ตีหิ วิชฺชาหิ สมฺปนฺโน สนฺโต ขีณปุนพฺภโว ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชา ๓ เป็นผู้สงบมีภพใหม่สิ้นแล้ว
พุทธสุภาษิตบทนี้มีความหมายลึกซึ้ง กล่าวถึงคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงความรู้แจ้งและสิ้นเหตุแห่งการเวียนว่ายตายเกิด
• พุทธสุภาษิต
ตีหิ วิชฺชาหิ สมฺปนฺโน
สนฺโต ขีณปุนพฺภโว
คำอ่าน:
ตี-หิ วิช-ชา-หิ สัม-ปัน-โน
สัน-โต ขี-ณะ-ปุ-นับ-พะ-โว
หากอ่านแบบไทยให้ต่อเนื่อง คำว่า ปุนพฺภโว อ่านว่า ปุนัพ-ภะ-โว โดยพยัญชนะ พฺภ เป็นเสียงควบ
แปลความหมาย
“ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชา ๓ เป็นผู้สงบ มีภพใหม่สิ้นแล้ว”
อธิบายเพิ่มเติม
๑. ตีหิ วิชฺชาหิ — ด้วยวิชชา ๓
หมายถึง ความรู้แจ้ง ๓ ประการ ที่พระอริยเจ้าหรือพระพุทธเจ้าทรงบรรลุ ได้แก่
ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ — ความรู้ระลึกชาติในอดีตได้
จุตูปปาตญาณ — ความรู้เห็นการจุติและการเกิดของสัตว์ทั้งหลายตามกรรม
อาสวักขยญาณ — ความรู้ที่ทำให้อาสวะทั้งหลายสิ้นไป ซึ่งเป็นญาณสำคัญที่นำไปสู่ความหลุดพ้น
๒. สมฺปนฺโน — ถึงพร้อม
หมายถึง ผู้ที่มีวิชชาอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงมีความรู้ทางตำรา แต่เป็นความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติและการเห็นความจริงตามธรรมชาติของสรรพสิ่ง
๓. สนฺโต — เป็นผู้สงบ
หมายถึง ผู้สงบจากกิเลส เครื่องเศร้าหมอง และความเร่าร้อนแห่งจิต โดยเฉพาะความกำหนัด ความโกรธ และความหลง เมื่อเหตุแห่งความทุกข์ดับลง จิตย่อมสงบและเป็นอิสระ
๔. ขีณปุนพฺภโว — มีภพใหม่สิ้นแล้ว
แปลตรงความหมายว่า “ภพใหม่สิ้นแล้ว” หมายถึง ผู้ที่สิ้นกิเลสและกรรมอันเป็นเหตุให้เกิดใหม่ จึงไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
แก่นธรรมของสุภาษิต
พุทธสุภาษิตบทนี้ไม่ได้เน้นเพียงเรื่อง “ความรู้” แต่ชี้ให้เห็นว่า ความรู้ที่แท้ต้องนำไปสู่ความดับกิเลสและความหลุดพ้น
ผู้ปฏิบัติธรรมจึงควรเดินจาก
ความรู้ → การปฏิบัติ → การเห็นความจริง → การดับกิเลส → ความสงบ → ความหลุดพ้น
• สรุป:
“ผู้มีวิชชา ๓ อย่างสมบูรณ์ ย่อมเป็นผู้สงบ เพราะสิ้นกิเลสอันเป็นเหตุแห่งการเกิดใหม่ จึงพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด”
ข้อคิดสำหรับการปฏิบัติ:
ความสำเร็จทางธรรมไม่ได้อยู่ที่การมีความรู้มาก แต่คือ รู้แล้วเห็นจริง ปฏิบัติแล้วกิเลสลดลง จิตสงบ และค่อย ๆ พ้นจากเหตุแห่งทุกข์.
๛