-:- ไฟกิเลสที่ลุกลามเผาไหม้จิต -:-


ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




๏ เชิญทุกท่าน มาเป็น นักดับเพลิง
ที่รู้เชิง รู้เหตุพาล การเผาผลาญ
เพื่อกำราบ ปราบเสียที อัคคีมาร
ที่ไหม้ผลาญ จิตเราไว้ ในวัฏฏา

๏ ไฟสามกอง ลุกโหม เลียโลมจิต
สิงสถิต มานาน พาลตัณหา
ให้จิตเวียน ในกองทุกข์ เนิ่นนานมา
อย่ารอช้า รีบรุด หยุดมันลง

๏ จะได้รีบ ดับร้อน ก่อนจะสาย
ก่อนวอดวาย ลำเค็ญ เป็นผุยผง
ต้องรีบละ รีบวางไว้ ไม่พะวง
ก่อนจะปลง ไฟให้ดับ ลับลงไป

๏ ไฟกองใหญ่ ไฟระคะ ไฟโทสะ
ไฟโมหะ ที่ลุกโหม ตะโบมใส่
เพราะจิตมี หญ้าแห้ง แหล่งเชื้อไฟ
อนุสัย กิเลสไซร้ นอนเนื่องมา

๏ มันพร้อมลุก โหมกระพือ เผาดวงจิต
ให้มอดไหม้ ตายสนิท ในสังสาร์
ใช่เพียงรับ ดับไฟ ที่โหมมา
ต้องดับแหล่ง ที่เปรียบหญ้า ของเชื้อไฟ ๚



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ



DT0018

หิ่งห้อยน้อย




ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




๏ ไฟราคะ เกิดได้ เพราะความงาม
เห็นทุกอย่าง ยินดีตาม กามสดใส
จิตหมกมุ่น กามคุณห้า น่าอ่อนใจ
เติมเชื้อไฟ ราคะ ควรละมัน

๏ ไฟโทสะ เกิดเพราะใจ ไร้เมตตา
สั่งสมไว้ ในจินตนา พารังสรรค์
ความหงุดหงิด ขุ่นเคืองอยู่ ที่รู้กัน
สั่งสมมั่น เจริญให้เห็น เป็นโกรธา

๏ แล้วเร่งเชื้อ โหมใส่ ในความโกรธ
เกิดเป็นโทษ โทสะร้าย วิหิงสา
จิตร้อนเร่า เผาตนไหม้ ให้ทุกข์พา
มีตัณหา กิเลสเน้น เป็นเชื้อไฟ

๏ ไฟโมหะ ดุจไฟเย็น แระเล็มจิต
มันสถิต คุกคาม ตามอนุสัย
เพราะหมดสิ้น ปัญญา ไม่เห็นไฟ
คุกรุ่นอยู่ ภายใน ด้วยอวิชชา

๏ เมื่อรู้จัก ไฟทั้งสาม ที่ลามจิต
เนาสนิท สถิตอยู่ คู่ตัณหา
มีน้ำธรรม แห่งองค์ พระศาสดา
ในอริยะ มรรคา พาดับไฟ ๚



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1  / หิ่งห้อยน้อย / 14 ธ.ค. 2555 เวลา 23:14 น. 




ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




[๒๗๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฟ ๓ กองนี้
๓ กองเป็นไฉน คือ
ไฟคือราคะ ๑
ไฟคือโทสะ ๑
ไฟคือโมหะ ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฟ ๓ กองนี้แล ฯ

ไฟคือราคะ
ย่อมเผาสัตว์ผู้กำหนัดแล้ว
หมกมุ่นแล้วในกามทั้งหลาย

ส่วนไฟคือโทสะ
ย่อมเผานรชนผู้พยาบาท
มีปรกติฆ่าสัตว์

ส่วนไฟคือโมหะ
ย่อมเผานรชนผู้ลุ่มหลง
ไม่ฉลาดในอริยธรรม

ไฟ ๓ กองนี้ย่อมตามเผาหมู่สัตว์
ผู้ไม่รู้สึกว่าเป็นไฟ
ผู้ยินดียิ่งในกายตน
ทั้งในภพนี้และภพหน้า

สัตว์เหล่านั้นย่อมพอกพูนนรก
กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน อสุรกาย และปิตติวิสัย
เป็นผู้ไม่พ้นไปจากเครื่องผูกแห่งมาร



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2  / หิ่งห้อยน้อย / 14 ธ.ค. 2555 เวลา 23:36 น. 




-:- ไฟกองที่ ๑ .... ไฟราคะ -:-

๏ ไฟสามกอง ลุกโชติช่วง กว่าดวงแข
ควรเหลียวแล ใส่จิตไว้ ใฝ่สิกขา
ไฟราคะ หมกมุ่นใจ ในกามา
เผาวิญญา เผาจินตนา ให้ทุกข์ทน

๏ ใช้อุบาย พิจารณา ว่าไม่งาม
ดูให้เห็น ว่าเสื่อมทราม อย่าสับสน
หมั่นพินิจ พิจารณา สิ่งที่ยล
เพื่อหลุดพ้น ไฟกองใหญ่ ไฟราคะ

๏ มองให้เห็น ทุกสิ่ง เป็นปฏิกูล
ที่พอกพูน ในจิตไว้ ให้รีบผละ
หยุดปรุงแต่ง แหล่งปฏิกูล กองอสุภะ
จึงจะดับ ไฟราคะ ให้มอดไป ๚


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3  / หิ่งห้อยน้อย / 14 ธ.ค. 2555 เวลา 23:59 น. 




-:- ไฟกองที่ ๑ .... ไฟราคะ -:-

๏ ปัญญาชน ผู้ใฝ่ ในธัมมา
ย่อมมองเห็น คุณค่า แห่งธรรมได้
นำพระธรรม อาบจิต ชิดหทัย
รสพระธรรม ซาบซ่านใน จินตนา

๏ ย่อมดำเนิน เดินคู่ อยู่ในมรรค
ด้วยประจักษ์ แจ้งจิต ปลิดมิจฉา
ประคองจิต ให้อยู่ใน ทางสัมมา
ในเบื้องหน้า ก็จักพ้น วนวัฏฏ์เนา

๏ เพราะจิตเห็น สิ่งไม่งาม ว่างามไซร้
จึงตกใน บ่วงมาร ที่ผลาญเผา
ตกหลุมล่อ ไฟกาม ลามไม่เบา
เขลาจักเผา จิตมอดไหม้ ด้วยไฟกาม ๚


*****************************

ไฟราคะ
เกิดเพราะอารมณ์เห็นสิ่งไม่งามว่างาม
ดับได้ด้วยการพิจารณาว่า"ไม่งาม" อยู่เป็นนิจ



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4  / หิ่งห้อยน้อย / 15 ธ.ค. 2555 เวลา 00:01 น. 




-:- ไฟกองที่ ๒ .. ไฟโทสะ -:-

๏ ไฟโทสะ เกิดเพราะใจ ไร้เมตตา
สั่งสมไว้ ในจินตนา พารังสรรค์
ความหงุดหงิด ขุ่นเคืองอยู่ ที่รู้กัน
สั่งสมมั่น เจริญให้เห็น เป็นโกรธา

๏ แล้วเร่งเชื้อ โหมใส่ ในความโกรธ
เกิดเป็นโทษ โทสะร้าย วิหิงสา
จิตร้อนเร่า เผาตนไหม้ ให้ทุกข์พา
มีตัณหา มีอนุสัย เป็นเชื้อไฟ

๏ ไฟพยาบาท ลุกโชติช่วง ในจินตนา
จากโทสา โกรธา สว่างไสว
สืบมาจาก ปฏิฆะ ขุ่นข้องใจ
มันลุกโหม ตะโบมใจ ทุกคืนวัน ๚



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5  / หิ่งห้อยน้อย / 15 ธ.ค. 2555 เวลา 00:04 น. 




-:- ไฟกองที่ ๒ .. ไฟโทสะ -:-

๏ ไฟโทสะ ดับได้ ด้วยเมตตา
ที่ไหลหลั่ง จากจินตนา ที่รังสรรค์
แผ่ออกไป ให้กว้าง ทุกทิศนั่น
กิเลสร้าย คลายพลัน ออกจากใจ

๏ ปัญญาชน ผู้ใฝ่ ในธัมมา
ย่อมมองเห็น คุณค่า เมตตาได้
มีกรุณา อาบจิต ชิดหทัย
รสแห่งธรรม ซาบซ่านใน จินตนา

๏ ย่อมดำเนิน เดินคู่ อยู่ในมรรค
ด้วยประจักษ์ แจ้งจิต ปลิดมิจฉา
ประคองจิต ให้อยู่ใน ทางสัมมา
ในเบื้องหน้า ก็จักพ้น วนเวียนวัฏฏ์ ๚


*****************************

ไฟโทสะ
เกิดเพราะอารมณ์ที่กรุ่นไปด้วยความขุ่นใจ ความโกรธ
ดับได้ด้วยการเจริญเมตตา อยู่เป็นนิจ



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6  / หิ่งห้อยน้อย / 15 ธ.ค. 2555 เวลา 00:05 น. 

 เปิดอ่านหน้านี้  715 

 แสดงความคิดเห็น


กรุณาล๊อกอินสมาชิกเว็บธรรมะไทยก่อนครับ... Login


  แสดงความคิดเห็น


Go to top


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย