พุทธธรรมสูงสุดทำให้โลกตะลึงอีกครั้ง

พุทธธรรมสูงสุดทำให้โลกตะลึงอีกครั้ง

22 ก.ย. ค.ศ. 2018 ข่าวลาสเวกัส

ผู้เขียน : Liu Yinghong

การกำหนดการเกิด การตายได้อย่างอิสระในพระพุทธศาสนานั้น เป็นสิ่งที่ถูกกล่าวขานกันเป็นตำนานเรื่อยมา แต่ว่าเดือนกันยายนปี ค.ศ.2018ฉันได้ประจักษ์ด้วยตาของฉันเอง

พระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าศากยมุนีได้เผยแพร่ไปทั่วโลกมานานกว่าสองพันปีและได้พัฒนาไปสู่สาขานิกายต่างๆแต่ละแห่งล้วนมีคำสอนและประเพณีของตนเองปรมาจารย์บรรดาภิกษุบำเพ็ญขั้นสูงล้วนกล่าวว่าพวกเขามีคำสอนที่ดีที่สุดและคุยโวว่าตนสามารถสอนให้ผู้คนสำเร็จหลุดพ้นได้ ถึงอย่างนั้นผลที่ได้คืออะไรงั้นหรือข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วก็คือผู้ที่สามารถสำเร็จหลุดพ้นได้นั้นมีจำนวนน้อยมากในประวัติศาสตร์ในทางตรงกันข้ามมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่สามารถสำเร็จหลุดพ้นได้จากการฝึกธรรมะ ผู้ที่สำเร็จหลุดพ้นแล้วก็มี ตัวอย่างเช่น ต๋าโม๋, ฮุ่ยเหนิง,ฮานซาน เป็นต้น และสมัยปัจจุบันนั้นมี ซวีหยุน, ฮุ่ยหมิง, เซิ่งชิง และผู้อาวุโสต่างๆ อีกทั้งยังมีธรรมาจารย์เหลียน ธรรมาจารย์อาวุโสจงเค่อปา ธรรมาจารย์อาวุโสเก๋อมาปา อริยสงฆ์อาตี่ซยา อริยสงฆ์เยว่เสียนหวังเป็นต้น แต่แล้ว ผู้มีคุณธรรมสูงส่งที่บรรลุสำเร็จแบบพวกท่านเหล่านั้นน้อยยิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลา 100ปีที่ผ่านมานี้ ยุคสิ้นสุดของพระพุทธศาสนาได้คืบคลานเข้ามาและฝังรากลึก ธรรมะที่แท้จริงของพระพุทธเจ้าเกือบจะสูญหายไปหมด สิ่งนี้เกิดขึ้นแม้แต่กับบุคคลสำคัญในยุคปัจจุบันผู้เป็นพระสงฆ์หรือผู้มีคุณธรรมสูงส่งที่ล้วนมีชื่อเสียงระดับโลก เมื่อพวกเขาถึงบั้นปลายชีวิต ล้วนแต่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดจนถึงวาระสุดท้ายพวกเขาไม่สามารถหลุดพ้นจากการเกิดการตายได้ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงว่าจะสามารถกำหนดการเกิดการตายได้ด้วยตนเอง

H.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามได้นำธรรมะของพระพุทธเจ้าสู่โลกมนุษย์สืบต่อคำสอนเดิมของพระพุทธเจ้าศากยมุนีฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้กลับสู่สภาพที่เคยเป็นเหมือนเมื่อสมัยที่พระพุทธเจ้าศากยมุนีอยู่บนโลกนี้อีกทั้งยังนำมาซึ่งแม่แบบที่จะทำให้พุทธศาสนิกชนได้บรรลุสำเร็จในขั้นที่สูงขึ้นและเร็วขึ้นจากการบำเพ็ญปฏิบัติอย่างแข็งขันตัวอย่างเช่น “เจี่ยทัวต้าโส่วอิ้น(The Supreme and Unsurpassable Mahamudra of Liberation)”และวิชาบำเพ็ญปฏิบัติลับเช่นการเปิดกระหม่อมปัญญา (ก้วนติ่ง) รวมถึงบทวิชาบำเพ็ญปฏิบัติอันซึ่งไม่สามารถหาสิ่งใดเปรียบเทียบได้และพระธรรมอันสูงสุดที่จะนำไปสู่การบรรลุสำเร็จได้อย่างรวดเร็วคำสอนและธรรมะดังกล่าวซึ่งมีนับไม่ถ้วนนี้ยังไม่เคยมีผู้ศักดิ์สิทธ์ท่านใดในประวัติศาสตร์นำมาบนโลกใบนี้

เป็นที่ทราบกันดีว่าH.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามได้บรรลุจุดสูงสุดของศาสตร์ทั้ง 5 และพระองค์ทรงมีความรู้แจ้งแห่งพระพุทธเจ้า(????)เรื่องนี้ได้รับการยืนยันโดยข้อเท็จจริงทุกประการอย่างไรก็ตามผมอยากจะเสนอให้ทุกคนพิจารณาเรื่องเรื่องหนึ่งการบรรลุสำเร็จของH.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามเช่นเดียวกับการบรรลุสำเร็จของพระพุทธเจ้าศากยมุนีนั้นเป็นการบรรลุสำเร็จของพระพุทธเจ้าและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเราสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเราอย่างลึกซึ้งนั้นคือพุทธศาสนิกชนอย่างเราจะสามารถบรรลุสำเร็จได้จากการปฏิบัติตามคำสอนด้วยนี่แหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด!ในเรื่องนี้พวกเราได้ทำการพิสูจน์สิ่งที่เกิดขึ้นและพบว่าเป็นความจริงผู้ที่ได้บรรลุสำเร็จอย่างสูงโดยได้รับการสอนจากH.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามนั้นยังเป็นที่จดจำได้อย่างชัดเจนท่านเหล่านั้นรวมถึงภิกษุอาวุโสอู่หมิงภิกษุอาวุโสอี้เจาผู้ศักดิ์สิทธิ์อินไห่และผู้มีคุณธรรมสูงท่านอื่นๆเช่นโหวหวี้ซ่านหลินหลิวฮุ่ยซิ่วเจ้ายวี้เซิ่งเป็นต้นข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่ได้รับการสอนจากH.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามนั้นได้บรรลุสำเร็จอันยิ่งใหญ่

ยิ่งไปกว่านั้นศิษย์ของH.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามมหาธรรมราชาลู่ตงจ้านฉือเหรินเจียฉั่วผู้ดำรงตำแหน่งประธานสำนักงานใหญ่ของสมาคมพุทธศาสนาโลกได้แสดงให้เห็นการกำหนดการเกิดการตายได้อย่างอิสระของตัวท่านเองอย่างน่าทึ่ง

มหาธรรมราชาลู่ตงจ้านได้ศึกษากับพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากมายในช่วงชีวิตของท่านนับแต่วันที่ท่านได้เข้าสรณะH.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามเป็นพระอาจารย์ในปีค.ศ.1995 นั้นเหมือนราวกับท่านได้พบสมบัติที่หายากและล้ำค่าที่สุด ประสบการณ์ที่ท่านได้รับนั้นเหมือนกับ Luosan Zhenzhu Geshe , คือLarampa Geshe เพียงผู้เดียวในหมู่ชาวจีนฮั่น ผู้ซึ่งตอบคำถามต่อผู้สื่อข่าวว่าการศึกษาธรรมะของเขาในระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมาเทียบไม่ได้เลยกับการศึกษาจาก H.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามเพียงวันเดียว! ลองคิดดูว่านั่นสื่อถึงอะไร! หลังจากที่มหาธรรมราชาลู่ตงจ้านศึกษาธรรมะและแนวทางการบำเพ็ญปฏิบัติที่ได้รับถ่ายทอดจากH.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามแล้วนั้น ท่านก็ละทิ้งธรรมะที่ไม่ได้ผลทั้งหมดที่เคยได้ศึกษามาก่อนหน้านี้และอุทิศตนเพื่อบำเพ็ญปฏิบัติธรรมะอันลึกซึ้งของพระพุทธเจ้าที่ถ่ายทอดโดย H.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สาม ผลปรากฏว่าพลังของท่านพัฒนาขึ้นเร็วประหนึ่งติดปีกบิน อิ่มเอิบไปด้วยบุญบารมีและสติปัญญา ในปีค.ศ.2004ท่านได้แสดงพลังวัชระอันซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้มีความแข็งแรงทางกายภาพที่ทรงพลังกว่าบุคคลทั่วไป ณ สถานที่ชุมนุมธรรมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนประจักษ์แก่สายตาว่าท่านสามารถยกบ่อน้ำดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีน้ำหนักถึง 4,000ปอนด์เพื่อเทน้ำออกได้ และในปี ค.ศ.2009 ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากท่านได้แสดงธรรมะโดยที่จิตสำนึกของท่านออกจากร่างกายและนำเมล็ดวัชระที่อยู่ไกลจากตัวท่านมา ท้ายที่สุดมหาธรรมราชาได้ตั้งจิตเปล่งประกายและเห็นถึงตัวตนแท้จริง บรรลุธรรมะกายาของตัวท่าน กล่องเงินวาทกรรมธรรมที่กล่าวถึงการบรรลุของท่านได้เผยแพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว|

ในปี ค.ศ.2015คณะกรรมการเตรียมการก่อสร้างวัดเจวี๋ยสิงของประเทศไต้หวันได้นิมนต์เชิญท่านมหาธรรมราชาลู่ตงจ้านขึ้นเป็นเจ้าอาวาสของวัดมหาธรรมราชาลู่ตงจ้านได้เขียนจดหมายถึงคณะกรรมการลงวันที่ 16 กรกฏาคมค.ศ.2016 เนื้อความว่าท่านไม่สามารถดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสของวัดได้เนื่องจากท่านไม่มีวาสนานี้ (รายละเอียดกรุณาดู “คำตอบข้อ 18” ใน “คำตอบที่สำคัญของเหล่าบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์และภิกษุอาวุโส–ออกโดยศูนย์สอบถามข้อมูลของของสำนักงานพุทธศาสนาโลก”)

ในปี ค.ศ.2017ในบทความของผู้ศักดิ์สิทธิ์อีกุ้ยหัวข้อ“อาตมากล้ารับประกันว่าอะไรคือผลบุญ อะไรคือผลบาป และหยดน้ำทิพย์พระพุทธเจ้า”บทความนี้ได้ยกคำของมหาธรรมราชาลู่ตงจ้านที่กล่าวต่อผู้บำเพ็ญปฏิบัติทั้งหลายว่าท่านไม่สามารถรอจนถึงเวลาลงเสาเข็มของวัดพระพุทธเจ้าโบราณได้:“อาตมาลู่ตงจ้านฉือเหรินเจียฉั่ว ไม่มีคุณสมบัติเป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธโบราณอยู่แล้ว นอกจากจะไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสของวัดพระพุทธเจ้าโบราณอาตมายังไร้วาสนาที่จะได้เห็นและกราบเคารพวัดพระพุทธเจ้าโบราณ ถึงแม้ว่าอาตมามั่นใจว่าสามารถควบคุมการเกิดการตายของอาตมาเองได้ หากเมื่อถึงแดนอมิตาภะแล้วอาตมาไม่แน่ใจว่ายังสามารถกลับมาที่โลกมนุษย์ได้อีกหรือไม่ เป็นเพราะอาตมาไม่อาจทราบได้ว่าพระพุทธเจ้าอมิตาภะจะทรงอนุญาตให้อาตมากลับมาเคารพกราบไหว้พระพุทธเจ้าด้วยตัวเองหรือไม่ เว้นเสียแต่ว่า H.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามอาจารย์ของอาตมาเรียกให้มา” ช่างเป็นธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ยิ่งใหญ่เสียยิ่งกะไรที่ทำให้มหาธรรมราชาสามารถบรรลุความสำเร็จเช่นนั้นและมั่นใจแน่วแน่ถึงการล่วงรู้การเกิดการตายของตนเอง

ใน“คำตอบหมายเลข 20180102” ที่ออกในปี ค.ศ.2018 โดยสำนักงานพุทธศาสนาโลก ลงว่า “วันนี้สมาชิก 2 ท่านของคณะกรรมการบริหารของสำนักงานใหญ่พุทธศาสนาโลกได้เข้าขอคำแนะนำจากท่านมหาธรรมราชา เนื่องจากมีผู้คนถามว่าเมื่อไหร่จะถึงกำหนดเวลาที่ท่านมหาธรรมราชาจะละสังขารจากโลกนี้ไป มหาธรรมราชาลู่ตงจ้านตอบว่า ท่านบำเพ็ญปฏิบัติตามหลักธรรมวิชาของ H.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามบรรลุแล้วถึงการล่วงรู้กำหนดการเกิดการตายได้ ท่านกล่าวว่าเมื่อได้มีการแสดงธรรมะครั้งสุดท้ายท่านจะเขียนจดหมายตัดสินใจที่จะจากโลกนี้ไปและจะละสังขารจากโลกนี้อย่างไม่รอช้า เหล่าผู้ศักดิ์สิทธิ์จากคณะอริยสงฆ์ได้ยินดังนั้นก็รีบเข้าฌาณและพบว่ามหาธรรมราชาลู่ตงจ้านนั้นได้สำเร็จบรรลุถึงขั้นผู้ศักดิ์สิทธิ์Shang Zun กระดุมทองขั้น 3 แล้ว

ทำไมมหาธรรมราชาถึงสามารถกล่าวได้อย่างมั่นใจเช่นนั้น? ในโลกปัจจุบันนี้ คนธรรมดาจะไปหาธรรมวิชาได้ที่ไหนที่สามารถทำให้พวกเขาสามารถกำหนดการเกิดการตายได้อย่างอิสระ เกือบร้อยปีแล้วที่ไม่มีธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ทำให้โลกตะลึงเช่นนี้ มหาธรรมราชากล่าวว่าเมื่อได้มีการแสดงธรรมะครั้งสุดท้าย ท่านจะละสังขารจากโลกนี้อย่างเร็วที่สุด ท่านกำลังรอธรรมอะไรอยู่หรือ จดหมายตัดสินใจอะไรที่ท่านจะทิ้งไว้ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์คงเกิดขึ้นเร็วๆนี้ เพียงแค่เป็นเรื่องของการรอให้งานชุมนุมธรรมนั้นเกิดขึ้น เราจะรออย่างใจจดใจจ่อเพื่อจะดูว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นเป็นเพียงลมปากหรือเป็นการอ้างอิงถึงธรรมะที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่

ในเดือนกันยายนปี ค.ศ.2018 มหาธรรมราชาลู่ตงจ้านเข้าพบพระอาจารย์ผู้มีพระคุณH.H. พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามขอนิมนต์ให้ท่านประกอบพิธีถวายไฟโดยกล่าวว่า“ขอพระองค์ใช้ธรรมะอันสูงส่งและยิ่งใหญ่ที่สุดของพระพุทธเจ้า เพื่อพิสูจน์ว่าคนที่ถือธงประจำนิกายในสังคมเหล่านั้นเป็นคนธรรมดาหรือเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นเพียงผู้อยู่นอกวงการพุทธศาสนาที่ขาดการได้รับสืบทอดธรรมะที่แท้จริงไปแล้วหรือไม่ บรรดาผู้ที่มีความคิดชั่วร้ายได้พยายามใช้สื่อสังคมออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตเพื่อทำลายและใส่ร้ายความประพฤติและธรรมะของพระอาจารย์ผู้มีพระคุณของอาตมา H.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามนี่คือวิธีเดียวของพวกเราที่จะลบล้างความชั่วร้ายของพวกเขาและแสดงให้เห็นว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าที่แท้จริงคืออะไร!”

H.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามกล่าวว่า “ท่านผิดแล้ว เราไม่สามารถทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดีเพื่อประโยชน์ของตนเอง อาตมาไม่สามารถแสดงธรรมะนี้หากแม้อาตมาประกอบพิธี ก็จะสามารถทำได้เพียงแค่สวดมนต์ไปตามพิธีกรรมเท่านั้น”

มหาธรรมราชายังคงขอนิมนต์ว่า “พระอาจารย์ผู้มีพระคุณของอาตมา ถึงแม้ว่าการแสดงธรรมะจะไม่ได้ทำเพื่อพิสูจน์ความชอบธรรมของพระองค์เอง ก็ยังควรแสดงธรรมะเพื่อพิสูจน์ความชอบธรรมของธรรมะที่แท้จริงของพระพุทธเจ้า เพื่อขจัดปัดเป่าภัยพิบัติของสิ่งมีชีวิตทั่วทั้งโลกตะวันตกและสวดมนต์ให้พวกเขาโชคดี และเพื่อตัวอาตมา ลู่ตงจ้าน สาวกของพระองค์ผู้ขอนิมนต์ธรรมะที่แท้จริงของพระพุทธเจ้าเพื่อส่งผลให้อาตมามีบุญวาสนาที่จะบรรลุสำเร็จได้

พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามจึงตอบว่า“เนื่องจากการแสดงธรรมะนี้เป็นการสร้างวาสนาในการเผยแพร่ธรรมะของพระพุทธเจ้าไปทั่วทั้งโลกตะวันตกและเพื่อสวดมนต์นำความโชคดีมาเป็นประโยชน์แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ท่านวางใจเถอะว่างานชุมนุมธรรมครั้งนี้จะถูกจัดขี้น ต่อให้อาตมาไม่ได้เป็นผู้ประกอบพิธี ก็จะมีผู้มีคุณธรรมสูงส่งอย่างยิ่งมาประกอบพิธี

ในวันที่ 17 ก.ย. ผู้เชี่ยวชาญด้านงานโลหะได้นำทีมไปเร่งผลิตหม้อทองเหลืองหนึ่งใบต่อมาวันที่ 18 ก.ย. ศิษย์พี่ซวนฮุ่ยได้นำชิ้นไม้จันทร์และถ่านจากที่พำนักของมหาธรรมราชาลู่ตงจ้านไปเป็นเชื้อเพลิงขณะประกอบพิธีถวายไฟโฮมัมจนวันที่ 19 ก.ย. งานชุมนุมธรรมเพื่อถวายไฟครั้งใหญ่ก็ได้ถูกจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่วัดเซิ่งจี ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ธรรมะแห่งการถวายไฟอันศักดิ์สิทธิ์เป็นราชาแห่งธรรมะทั้งมวลที่ใช้ในการขจัดปัดเป่าอุปสรรคกรรมและเพิ่มพูนโชค โดยเมื่อประมาณ 80 ปีที่แล้วในประเทศทิเบต ได้มีการแสดงธรรมะนี้สำเร็จโดยท่านอาจารย์ผ่าปั้งข่าและท่านรินโปเช่คังซ่า ตั้งแต่นั้นมา ทั้งในประเทศทิเบตและในเขตแดนของคนจีนฮั่น ธรรมะแห่งการถวายไฟนี้เป็นเพียงสิ่งที่ถูกอธิบายในหนังสือหรือถูกเล่าขานว่าเป็นการปฏิบัติธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ กล่าวคือ ยังไม่มีการแสดงภาวะศักดิ์สิทธิ์ใดๆในช่วงเวลานั้น มีเพียงแต่การปฏิบัติธรรมตามธรรมเนียมด้วยการสวดมนต์

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ณ งานชุมนุมธรรมเพื่อถวายไฟครั้งใหญ่ซึ่งถูกประกอบพิธีโดยหนึ่งในผู้มีคุณธรรมสูงส่งอย่างยิ่งที่วัดเซิ่งจีในประเทศสหรัฐอเมริกาพระ Vajra Maternal Buddha มาปรากฎกายบนฟ้าด้วยพระองค์เองร่างสูงใหญ่สีฟ้าของพระองค์ทั่วทั้งร่างเปล่งแสงบางคนกล่าวในบทความหนึ่งในอินเตอร์เน็ตว่าพวกเขาได้เห็นพระVajra Maternal Buddha ดีดนิ้วมือส่งแสงมาจากฟ้าไฟในหม้อทองเหลืองจึงติดขึ้นมา

อย่างไรก็ตามฉันได้สัมภาษณ์ผู้คนอีกหลายคนซึ่งเห็นสิ่งที่แตกต่างออกไปพวกเขาเห็นพระVajra Maternal Buddhaซึ่งมีกายสีฟ้า มาปรากฎกายบนท้องฟ้า กายพระองค์สูงใหญ่ น่าเกรงขามและสง่าผ่าเผยร่างกายและการเคลื่อนไหวของพระองค์เปลี่ยนแปลงไปมา มีขดไฟและสายฟ้าวนรอบทั่วทั้งร่างของพระองค์ ทันทีที่ผู้คุมการจุดเพลิงขอนิมนต์พระองค์ให้จุดเพลิงเสร็จสิ้น พระVajra Maternal Buddha ก็ส่งประกายไฟออกมาจากระหว่างคิ้วของพระองค์ตรงสู่หม้อไฟทองเหลืองทันที ในชั่วพริบตาไฟก็โหมไหม้ขึ้นมา ในเวลานั้น ไม้จันทร์เพียงแค่ห้าชิ้นถูกวางอยู่ในหม้อไฟทองเหลือง หากแต่ไฟจะสามารถโหมไหม้ในทันทีเช่นนั้นได้อย่างไร

ต่อจากนั้นปีศาจที่ถูกจับอยู่ในขันวัชรที่เก็บปีศาจพยายามจะหาทางหนีออกมาโดยการเขย่าขันเพื่อหาทางออก ทันทีที่ขันขยับ พระVajra Maternal Buddha ก็ส่งประกายไฟออกมาจากระหว่างคิ้วของพระองค์ตรงสู่ขันเก็บปีศาจ ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงดัง “ฮ่ง” ขันเก็บปีศาจส่งเปลวไฟสีทองออกมา เปลี่ยนปีศาจและกรรมดำของผู้บำเพ็ญปฏิบัติที่เข้าร่วมพิธีให้กลายเป็นผุยผงทันที พระVajra Maternal Buddhaได้สะกดปีศาจ โดยนำพาวิญญาณของปีศาจเหล่านั้นไปสั่งสอนที่ดินแดนของพระพุทธเจ้า ทำให้ผู้บำเพ็ญปฏิบัตินับร้อยที่เข้าร่วมงานชุมนุมธรรมนั้นตกตะลึงอย่างยิ่งและต่างก้มกราบเพื่อแสดงความเคารพอย่างไม่หยุดหย่อน

ในงานชุมนุมธรรมแห่งนี้ หนึ่งในผู้มีคุณธรรมสูงส่งอย่างยิ่งได้ประกาศต่อเหล่าผู้ปฏิบัติว่า “งานชุมนุมธรรมนี้ได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว มหาธรรมราชาลู่ตงจ้านจะจากโลกนี้ไปในเร็วๆนี้”

งานนี่นั่นเองที่มหาธรรมราชาลู่ตงจ้านกล่าวว่าเป็นงานชุมนุมธรรมครั้งสุดท้ายที่ท่านรออยู่ในวันถัดมา มหาธรรมราชาอาบน้ำเปลี่ยนสื้อผ้า และเข้าสู่การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมตรงหน้าของที่นั่งสมาธิมีโต๊ะเขียนหนังสือ พู่กันและน้ำหมึก กระดาษและที่ลบคำผิด หลังจากที่เขียนจดหมายลาจากH.H. พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามแล้วมหาธรรมราชาก็เข้าสู่การนั่งสมาธิทันทีและละสังขาร

เมื่อพระภิกษุสงฆ์จากแต่ละวัดทราบถึงข่าวนี้ก็ได้ต่างเดินทางไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว และพบว่าทันทีที่มหาธรรมราชาวางพู่กันลงก็ได้ละสังขารไปอย่างงดงามและสงบสบาย ในเวลานั้นเองทุกคนจึงตระหนักได้ว่าบทกลอนคำเคารพอำลาที่เขียนโดยมหาธรรมราชาลู่ตงจ้านนั้นชี้ทางให้สรรพสัตว์ทั้งหลายไปสู่ที่ที่มีธรรมะที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้านั่นคือธรรมะที่แท้จริงของH.H. พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สามเป็นธรรมะเดียวกันกับธรรมะของพระพุทธเจ้าศากยมุนี ซึ่งก็คือธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ไม่มีการแบ่งแยกและเป็นของพุทธศาสนิกชนทั้งหมดทั้งมวล!

ต่อไปนี้เป็นบทกลอนคำเคารพอำลาที่เขียนโดยมหาธรรมราชาลู่ตงจ้าน:

บทกลอนคำเคารพอำลานำโม

พระอาจารย์ผู้มีพระคุณของอาตมา H.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สาม ลูกศิษย์ลู่ตงจ้านฉือเหรินเจียฉั่วได้ตัดสินใจจากโลกนี้ไปแล้ว

เพราะชีวิตนั้นเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน

อาตมาจึงเร่งศึกษาพุทธศาสนาและตามหาการตรัสรู้

อาตมาได้ติดตามอาจารย์มากมาย

กวงชิน, เซวียนฮัว, ข่าลู่

และมหาธรรมราชาติ๋งกั่วชินเจ๋อ

ตั้งใจปฏิบัติตามธรรมะของพวกเขาและธรรมะ Sakya unshared LamDre

แต่ล้วนไม่เป็นผล

ขอบคุณที่อาตมาได้มาพบพระอาจารย์ของอาตมา

ด้วยวิชามหามุทราแห่งการสำเร็จหลุดพ้นอันสูงสุดและหาสิ่งใดเปรียบไม่ได้

และการถ่ายทอดวิชาลับเปิดกระหม่อมสติปัญญาอันศักดิ์สิทธิ์จากพระอาจารย์ของอาตมา

ทำให้อาตมาสามารถกำหนดการเกิดการตายของตัวเองได้

การรู้แจ้งโดยตรงของอาตมาคือความเป็นจริง

ตอนนี้อาตมาวางพู่กันลงและอำลาจากโลกนี้

เข้าสู่การละสังขารก่อนหมึกจะแห้งลง

นำโมพระอาจารย์ผู้มีพระคุณของอาตมา H.H.พระพุทธเจ้าดอร์เจี๋ยเชียงที่สาม!

ศิษย์ลู่ตงจ้านขอเคารพอำลา

วันที่ 20 ก.ย. ค.ศ.2018

มหาธรรมราชาลู่ตงจ้าน

มหาธรรมราชาลู่ตงจ้านสามารถกำหนดการเกิดการตายได้อย่างอิสระ และละสังขารไปตามที่ได้ทำนายไว้ล่วงหน้าแล้ว


ที่มา : https://www.prnewsthailand.com/view/11634

DT018357

n0ono0

 เปิดอ่านหน้านี้  2172 

 ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น


กรุณาล๊อกอินสมาชิกเว็บธรรมะไทยก่อนครับ... Login


  แสดงความคิดเห็น


Go to top


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย