มาสฺสุ พาเลน สงฺคญฺฉิ อมิตฺเตเนว สพฺพทา อย่าสมาคมเลยด้วยพาล เหมือนศัตรูทุกเมื่อ
"มาสฺสุ พาเลน สงฺคญฺฉิ อมิตฺเตเนว สพฺพทา อย่าสมาคมเลยด้วยพาล เหมือนศัตรูทุกเมื่อ"
พุทธสุภาษิต
นวกนิบาตชาดก
๏ คำอ่านภาษาบาลี
"มาสฺสุ พาเลน สงฺคญฺฉิ อมิตฺเตเนว สพฺพทา"
อ่านว่า: มา-สุ พา-เล-นะ สัง-กัน-ฉิ อะ-มิด-เต-เน-วะ สับ-พะ-ทา
อธิบายความหมาย
หากถอดรหัสความหมายจากตัวพยัญชนะ จะเห็นการเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดเจนดังนี้:
อย่าสมาคมกับคนพาล: "คนพาล" ในทางพุทธศาสนาไม่ได้หมายถึงอันธพาลที่ชอบใช้กำลังเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงผู้ที่มีจิตใจมืดบอด ไม่รู้ดีรู้ชั่ว ชอบชักชวนไปในทางที่เสื่อม (เช่น การเสพอบายมุข หรือการทำทุจริต)
เหมือนศัตรูทุกเมื่อ: ท่านเปรียบคนพาลไว้เหมือน "ศัตรู" ซึ่งปกติเราจะระมัดระวังตัวไม่เข้าใกล้ศัตรูอยู่แล้ว เพราะรู้ว่าเขาจะทำร้ายเรา แต่คนพาลนั้นน่ากลัวกว่าตรงที่เขาอาจมาในคราบของเพื่อน หรือคนใกล้ชิดที่จะค่อยๆ ดึงเราลงเหวโดยที่เราไม่รู้ตัว
ทำไมถึงต้องเลี่ยง?
เพราะการอยู่ใกล้คนพาลบ่อยๆ จะทำให้เราซึมซับนิสัย ความคิด และทัศนคติที่ผิด (มิจฉาทิฐิ) มาโดยไม่ตั้งใจ เหมือนคนถือปลาเน่าที่กลิ่นคาวจะติดมือมาด้วยเสมอ
สรุปคติธรรม
"การคบคนพาล มีแต่เสียกับเสีย"
การหลีกเลี่ยงคนพาลไม่ใช่การดูถูกคนอื่น แต่เป็นการ "ป้องกันตัวเอง" จากสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ เพราะต่อให้เรามั่นใจว่าเราเป็นคนดีแค่ไหน แต่หากคนรอบข้างเป็นคนพาล โอกาสที่เราจะประสบความหายนะ—ไม่ว่าจะเป็นด้านชื่อเสียง ทรัพย์สิน หรือจิตใจ—ก็มีอยู่ตลอดเวลา
จำไว้ว่า: การอยู่คนเดียวยังดีเสียกว่าการมีเพื่อนเป็นคนพาล เพราะมิตรที่ไม่ดีนั้นอันตรายกว่าสัตว์ร้ายเสียอีก
๛