ผู้ไม่โกรธ
 มหาราชันย์   29 พ.ย. 2553

 ผู้ไม่โกรธ ฝึกตนดีแล้ว
มีความเป็นอยู่สม่ำเสมอ
หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้ชอบ
สงบ คงที่อยุ่
ความโกรธจักมีมาแต่ที่ไหน

ผู้ใดโกรธตอบบุคคลที่โกรธแล้ว
ผู้นั้นเป็นผู้ลามก กว่าบุคคลนั้นนั่นแหละ
เพราะการโกรธตอบนั้น

บุคคลไม่โกรธตอบบุคคลผู้โกรธแล้ว
ชื่อว่าย่อมชนะสงคราม
อันบุคคลทั้งหลายชนะได้โดยยาก

ผู้ใดรู้ว่าผู้อื่นโกรธแล้ว
เป็นผู้มีสติสงบเสียได้
ผู้นั้นย่อมชื่อว่า
ประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย
คือแก่ตนและบุคคลอื่น

เมื่อผู้นั้นรักษาประโยชน์อยู่ทั้งสองฝ่าย
คือของตนและของผู้อื่นอยู่
ชนทั้งหลายผู้ไม่ฉลาดในธรรม
ย่อมสำคัญบุคคลนั้นว่าเป็นคนเขลา
แต่พระอริยเจ้าทั้งหลาย
ย่อมสรรเสริญบุคคลนั้น
ว่าเป็นบัณฑิตโดยแท้. 




พราหมณ์ภารทวาชโคตรทูลถามเป็นคาถาว่า

บุคคลฆ่าอะไรได้ ย่อมนอนเป็นสุข
ฆ่าอะไรได้ ย่อมไม่เศร้าโศรก
ข้าแต่พระโคดม
พระองค์ย่อมชอบใจการฆ่าธรรมอะไรเป็นธรรมอันเอก ???


พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า

บุคคลฆ่าความโกรธได้ ย่อมนอนเป็นสุข
ฆ่าความโกรธได้ ย่อมไม่เศร้าโศก
ดูก่อนพราหมณ์ พระอริยเจ้าทั้งหลาย
ย่อมสรรเสริญการฆ่าความโกรธ
อันมีรากเป็นพิษ มียอดหวาน
เพราะว่าบุคคลฆ่าความโกรธนั้นได้แล้ว
ย่อมไม่เศร้าโศก


เจริญในธรรมครับ .




ผู้ใดประทุษร้ายต่อคนผู้ไม่ประทุษร้าย
ซึ่งเป็นผู้หมดจด ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องยั่วยวน
บาปย่อมกลับสนองผู้นั้น ผู้เป็นพาลนั่นเอง
เปรียบเหมือยธุลีอันละเอียด
ที่บุคคลซัดไปสู่ที่ทวนลม ฉะนั้น


เจริญในธรรมครับ.







ความถือตัว ยึดมานะ มิละไว้
อีกความโกรธ เข้าสิงใส่ ในตัณหา
จิตติดข้อง ทั้งนามรูป ลูบกายา
มวลกิเลส นานา เข้าโรมรัน

แม้ผู้ใด ละได้ ในความโกรธ
ละสังโยชน์ ดั่งละโทษ มานะ นั่น
สักกายะ ทิฏฐิผละ ละโดยพลัน
ทุกข์ โศกศัลย์ ไม่มาเยือน และเลือนไป

เจริญในธรรม เจ้าค่ะ







บุคคลพึงละความโกรธ,
สละความถือตัว,
ล่วงสังโยชน์ ทั้งสิ้นได้
ทุกข์ทั้งหลายย่อมไม่ตกต้องบุคคลนั้น
ผู้ไม่ข้องในนามรูป ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล.








โย เว อุปฺปติตํ โกธํ
รถํ ภนฺตํว ธารเย
ตมหํ สารถิ พฺรูมิ
รสฺมิคฺคาโห อิตโร ชโน





ผู้ใดแล พึงสะกดความโกรธที่พลุ่งขึ้น
เหมือนคนห้ามรถที่กำลังแล่นไปได้
เราเรียกผู้นั้นว่า "สารถี",
ส่วนคนนอกนี้เป็นเพียงผู้ถือเชือก



เจริญในธรรมค่ะ






 เปิดอ่านหน้านี้  4530 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย