หินชจฺโจปิ เจ โหติ อุฏฺฐาตา ธิติมา นโร อาจารสีลสมฺปนฺโน นิเส อคฺคีว ภาสติํ คนเราถึงมีชาติกำเนิดต่ำ แต่หากขยันหมั่นเพียร มีปัญญาประกอบด้วย อาจาระและศีลก็รุ่งเรืองได้ เหมือนไฟถึงอยู่ในคืนมืดก็สว่างไสว
สุภาษิตบทนี้มีใจความสำคัญว่า ชาติกำเนิดไม่ใช่เครื่องตัดสินคุณค่าของคน ความเพียร ความมั่นคงทางใจ และความประพฤติดีต่างหากที่ทำให้คนเจริญรุ่งเรือง
• พุทธสุภาษิต •
หีนชจฺโจปิ เจ โหติ อุฏฺฐาตา ธิติมา นโร
อาจารสีลสมฺปนฺโน นิเส อคฺคีว ภาสติ
หีนชจฺโจปิ เจ โหติ — แม้จะมีชาติกำเนิดต่ำ
อุฏฺฐาตา ธิติมา นโร — บุรุษนั้นเป็นผู้ขยันหมั่นเพียร มีความมั่นคง
อาจารสีลสมฺปนฺโน — ถึงพร้อมด้วยมารยาทและศีล
นิเส อคฺคีว ภาสติ — ย่อมสว่างไสว เหมือนไฟในเวลากลางคืน
○ คำอ่านบาลี
หีนะ-ชัด-โจ-ปิ จะ โห-ติ อุด-ถา-ตา ทิ-ติ-มา นะ-โร
อา-จา-ระ-สี-ละ-สัม-ปัน-โน นิ-เส อัค-คี-วะ ภา-สะ-ติ
หมายเหตุ: บทที่ผู้ใช้ส่งมามีคำว่า “หินชจฺโจปิ” ซึ่งรูปบาลีที่ควรเป็นคือ “หีนชจฺโจปิ” (หีนชจฺโจ + ปิ) และวลี “นิเส อคฺคีว” หมายถึง “ในราตรี/ในคืน” เปรียบกับไฟที่ส่องสว่าง
○ อธิบายเพิ่มเติม
สุภาษิตนี้ชี้ให้เห็น คุณค่าของความเพียรและความประพฤติ มากกว่าชาติกำเนิดหรือฐานะเดิมของบุคคล
คำว่า อุฏฺฐาตา สื่อถึงผู้ที่ลุกขึ้นทำความเพียร ไม่ทอดธุระ ไม่ยอมจำนนต่อข้อจำกัดของตน ส่วน ธิติมา หมายถึงผู้มีความมั่นคง มีความเด็ดเดี่ยว ไม่หวั่นไหวเมื่อพบอุปสรรค
แต่ความขยันเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ เพราะสุภาษิตต่อด้วยคำว่า อาจารสีลสมฺปนฺโน คือ เป็นผู้มีความประพฤติดี มีมารยาทงดงาม และรักษาศีล เมื่อ ความเพียร ประกอบกับ ศีลและความประพฤติที่ดี บุคคลนั้นย่อมสร้างคุณค่าให้แก่ตนเองและเป็นที่ยอมรับของผู้อื่น
การเปรียบเทียบกับ “ไฟในคืนมืด” เป็นภาพที่ชัดเจนมาก แม้ไฟจะเกิดขึ้นในสถานที่มืดหรืออยู่ในที่ซึ่งไม่มีความโดดเด่น แต่เมื่อไฟลุกขึ้นแล้ว ย่อมเปล่งแสงให้ปรากฏแก่ผู้คน เช่นเดียวกัน คนที่แม้มีต้นทุนชีวิตต่ำ แต่มีความเพียร มีความมั่นคง และประพฤติดี ย่อมสามารถทำให้คุณความดีของตนปรากฏขึ้นได้
○ ข้อคิดทางธรรม
สุภาษิตนี้ไม่ได้สอนให้ดูถูกหรือยกย่องคนตามชาติกำเนิด แต่ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่ควรยกย่องคือการกระทำและคุณธรรมของบุคคล
คนเราอาจเลือกไม่ได้ว่าเกิดมาในครอบครัวใด มีฐานะอย่างไร หรือมีต้นทุนชีวิตมากน้อยเพียงใด แต่สิ่งที่สามารถเลือกและฝึกฝนได้คือ
ความขยัน — ไม่เกียจคร้าน
ความเพียร — ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
ความมั่นคง — ไม่หวั่นไหวต่อความลำบาก
อาจาระ — มีความประพฤติเรียบร้อย
ศีล — รู้จักควบคุมกายและวาจาให้อยู่ในทางที่ดี
เมื่อคุณธรรมเหล่านี้ได้รับการอบรมอย่างต่อเนื่อง คนธรรมดาก็สามารถสร้างความเจริญให้แก่ตนเองได้
○ สรุป
“อย่าวัดคนด้วยชาติกำเนิดหรือฐานะ แต่จงวัดกันที่ความเพียร ความประพฤติ และคุณธรรม”
แม้เริ่มต้นชีวิตด้วยต้นทุนที่น้อย ก็ไม่ใช่อุปสรรคต่อความเจริญ หากเป็นผู้ขยัน มีความมุ่งมั่น มีความประพฤติดี และรักษาศีล เพราะ ความดีและความเพียรย่อมทำให้ชีวิตสว่างไสวได้ เช่นเดียวกับไฟที่ส่องสว่างในคืนอันมืดมิด
๛