ค้นหาในเว็บไซต์ :

น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ ไม่ควรเปล่งวาจาลามกเลย




น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ ไม่ควรเปล่งวาจาลามกเลย


พุทธสุภาษิต
เอกนิบาตชาดก

๏ พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นหลักคำสอนที่เตือนใจเรื่อง "วจีทุจริต" หรือการสำรวมคำพูดได้อย่างเฉียบคม

คำอ่านภาษาบาลี

นะ-หิ-มุน-เจย-ยะ-ปา-ปิ-กัง

---

อธิบายเพิ่มเติม: "วาจาลามก" ในทางธรรมคืออะไร?

ในทางพุทธศาสนา คำว่า "ปาปิกํ" (ปาปิกา) หรือที่แปลว่า "ลามก" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องลามกอนาจารเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง "วาจาที่ชั่วช้า" หรือ "คำพูดที่เป็นบาป" ซึ่งครอบคลุมลักษณะการพูด 4 ประการ (วจีทุจริต) ดังนี้ครับ:

1. มุสาวาท: การพูดเท็จ พูดไม่จริง เพื่อหลอกลวงผู้อื่น
2. ปิสุณาวาจา: การพูดส่อเสียด พูดยุยงให้เขาแตกแยกกัน หรือพูดลับหลัง
3. ผรุสวาจา: การพูดคำหยาบ คำด่าทอที่ทำให้ผู้ฟังเสียใจหรือเจ็บปวด
4. สัมผัปปลาปะ: การพูดเพ้อเจ้อ ไร้สาระ หาประโยชน์ไม่ได้

ทำไมถึงไม่ควร "เปล่ง" ออกมา?

คำว่า "มุญฺเจยฺย" แปลว่า การปล่อยออกไป หรือการสลัดออก เปรียบเหมือนลูกศรที่ยิงออกจากหน้าไม้ครับ เมื่อพูดออกไปแล้วเราไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ คำพูดที่ชั่วร้ายเพียงคำเดียวอาจทำลายมิตรภาพที่สร้างมาหลายปี หรือสร้างศัตรูที่จองเวรกันไปตลอดชีวิต

> "คำพูดคือเจ้านายเรา เมื่อยังไม่พูดเราเป็นนายมัน แต่เมื่อพูดไปแล้ว มันกลับเป็นนายเรา"

---

บทสรุป

พุทธสุภาษิตนี้สอนให้เรา "คิดก่อนพูด" ให้มาก เพราะวาจาที่ประกอบด้วยบาป (ความโกรธ ความโลภ ความหลง) ย่อมนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเองและผู้อื่น การฝึกสงบปากสงบคำ หรือเลือกพูดแต่สิ่งที่สร้างสรรค์ (วจีสุจริต) จึงเป็นหัวใจสำคัญของการฝึกตน

สรุปสั้นๆ: วาจาที่แย่ ไม่ควรปล่อยให้หลุดออกจากปาก เพราะมันจะย้อนกลับมาทำลายตัวเราเอง




139







   

 ธรรมะไทย