ค้นหาในเว็บไซต์ :

อพทฺธา ตตฺถ พชฺฌนฺติ คนพาลที่ยังไม่ถูกผูกมัด แต่พอพูดในเรื่องใด ก็ถูกผูกมัดตัวในเรื่องนั้น


○ พุทธสุภาษิต

อพทฺธา ตตฺถ พชฺฌนฺติ

คำอ่านบาลี

อะ-พัด-ธา ตัด-ถะ พัด-ชัน-ติ

คำแปล: คนพาลที่ยังไม่ถูกผูกมัด แต่พอพูดในเรื่องใด ก็ถูกผูกมัดตัวในเรื่องนั้น

๑. แยกศัพท์บาลีและความหมาย

คำบาลี คำอ่าน ความหมาย
อพทฺธา อะ-พัด-ธา ผู้ที่ยังไม่ถูกผูกมัด
ตตฺถ ตัด-ถะ ในเรื่องนั้น, ณ ที่นั้น
พชฺฌนฺติ พัด-ชัน-ติ ย่อมถูกผูกมัด, ย่อมติดอยู่

คำว่า “ผูกมัด” ในพุทธสุภาษิตนี้มีความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการถูกจับมัดด้วยเชือกหรือถูกจองจำทางกาย แต่หมายถึงการติดอยู่ในปัญหา ความขัดแย้ง หรือข้อผูกพันที่ตนก่อขึ้นจากคำพูด

ใจความสำคัญคือ คนที่ขาดปัญญาและไม่รู้จักยั้งคิด เมื่อพูดในเรื่องใดโดยไม่ไตร่ตรอง อาจสร้างปัญหาและทำให้ตนเองต้องรับผลจากคำพูดนั้น

๒. อธิบายเพิ่มเติมในเชิงธรรม

พุทธสุภาษิตบทนี้สอนให้เห็นโทษของการพูดโดยขาดสติและปัญญา เพราะบางครั้งคนเรายังไม่ได้มีปัญหาหรือข้อผูกพันใด ๆ แต่กลับสร้างปัญหาให้ตนเองด้วยคำพูดของตน

๑) พูดโดยไม่คิด อาจสร้างปัญหาให้ตนเอง
คนพาลมักพูดตามอารมณ์ พูดโดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริง หรือพูดเกินกว่าที่ตนรู้ เมื่อพูดไปแล้วอาจเกิดความขัดแย้ง ถูกทักท้วง หรือจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อถ้อยคำที่กล่าวไว้

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่รับปากว่าจะทำสิ่งใดโดยไม่พิจารณาความสามารถของตน เมื่อทำไม่ได้ก็ต้องเผชิญกับความเสียหายและเสียความน่าเชื่อถือ
๒) คำพูดอาจกลายเป็นเครื่องผูกมัดตนเอง
คำพูดบางอย่างเป็นเสมือนหลักฐานที่ย้อนกลับมาผูกมัดผู้พูด เช่น การกล่าวเท็จแล้วต้องแต่งเรื่องเพิ่มเติมเพื่อปกปิดความจริง หรือการกล่าวหาผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐานจนตนเองต้องรับผลจากการกระทำนั้น

ดังนั้น ก่อนพูดจึงควรพิจารณาว่าเรื่องที่กล่าวนั้นเป็นความจริงหรือไม่ มีประโยชน์หรือไม่ และจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ใครหรือไม่

๓) ผู้มีปัญญารู้จักสำรวมวาจา
ผู้มีปัญญาไม่จำเป็นต้องพูดทุกเรื่องที่ตนคิด แต่รู้จักเลือกเวลา บุคคล และถ้อยคำให้เหมาะสม หากยังไม่รู้ข้อเท็จจริงก็ไม่ด่วนสรุป หากเกิดความขัดแย้งก็ใช้เหตุผลแทนอารมณ์

การสำรวมวาจาเช่นนี้ช่วยป้องกันปัญหาที่ไม่จำเป็น และทำให้ดำเนินชีวิตได้อย่างสงบมากขึ้น

๓. ความสัมพันธ์กับพุทธสุภาษิตอีกบทหนึ่ง
พุทธสุภาษิตนี้เป็นวรรคแรกของคาถาที่มีวรรคหลังว่า

พทฺธาปิ ตตฺถ มุจฺจนฺติ ยตฺถ ธีรา ปภาสเร

แปลว่า “คนมีปัญญา แม้ถูกผูกมัดอยู่ ก็หลุดพ้นได้ในเรื่องที่ตนกล่าว”

เมื่อพิจารณาทั้งสองวรรค จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนว่า
- คนพาล พูดโดยขาดปัญญา จึงสร้างเครื่องผูกมัดตนเอง
- คนมีปัญญา ใช้เหตุผลและวาจาที่เหมาะสม จึงสามารถคลี่คลายปัญหาได้

คาถานี้มีที่มาจากพันธนโมกขชาดก ในขุททกนิกาย ชาดก

๔. แนวทางนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

- ก่อนพูด ควรคิดให้รอบคอบ ไม่พูดตามอารมณ์ชั่ววูบ
- ไม่รับปากในสิ่งที่ตนไม่มั่นใจว่าจะทำได้
- ไม่กล่าวเท็จ ใส่ร้าย หรือพูดเกินจริงเพื่อให้ตนเองดูดี
- เมื่อพูดผิด ควรยอมรับและแก้ไข แทนที่จะสร้างคำพูดใหม่เพื่อปกปิดความผิดเดิม
- ฝึกใช้วาจาสุภาพ จริงใจ และประกอบด้วยเหตุผล

๕. สรุปพุทธสุภาษิต

อพทฺธา ตตฺถ พชฺฌนฺติ

คนพาลที่ยังไม่ถูกผูกมัด แต่พอพูดในเรื่องใด ก็ถูกผูกมัดตัวในเรื่องนั้น

พุทธสุภาษิตบทนี้เตือนว่า คนเราอาจสร้างความเดือดร้อนให้ตนเองได้ด้วยคำพูดที่ขาดสติ การพูดโดยไม่คิด การกล่าวเท็จ หรือการพูดตามอารมณ์ อาจทำให้เกิดปัญหาที่ไม่เคยมีมาก่อน ผู้มีปัญญาจึงควรฝึกคิดก่อนพูด และรับผิดชอบต่อถ้อยคำของตน

ข้อคิดเตือนใจ: “บางครั้งสิ่งที่ผูกมัดเราไว้ ไม่ใช่เชือกที่ผู้อื่นนำมาผูก แต่เป็นคำพูดที่เรากล่าวออกไปโดยขาดสติ”
๛



21







   

 ธรรมะไทย