พบแล้ว จิตสว่าง
 phaiboon   18 ต.ค. 2555

เมื่อสงบ พบแล้ว จิตสว่าง.. ชี้นำทางปัณญาเลิศ ประเสิรฐศรี
รู้ว่าทุกข์ รู้ว่าสุข รู้พอดี..... สายกลางมี ชี้ให้เดิน อย่าหลงทาง
เราจะเดิน ทางนี้ ไม่มีหยุด.... หวังซึ่งจุดนิพพาน ได้ไหมหนอ
แม้ชาตินี้ ไปไม่ถึง จะไม่พอ.... ก็มีต่อ พบน่า เดินต่อไป
จะไม่ท้อ ย่อหย่อน ไม่มีหยุด.... ยังห่างจุด ธงชัย ไกลหนักหนา
ต้องผ่านพบผ่านพราก แต่เกิดมา.. ทั้งชีวายังยาวไกลได่รก่าวเดิน




แท้จริงแล้ว ทุกข์ก็วาง อยู่อย่างนั้น
แล้วใครกัน ยกมาใส่ ไว้ในหัว
แล้วร้องว่า หนักจริง สิ่งน่ากลัว
ใครรู้ตัว ให้รีบวาง จะว่างเอง




*ดวงจิต...ที่ฝึกมาดีแล้ว*
แม้กายทุกข์...ก็ไม่หลง...ไปทุกข์ด้วย
แม้ยามสวย....ก็ไม่หลง....ในสังขาร
แม้ยามสุข....ไม่หลงสุข....จนเกินงาม
แม้ยามพราก...ก็ไม่โศก...โทษที่ใคร




ที่ผ่านนั้น...เคยโง่มา..นานแค่ไหน
ที่หลงไป....ในกิเลส...เหตุตัณหา
วนเวียนเกิด..วนเวียนดับ..นับคณา
ขาดปัญญา....ไม่รู้แก้....แย่ที่ใคร

คิดว่าแน่...แต่ว่าตน...อย่าประมาท
คิดว่าฉลาด..อย่ามัวหลง..ไม่สงสัย
คิดว่าดี.....อย่าติดดี.....จนเกินไป
สิ่งใดๆ....ล้วนไม่แน่....แพ้อนิจจัง




การปฎิบัติธรรม ที่ย่อ ย่อที่สุด
อย่าได้หยุด ดูตัวเองด้วย สติหนา
เมื่อเห็นแล้ว ท่านจง พิจารณา
เพื่อปัญญา ก่อเกิด เลิศ ถาวร




เรื่องจริงว่า สติมา นั้นเป็นมรรค
นามรู้จัก สมาธิ นั้นเป็นผล
ก่อให้เกิด ปัญญา นั้นมาดล
เป็นมรรค ผล ชี้นำทาง ก้าวย่างเดิน




อนิจจา สังขาร ไม่เที่ยงหนอ
เจ็บไม่พอ ยังร้อนเย็น เป็นไฉน
เจอทั้งสุข และทุกข์ เคล้ากันไป
ตามปัจจัย เกิดดับ จับให้ทัน
ท่านจงดู รู้ทัน ตามจิตเถิด
จะได้เกิดปัญญา รู้ทัน กิเลสหนา
สังเกตุดู เกิดขึ้น ดับไปทุกเวลา
จะนำพา ท่านหลุดจาก พรากพบกรรม




..สุขอื่นใด ไหนเล่า เท่านิพพาน
ความลำคราญ ทุกข์ร้อน ดับสลาย
บ่งไห้รู้ กระจ่างแล้ว เกิดแก่ตาย
ทุกข์มลาย หายสิ่น ดับดิ้นไป
... เหลือเพียงจิต โดดเด่น เป็นสง่า
เปล่งนภา เจิดจรัส สงัดหล
บ่อได้หลง กฎแห่งกรรม ที่เวียนวน
นำพาตน หลุดพ้น จากบ่วงกรรม..








 เปิดอ่านหน้านี้  4504 

  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย