะการคุยกันเล่นๆนั้นจะได้คำตอบเล่นๆไม่มีสาระ.. ที่ควรจะต้องทราบคือความตั้งใจที่จะบวชนั้นเป็นเพราะเห็นภัยในวัฏฏะหรือเพราะหนีปัญหา..

คนสมัยก่อนเข้าใจว่า การละออกจากกามนั้น ย่อมสามารถเข้าถึงพรหมจรรย์โดยง่าย แต่คนสมัยนี้ยากมากที่จะเข้าใจต่อเรื่องนี้อย่างถูกต้อง แม้เป็นแม่ชีแล้ว แต่ศีลห้าก็ยังรักษาไม่ได้ มากด้วยความริษยา ส่อเสียดกันวุ่นวาย ดีไม่ดีไปอยู่ใกล้พระ ก็ทำเอาพระเสียศีลอาบัติไปก็มี เรื่องอย่างนี้มีข่าวกันมาเรื่อย และที่ปกปิดไม่ให้เป็นข่าวอีกนับไม่ถ้วน
คนเดี๋ยวนี้ ไม่ได้ศรัทธาที่จะประพฤติศีลเพื่อพรหมจรรย์ เพื่อกำจัดกิเลส ดังนั้น พออกหักก็ไปบวชชี พอไม่มีจะกินไม่มีอาชีพก็ไปบวชชีกันเสียโดยมาก ผู้บวชเพื่อหวังกำจัดกิเลสมีน้อย ดังนั้น ต่อคำกล่าวที่ว่า ผู้ที่จะบวชชีได้ต้องมีบญมาก บารมีมากนั้น ก็หาความเอาแน่เอานอนไม่ได้ และโดยมากก็ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะเจตนาที่เข้ามาบวช ตลอดจนความประพฤติ ความมุ่งหวังในการกำจัดกิเลสไม่มีตามที่โบราณวางเอาไว้
หากมั่นคงดี การถือบวชก็ย่อมทำให้เจริญในธรรมได้มากกว่าการเป็น ฆราวาส ซึ่งจำเป็นต้องเข้าใจและมีการศึกษาพระธรรมอย่างถูกต้อง

ดังนั้น สำคัญที่ความเข้าใจ ควรมีการศึกษาพระธรรมมาอย่างถูกต้อง มีเจตนาแน่วแน่ที่จะละออกจากกาม เพื่อหวังจะกำจัดกิเลสอย่างชัดเจน หากเป็นไปอย่างนี้ การบวชก็มีค่า มีประโยชน์
หากไม่เข้าใจเหตุผล การเป็นฆราวาสที่เข้าใจเหตุผล มีการศึกษาพระอภิธรรม เพียรรักษาศีลห้าให้ครบถ้วน มีกาย วาจา และใจที่ดี รักษาใจให้เป็นบุญ อย่างนี้ ชื่อว่าดีกว่าการบวชชีที่ไม่เข้าใจ...
ฆราวาสก็ปฏิบัติธรรมได้ เจริญวิปัสสนาได้ รักษาอุโบสถศีลได้..หากฆราวาสผู้เข้าใจอย่างนี้ ชื่อว่าดี ....และหากผู้เข้าดีอย่างนี้นี่แหละไปบวชชี ก็ย่อมดีกว่า เพราะมีภาระน้อยในทางการงาน มีเวลาประพฤติธรรมมาก

การจะบวชนั้นไม่ยากหรอกครับ.ยากตรงที่จะเข้าใจใฝ่รู้ศึกษาพระธรรมนี่แหละ เพราะหากขาดเข็มทิศที่ถูกต้อง ก็เหมือนล่องลอยอยู่กลางทะเล แล้วแต่ยถากรรมที่จะซัดพัดพาไป...

พิจารณาไตร่ตรองดูครับ..


หากจิตตัดความกังวลไม่ได้ ก็ยากที่จะเดินในทางสายธรรมและค้นพบวิธีดับทุกข์ได้จริง ๆ ท่านต้องมั่นใจว่าเมื่อเดินออกจากทางโลกแล้ว จะไม่หวนกลับไปอีก หากวันหนึ่งท่านตัดสินใจแล้วเกิดความลังเลหวนกลับทางโลกอีก ให้ท่านพิจารณาด้านนี้ด้วย ตอนนี้หากต้องการบวชจริง ๆ ให้ลองมาปฏิบัติธรรมในช่วงที่โอกาสอำนวยก่อนจะดีกว่านะเจ้าค่ะ ปฏิบัติไปสักระยะ จนตนเองแน่ใจแล้วจึงจะตัดสินใจนะเจ้าค่...


 เปิดอ่านหน้านี้  2839 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย